ที่นี่เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของดี ของแท้เชื่อมั่นได้100%
    Email : F2lady@windowslive.com ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,  087-874 7997 
 นวัตกรรมสมุนไพรไทยให้คุณภาพชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงโลก
สินค้าจัดส่งไปรษณีย์ EMS 100% ค่ะ

http://facebook.com/ccithailandnew

ผผผผผผผผผผผผผผผผผ
 
 
สถิติ
เปิดเมื่อ2/10/2011
อัพเดท15/07/2018
ผู้เข้าชม599195
แสดงหน้า845272
สินค้าแนะนำ
ปฎิทิน
July 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
    
บทความ
สวัสดีปี 2561 (ปีชงและวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา)
Full Moon Valentine's Day
น่ารักอ่ะ!!
‎***...เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป...***
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 (วันตรุษจีน)
ฤกษ์มงคลเลือกสีรถตามวันเกิด
7 เส้นทางสดใส เริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ
คู่มือ-แผนการตลาด / 100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
คำคมประสบความสำเร็จ
หนังสือน่าอ่าน...หนังน่าดู
คุณอัง.คุณอ้อย...กับความสำเร็จในธุรกิจโอทู
100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F2 (089-848 9604,087-8747997)
www.facebook.com/f2lady.com(Email : f2lady@windowslive.com)
F-2 สำหรับคุณสุภาพสตรี โดยเฉพาะ
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ..........
นิทานก่อนนอน
07 ตุลาคม 2555 ฉลองครบรอบ 8 ่th ปี บ.โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล จก.
ตำแหน่ง ผจก.ฝ่ายขายประจำอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ
55 เรื่องที่ชาวญี่ปุ่นอยากทำก่อนที่พ่อแม่จะเสียชีวิต
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ.........
ธรรม...สงบ...ร่มเย็น (คำคม..นักปราชญ์) ประทับใจ
แนวความคิด และการทำงาน
60 ความเชื่อโบราณ ที่คนไทยทุกคนควรรู้
คำคม...นักปราชญ์
ประทับ...ใจ
อานิสงส์ของการสวดมนต์ เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)
สินค้าขายดี
โพล

ปวดหลังจงหายไป ! เคล็ดลับง่าย ๆ ที่คุณทำได้

11/04/2015 11:58 เมื่อ 11/04/2015 อ่าน 1732
........

 

 
ปวดหลังจงหายไป ! เคล็ดลับง่าย ๆ ที่คุณทำได้

ปวดหลังจงหายไป ! (Lisa)

อูยยย...ยังไม่แก่สักหน่อย ทำไมปวดหลังอย่างนี้นะ ! เมื่ออาการปวดหลังไม่ใช่โรคที่เกิดจากความเสื่อมตามวัยอีกต่อไป ก็มาดูกันหน่อยดีกว่าว่าอะไรคือสาเหตุให้ต้องปวดตั้งแต่ยังสาวจะได้กำจัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ

@Desk Work

จัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสม ปรับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาพอดี ไม่ต้องก้มหรือเงยเวลาทำงานและปรับระดับเก้าอี้ให้สามารถวางเท้าบนพื้นได้พอดี หากโต๊ะสูงเกินไปจนเวลานั่งแล้ววางเท้าไม่ได้ ก็ควรหาเก้าอี้เตี้ย ๆ หรือกล่องเล็ก ๆ มาใช้สำหรับวางเท้า

เลือกเก้าอี้หมุนได้ เวลาหันไปรับโทรศัพท์หรือหันไปคุยกับเพื่อนร่วมงาน จะได้หมุนไปทั้งตัวง่าย ๆ โดยไม่ต้องเอี้ยวตัวไปมา

จิบน้ำบ่อย ๆ อาการขาดน้ำไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปวดหลังหรอกค่ะ แต่การเดินไปเติมน้ำในแก้วบ่อย ๆ จะเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้คุณได้เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง

หาหมอนมาหนุนหลัง เวลานั่งเก้าอี้ไม่จำเป็นต้องเกร็งหลังให้ตรงเป๊ะ หาหมอมารองช่วงเอว แล้วนั่งพิงสบาย ๆ หลังอาจจะแอ่นนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร

ตรวจสายตาสม่ำเสมอ สายตาที่เปลี่ยนไปอาจทำให้คุณต้องก้มตัวไปจ้องหน้าจอโดยไม่รู้ตัว จนทำให้ปวดต้นคอและแผ่นหลังโดยหาสาเหตุไม่ได้

@Shopping

อย่าหิ้วของหนักเกิน เวลาช้อปปิ้ง พยายามกระจายน้ำหนักข้าวของที่ถือในมือทั้งสองข้างให้ใกล้เคียงกัน และอย่าช้อปเพลินจนต้องก้มตัวเวลาหิ้ว

ยกของหลังต้องตรง เวลายกของขึ้นจากพื้นโดยเฉพาะของหนัก อย่าก้มตัวลงไป เพราะอาจจะทำให้ต้องใช้แรงที่หลังมากเกินจนกล้ามเนื้ออักเสบได้ แต่ให้ใช้วิธีย่อเช่าลงไปยกแล้วยืนขึ้นมาตรง ๆ

เลือกรถเข็นให้ดี เวลาไปช้อปในซูเปอร์มาร์เก็ตควรเลือกรถเข็นที่มีขนาดเล็กหน่อย และทดสอบดูว่าล้อเลื่อนสามารถใช้การได้ไม่ติดขัด จะได้ไม่ต้องใช้แรงมากจนต้องก้มตัวเวลาเข็น

ถอดส้นสูงซะบ้าง เมื่อใส่รองเท้าส้นสูง หลังของเราอยู่ในลักษณะแอ่นมาข้างหน้า เพื่อพยุงความสมดุลในการยืนไม่ให้เราล้ม หากเราต้องยืนหรือเดินบนส้นสูงนาน ๆ จะปวดหลังก็ไม่แปลก เพราะยิ่งส้นสูงมากก็ยิ่งปวดมาก ควรลดส้นให้เตี้ยลงเหลือ 1 นิ้วครึ่งหรือ 2 นิ้วก็พอแล้ว

@Sleeping

ฟูกนิ่มเกินไปไหม? ที่นอนนุ่ม ๆ ไม่ได้ช่วยให้คุณฝันหวาน กระดูกสันหลังที่อยู่ในท่าไม่เหมาะสมตลอดคืนจะทำให้อาการปวดหลังมาเยือนเมื่อคุณตื่นขึ้น แต่ก็ไม่นุ่มจนยุบตัวเวลานอน แบบที่นอนยัดนุ่นแน่น ๆ นั่นแหละ...เป๊ะ!

อย่านอนคว่ำ เวลานอนคว่ำกระดูกสันหลังส่วนเอวจะโค้งไปด้านหน้ามากขึ้น แถมหน้าที่หันไปข้างใดข้างหนึ่งยังทำให้กระดูกต้นคอบิดด้วย ควรนอนหงาย โดยมีหมอนหนุนใต้เช่าให้สะโพกงอเล็กน้อย หรือนอนตะแคงกอดหมอนข้างไว้ก็ได้

@Exercise

ฟิตพุงต้องฟิตหลัง น้ำหนักตัวที่มากเกินเกณฑ์ ทำให้ส่วนที่ต้องรับน้ำหนักกระดูกสันหลังมีโอกาสเสื่อมได้เร็วขึ้น แต่เวลาลดก็ต้องใส่ใจกล้ามเนื้อทั้งตัว และต้องบริหารให้สมดุลกัน เช่น บริหารหน้าท้องก็ต้องบริหารแผ่นหลัง ถ้าฟิตแต่หน้าท้องอย่างเดียว อาการปวดหลัง ก็ถามหาได้เหมือนกัน

ปวดหลังมาก ๆ เล่นโยคะช่วยได้ การออกกำลังยืดเหยียดแบบโยคะเป็นประจำ ช่วยได้ทั้งป้องกันและรักษาอาการปวดหลัง แต่ก็แน่นอนว่าไม่ใช่เล่นครั้งเดียวแล้วอาการปวดจะหายเป็นปลิดทิ้ง

หยุด ! ซิตอัพ แบบเก่า ๆ วิธีซิตอัพที่ให้นอนหงายงอเข่า แล้วเกร็งคอและหน้าท้องยกลำตัวขึ้นมาจนแตะหัวเข่าซึ่งเราคุ้นชินมาแต่เด็ก เป็นท่าทางที่ทำให้เกิดแรงกดบริเวณหลังส่วนล่าง และทำให้กระดูกสันหลังม้วนในแบบที่ไม่ดีนัก ทำซ้ำ ๆ ไปมาก็จะทำให้คุณปวดหลังได้ ให้เปลี่ยนเป็นทำ Reverse Curl-Ups ที่ใช้การยกขาแทนลำตัวส่วนบนจะดีกว่า

กายบริหารยืดหลังส่วนล่าง หากไม่คุ้นชินกับการออกกำลังกายก็สละเวลาสักนิดทำกายบริหารยืดหลัง ส่วนล่างแบบง่าย ๆ แค่นั่งบนเก้าอี้แล้วค่อย ๆ โน้มตัวมาข้างหน้าจนรู้สึกดึง แล้วจึงค่อย ๆ ก้มลงไปให้มากที่สุด

Check Yourself !

อาการปวดหลังมีได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เบา ๆ อย่างกล้ามเนื้ออักเสบไปจนถึงมีปัญหาที่กระดูกสันหลัง แต่จะรู้ได้ยังไง? นพ.กลยุทธ ตัณนิติศุภวงษ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง จากร.พ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล มีวิธีการสังเกตมาบอกว่าแต่ว่าคุณปวดแบบไหน?

A. ขยับแล้วปวด นั่งเฉย ๆ ไม่เป็นไร

B. ปวดหน่วง ๆ นั่งนาน ๆ แล้วปวด

C. ยิ่งเดินยิ่งปวด

D. ปวดจนนอนไม่หลับ

E. ปวดร้าวลงไปที่ชา

อาการแบบข้อ A เป็นการปวดที่สัมพันธ์กับท่าทาง ซึ่งเป็นลักษณะของอาการปวดกล้ามเนื้อธรรมดา หากไม่ได้ปวดมากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ไม่น่ากังวลเท่าไหร่

อาการแบบข้อ B-D เป็นอาการที่คุณควรพบแพทย์ เนื่องจากอาจมีการผิดปกติที่กระดูกสันหลัง ซึ่งอาจยังไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัดก็ได้ ไม่ต้องกลัวไป !

อาการแบบข้อ E ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด อาการปวดหลังแล้วร้าวลงขาที่คุณเป็นอาจเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปทับเส้นประสาทก็ได้ และหากกดหนัก ๆ คุณอาจเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้เลยทีเดียว

ปวดนะ...แต่ยังไม่อยากพบแพทย์ ทำไงดี ?!

ถ้าอาการปวดหลังของคุณไม่ได้เข้าข่ายอันตราย คุณหมอกลยุทธ ชี้ว่าจะลองบรรเทาอาการปวดด้วยตัวเองดูก่อน หากไม่ดีขึ้น หรือทนไม่ไหว ค่อยไปพบแพทย์ก็ได

ประคบร้อน ไม่ใช่ประคบเย็น

เมื่อต้องการบรรเทาอาการปวดหลัง ควรเลือกการประคบด้วยความร้อน เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว เส้นเอ็น ยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนดีขึ้น อาการปวดก็จะลดลง ส่วนการประคบเย็นนั้นมักใช้ใน 24-48 ชั่วโมงแรกที่เกิดอุบัติเหตุอย่างการล้มแล้วบวมขึ้น

รัดเอวพยุงหลัง…อย่านานเกิน

ที่รัดเอวจะช่วยผ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง อาการปวดก็เลยดีขึ้น แต่ก็ควรใช้แค่ในช่วงสั้น ๆ 1-2 สัปดาห์ที่มีอาการปวดเท่านั้น หากรัดนาน ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อลีบได้

นวดผ่อนคลาย & กายภาพ

การนวดก็ถือเป็นการกายภาพบำบัดรูปแบบหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดลงได้ แต่ก็ไม่ควรนวดท่าที่ต้องใช้การบิดตัวแรง ๆ เพราะอาการอาจจะแย่ลงได้หากอาการปวดของคุณมีต้นเหตุมาจากกระดูกสันหลัง หรือไม่แทนที่จะไปนวดตามร้านทั่วไป คุณอาจจะไปทำกายภาพบำบัดโดยใช้การอัลตร้าซาวนด์ ดึงหลัง และเครื่องไม้เครื่องมืออื่น ๆ อาการก็จะดีขึ้นได้เหมือนกั

.........................................................................................................
 
 



ห่างไกลโรคปวดหลัง 
เพียงวันละ 150 วินาที

แต่มีทางช่วยป้องกันและลดการเจ็บปวดได้ โดยต้องบริหารกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง เพื่อยึดกระดูกสันหลังให้มั่นคง หมอสอนท่าบริหารมาให้หลายท่า ซึ่งใช้เวลาต่อครั้งเกินชั่วโมง ทำอยู่ได้ไม่กี่วันก็ยอมแพ้ จนไปพบคุณหมอสมศักดิ์ที่รพ.กรุงเทพฯ บอกว่าถ้าท่านผ่าตัดตั้งแต่แรก จะต้องบังคับให้ทำกายภาพบำบัดหลังแผลหายดีแล้ว ซึ่งก็คงจะทำให้ไม่ต้องมาพบหมออีกเหมือนตอนนี้ เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากอีก

คุณหมอได้อธิบายวิธีการบริหารที่รู้สึกได้เลยว่าหมูมากและใช้เวลาน้อยมากๆต่อวัน จึงเริ่มทำต่อเนื่องมาได้ 2-3 เดือนแล้ว รู้สึกว่าแผ่นหลังแข็งแรงขึ้น พร้อมกับหน้าท้องกเฟิร์มขึ้
ที่สำคัญอาการเจ็บแปล๊บๆที่เป็นบ่อยแต่ไม่รุนแรงหลายเดือนก่อนหายขาดไปเลยเหมือนปลิดทิ้ง

อย่างนี้เลยต้องยกเครดิตให้การบริหารกล้ามเนื้อหลังเป็นพระเอกตัวจริงอยากรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าทำยังไง 

เอ้าฟังนะ.....ตื่นเช้าทุกวันให้บริหารกล้ามเนื้อหลังดังนี้

• นอนหงายยืดเท้าตรงแนบชิดกัน 

• ยกปลายเท้าลอยสูงขึ้นประมาณหนึ่งฟุต (ไม่ควรยกให้สูงกว่านี้) 

• ฝืนค้างไว้พร้อมนับสิบวินาที 

• ครบแล้วลดปลายเท้าวางลงพักห้าวินาที...ดังนี้คือหนึ่งเซ็ท

• ทำติดต่อกันรวมสิบเซ็ท นั่นหมายถึงใช้เวลาไปรวมร้อยห้าสิบวินาทีต่อวันเท่านั้น 

เห็นแล้วยังครับ ว่ามันง่ายมากจริงๆ 

• แต่ละสัปดาห์ให้เพิ่มน้ำหนักห้าร้อยกรัมถ่วงไว้ (อาจใช้ถุงทรายที่มีขายทั่วไป) 

• น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะค่อยๆสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อหลังเพื่อแก้ปัญหาที่เหตุ 

• น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะสิ้นสุดที่เท่าใดเหรอครับ คุณหมอบอกว่าจนกว่ายกไม่ไหว...แต่ 

• น้ำหนักขั้นต่ำที่แต่ละคนต้องยกให้ได้มีวิธีคำนวณดังนี้ครับ 
น้ำหนักขั้นต่ำที่ต้องยกได้ = น้ำหนักตัว – น้ำหนักท่อนขาสองข้าง / 10 

โดยปรกติน้ำหนักท่อนขาสองข้างประมาณ 10 กิโลกรัม ถ้าอ้วนหรือผอมกว่าปกติก็ปรับเพิ่มหรือลดเอาตามความเหมาะสม 

หวังว่าวิทยาทานในการบริหารด้วยตนเองวันละ 150 วินาที จะช่วยให้ผู้เป็นโรคปวดหลังคลายทุกข์ได้ในเร็ววันนี้นะครับ และขอให้ผลบุญที่ช่วยให้ผู้อื่นคลายทุกข์

จงอย่าได้มีอาการปวดหลังมากล้ำกลายข้าพเจ้าอีกต่อไปเลย
.........................................................................................................

จากนี้ไปเตรียมตัวได้เลย

9 โรคร้ายที่มักจะแฝงตัวเข้าในหน้าร้อนนี้มีโรคอะไรบ้างและจะป้องกันอย่างไร 
พอเข้าดือนเมษายน เดือนที่ขึ้นชื่อว่าร้อนที่สุดแห่งปี และด้วยอากาศที่ร้อนจัดนี้ส่งผลให้อาหารของเราบูด เน่าเสีย เร็วกว่าปกติและอาจเป็นสาเหตทำให้เกิดโรคต่างได้ เช่น ท้องเสีย ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ และบิดได้ วันนี้เราจะมาบอก 9 โรคร้าย ที่ควรระวังหน้าร้อน รวมทั้งวิธีป้องกัน ไม่ให้เป็นโรคเหล่านี้

1.โรคอุจจาระร่วง

ในช่วงเดือนมีนาคมในปีที่แล้ว มีผู้ป่วยจากโรคนี้ มากถึง 246,476 คน และเสียชีวิตมากถึง 35 ราย โรคนี้เกิดจากเชื้อโรค ต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และหนอนพยาธิ สามารถติดต่อได้โดยการทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป ผู้ป่วยจะถ่ายอุจจาระเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำหรือเป็นมูกปนเลือด ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วร่างกายจะสูญเสีย น้ำและเกลือแร่ อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะช็อก หมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้

2.โรคอาหารเป็นพิษ

เป็นโรคทางเดินอาหารที่พบบ่อยมากและมักเกิดขึ้นในเวลารวดเร็วหลังจากทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป มักพบในอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่เป็ด ไข่ไก่ รวมทั้งอาหาร กระป๋อง อาหารทะเล และน้ำนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจมีถ่ายเหลวเป็นน้ำ มักไม่มีไข้ หายได้เอง แต่ถ้าเป็นมากต้องได้รับน้ำเกลือเสริม อาจดื่มหรือให้ทางเส้นเลือดแล้วแต่ความรุนแรง

3.โรคบิด

ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเป็นมูกปนเลือดบ่อยครั้ง ร่วมกับอาการปวดเบ่งที่ทวารหนัก คล้ายถ่ายไม่สุด โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ บิดชิเกลลา (shigellosis) หรือบิดไม่มีตัวและบิดอะมีบา (amebiasis) หรือบิดมีตัว

4.ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย

เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยการทานอาหารหรือน้ำที่ถูกปนเปื้อน อาหารส่วนใหญ่ที่มักพบว่าทำให้เกิดโรค คือ อาหารจำพวกนม ผลิตภัณฑ์จากนม หอย ไข่ เนื้อสัตว์ น้ำ และอาหารอื่นๆ ที่ถูกปนเปื้อน ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ สัปดาห์แรกไข้มักไม่สูง อาจมีอาการปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย ตามตัว อาจมีหนาวสั่นได้ คนไข้ซึมลง อาจเพ้อ

5.อหิวาตกโรค (cholera)

เป็นโรคติดต่อที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย (Vibrio cholerae) เข้าสู่ร่างกายโดยการทานอาหารหรือน้ำที่มีเชื้ออหิวาตกโรค หรือพิษของเชื้ออหิวาตกโรคปะปนอยู่ เช่น อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารกระป๋องที่เสียแล้ว เชื้อโรคจะสร้างพิษออกมาทำปฏิกิริยากับเยื่อบุผนังลำไส้เล็กทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นน้ำสีซาวข้าว ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้

6.โรคระบบทางเดินหายใจ

เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม ปวดหัว ตัวร้อน ไอจาม ทั้งนี้ เพราะอากาศเปลี่ยนไปมาหรืออยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ร่วมกับร่างกายที่อ่อนแอ เมื่อรู้สึกตัวว่าเป็นหวัดให้พักผ่อน ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ ถ้าตัวร้อนให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำ คอยประคบระบายความร้อนออก และแยกนอนร่วมกับผู้อื่น หากยังไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ ในบางกรณีน้ำมูกอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวได้ อาจต้องกินยาปฏิชีวนะร่วมด้วย

7. โรคผิวหนัง

ในหน้าร้อนอาจทำให้เราเกิดเม็ด ผดผื่นคัน สามารถป้องกันได้ด้วยการอาบน้ำชำระร่างกายและรักษาความสะอาดบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำสกปรกหรือน้ำที่ไม่สะอาด โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่มีการเล่นสาดน้ำกัน

8. โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ

เป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่งที่มีสุนัขเป็นพาหะหลักที่นำเชื้อไวรัสมาสู่คน โดยสุนัขบ้าอาจกัด ข่วน หรือเลียผิวหนังคนมีแผลเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้านี้ เมื่อมีอาการของโรคจะเสียชีวิตทุกราย แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และหากถูกสุนัขที่สงสัยว่าอาจมีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ากัดข่วน หรือเลียผิวหนัง ต้องไปหาหมอทันที ที่สำคัญ ควรนำสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกปี โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เพื่อความปลอดภัยสำหรับทุกค

9. โรคเครียด

เป็นปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในหน้าร้อน ทำให้เกิดอาการปวดหัว นอนไม่หลับ โมโหและหงุดหงิดง่าย จนกระทบไปถึงความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง และอาจทำให้เกิดการทะเลาะกันง่ายขึ้น วิธีคลายเครียดง่ายๆ คือ หนีร้อนไปอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นสบาย เช่น ในห้องแอร์ ใต้ร่มไม้ หรือหางานอดิเรกทำ ฝึกสมาธิ เป็นต้น


 

อาหารก่อนการออกกำลังกาย

บ่อยครั้งที่จะเห็นผู้ที่กำลังจะเริ่มออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ แวะรับประทานอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นอาหารว่าง บางรายอาจเป็นอาหารหนักก็เคยพบเห็นได้ หลายท่านคงจะสงสัยว่า การรับประทานอาหารก่อนการออกกำลังกายนั้น มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และมีข้อพิจารณาอย่างไร

เรื่องการรับประทานอาหารสำหรับการออกกำลังกายนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้ารับประทานอาหารไม่พอ ก็อาจจะไม่มีแรงในการออกกำลังก
าย หรือหากรับประทานอาหารมากเกินไป อาจจะรู้สึกไม่สบายท้อง หรือออกกำลังกายไม่ไหว นักกีฬาควรได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต 200-300 กรัม ในช่วงเวลา 3-4 ชั่วโมง ก่อนการออกกำลังกาย

โดยปกติขณะออกกำลังกาย ร่างกายจะมีเกิดการขยายตัวของปอด ทำให้กระบังลมที่อยู่เหนือกระเพาะอาหารต้องเคลื่อนไหวขึ้นลงตามการขยายตัวของปอดอยู่ตลอดเวลา ตราบเท่าที่กำลังออกกำลังกายอยู่ ดังนั้น หากเรารับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายในปริมาณมาก จะมีผลให้กระเพาะอาหารใหญ่ขึ้น และการเคลื่อนไหวของกระบังลมจะลดน้อยลง เลือดมาเลี้ยงกระเพาะอาหารมากขึ้น เพื่อช่วยในการย่อย และดูดซึมอาหาร ในขณะเดียวกันเลือดจะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่มีส่วนในการออกกำลังกายน้อยลง และหากเป็นกีฬาที่มีการกระทบกระแทกกันรุนแรง อาจทำให้กระเพาะอาหารแตกได้

ดังนั้น ควรงดอาหารหนักก่อนการออกกำลังกาย และมื้อสุดท้ายควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย และรับประทานอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย สำหรับกีฬาที่ต้องเล่นเป็นเวลานานๆ เช่น การขี่จักรยานทางไกล ร่างกายต้องใช้พลังงานมาก อาจจำเป็นต้องได้รับอาหารที่ย่อยง่าย และมีปริมาณไม่ถึงกับอิ่มเป็นระยะๆ อาหารที่เหมาะสมที่สุด คือ อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ซึ่งอยู่ในสภาพที่เป็นของเหลว และมีกากใยน้อย

หลังออกกำลังกายร่างกายต้องการการฟื้นตัว ต้องการพลังงานเพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ น้ำและเกลือแร่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ การออกกำลังกายทำให้ไกลโคเจนที่สะสมไว้ที่ตับ และกล้ามเนื้อถูกใช้ไป จึงต้องมีการสะสมเพิ่มเติม ซึ่งสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนช่วยเพิ่มการสะสมไกลโคเจนได้เพื่อทดแทนปริมาณที่ถูกใช้ไป

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการได้แนะนำว่า หลังการออกกำลังกายประมาณ 15-30 นาที ควรได้รับคาร์โบไฮเดรตอย่างน้อย 50 กรัม และโปรตีนอีก 15-20 กรัม เพื่อทำให้สะสมไกลโคเจนได้เร็วขึ้น และร่างกายสามารถนำไปใช้ซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

ตัวอย่างอาหารสำหรับก่อนการออกกำลังกาย ได้แก่ กล้วย 1/2 ผล, ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น, แอปเปิ้ล 1 ผล, แครกเกอร์ชิ้นเล็ก 10-15 ชิ้น 

ตัวอย่างอาหารระหว่างการออกกำลังกาย ได้แก่ น้ำเกลือแร่ 1 แก้ว, ลูกเกด 1/2 ถ้วย, ขนมปังกรอบ 5 แผ่น, น้ำหวาน 1 แก้ว, น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

ตัวอย่างหลังออกกำลังกาย ได้แก่ นมรสช็อกโกแลตไขมันต่ำ 1 ถ้วย, ขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น ทาเนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำส้มคั้น 1 ถ้วย, องุ่น 1 ถ้วย, สับปะรด 1 ถ้วย

--------------------------------------------------------------------------------------------------
 

งาดำสมุนไพรที่หาง่ายดีต่อสุขภาพ

งาดำดีต่อสุขภาพมาก ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ สลายไขมัน ลดความอ้วนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ผิว

พืชเมล็ดเล็ก ๆ แต่มีคุณประโยชน์มหาศาลจนได้รับการขนานนามว่าเป็น“ราชินีแห่งพืชน้ำมัน ราชันแห่งธัญพืช” โดยสารสำคัญในงาดำมีชื่อว่า “เซซามิน” ส่วนจะมีสรรพคุณอะไรบ้างไปฟังคำตอบกัน

รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษ
และอาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับ สารสกัดงาดำ “เซซามิน” กล่าวว่าเรามีองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากงามากว่า 4,000 ปีแล้วการทำวิจัยเรื่องนี้ก็เพราะอยากใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์มาพิสูจน์องค์ความรู้ตั้งแต่โบราณ เช่น สรรพคุณในการผสาน หรือต่อกระดูกดูแลเกี่ยวกับความดันโลหิต ดูแลภูมิต้านทาน เมื่อทำวิจัยก็พบว่าสิ่งที่คนโบราณมีความเชื่อนั้นเป็นเรื่องจริง

“เซซามิน” ในงาดำมีคุณประโยชน์ 8 ประการ คือ

1. ช่วยในการเผาผลาญ สลายไขมัน ลดความอ้วนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

2. ลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล

3. ทำให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนพอดี

4. ช่วยในการทำงานของวิตามินอี

5. ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาท

6. ลดปฏิกิริยาความเครียด

7. ต้านอนุมูลอิสระ

8. ต้านการอักเสบ

สำหรับสรรพคุณ ในเรื่องการลดการอักเสบนั้นได้มีการค้นคว้าวิจัยสรรพคุณด้านนี้เป็นพิเศษในเชิงลึก เพราะการอักเสบเป็นตัวการทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมซึ่งเป็นโรคที่คนไทยเป็นมาก และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจปีหนึ่งมหาศาลในระยะแรกได้ทดลองกับกระดูกอ่อนของหมู พบว่าสารเซซามินที่สกัดจากงาดำสามารถยับยั้งการเสื่อมสลายของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่ห่อหุ้มข้อต่าง ๆ ของร่างกายได้จึงเชื่อว่าจะมีสรรพคุณเช่นเดียวกันเมื่อนำมาใช้กับคนทั้งนี้กำลังอยู่ระหว่างการเริ่มทดลองขั้นสูงในระดับคลินิกต่อไป

ปัจจุบันงาดำที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด อาจอยู่ในรูปของสารสกัดที่เป็นแคปซูล ดังนั้นประชาชนทั่วไปอาจทำกินเองได้ ด้วยการคั่วแล้วบดวันละไม่เกิน 4 ช้อนชา สิ่งสำคัญคือต้องควบคุมคุณภาพให้ได้ แต่ ปัญหาคือ การคั่วนาน ๆอาจทำให้เกิดสารพิษที่ทำให้ก่อมะเร็งได้ ของบางอย่างเมื่อถูกความร้อนของดีกลายเป็นของไม่ดี กลายเป็นสารพิษได้ และการเก็บไว้นาน ๆ อาจเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้มีกลิ่นเหม็นหืน

มีข้อห้ามหรือไม่ว่าใครไม่ควรรับประทานงาดำ? 

รศ.ดร.ปรัชญา กล่าวว่ายังไม่เคยเจอแต่มีแพทย์บางท่านบอกว่ามีบางคนที่รับประทานเข้าไปอาจเกิดการแพ้ได้.

คุณค่าจากงาดำ ลดผิวเหี่ยวย่น

'สารต้านอนุมูลอิสระ” คงเป็นคำที่คุ้นหู แต่มีหลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าคืออะไรและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร มาร่วมค้นหาคำตอบกับ “ดีน่า งาดำ” โดย บริษัท แดรี่ พลัส จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัท ดัชมิลล์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม ซึ่งมีเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ด้วยศาสตร์แห่งการต่อต้านอนุมูลอิสระจากงาดำและ เซซามิน หรือที่เรียกได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นสูง (Antioxidant) ที่มีฤทธิ์ทำลายอนุมูลอิสระตัวการสำคัญที่จะส่งผลต่อสุขภาพและความอ่อนเยาว์ ของวัย ซึ่งทุกเซลล์ในร่างกายจะมีการก่อตัวของสารต้านอนุมูลอิสระมาทำลายเนื้อเยื่อ ต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา ดังนั้นควรหาวิธีมายับยั้งปฏิกิริยาดังกล่าว

นพ.ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท 
ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ 
รพ.สมิติเวช สุขุมวิท แนะนำว่า เมื่ออายุมากขึ้นจะมีริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและสิ่งเร้ารอบตัว อาทิ แสงแดด อาหาร การเผาผลาญในร่างกาย ความเครียด มลพิษต่าง ๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพและความอ่อนวัยโดยตรง เพราะจะเข้าไปเร่งทำลายเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายให้เสื่อมเร็วขึ้น ดังนั้นการดูแลตัวเองให้ดูอ่อนเยาว์สดใส นอกจากการหลีกเลี่ยงสิ่งที่กล่าวมาแล้ว ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และสิ่งสำคัญคือบริโภคอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อาทิ กลุ่มของธัญพืชอย่าง งาดำ

“งาดำนอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแล้ว ยังมีสารเซซามินสารต้านอนุมูลอิสระชั้นสูง ที่สามารถดักจับอนุมูลอิสระ สาเหตุของริ้วรอยและปัญหาผิวเหี่ยวย่น ด้วยการช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ และการดูดซึมไขมัน รวมถึงเพิ่มออกซิเจนให้ผิว แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่รู้จักปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง นอกจากทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพเร็วขึ้นแล้ว ยังก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น” นพ.ไพศิษฐ์ อธิบาย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสารต้านอนุมูลอิสระไม่สามารถแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ในทันที แต่สามารถชะลอให้ความเสียหายเกิดช้าลงได้ โดยเฉพาะผิวพรรณที่เห็นอย่างชัดเจน หากเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายถูกทำลาย เพราะปัญหาของผิวพรรณที่แก่ก่อนวัย ไม่ได้จู่โจมเฉพาะผู้ใหญ่อีกต่อไปแล้ว ทางที่ดีควรเริ่มต้นนับหนึ่งกับการหันมาดูแลสุขภาพตัวเองในปีใหม่นี้ ด้วยการใส่ใจเลือกกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ 

สุขภาพที่ดีเริ่มได้ด้วยตัวเอง You are what you eat 

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี และไม่ต้องไปฉีดเสริมเติมแต่ง ให้เจ็บตัวอีกด้วย.

วิธีที่ง่ายตำใส่ในน้ำเต้าหู้ที่เราซื้อมาดื่มบ่อยๆ

งาดำ ปัจจุบันนี้นำมาทำอาหารได้หลายรูปแบบให้เราได้เลือกซื้อได้อย่างตามใจชอบ เช่น น้ำมันงา งาดำที่ทำเป็นแผ่นแบบถั่วตัด ไส้ขนมปัง ขนมปังงาดำ ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเปี๊ยะ ไส้ขนมบัวลอย ผสมในเมล็ดข้าวใส่ถุงรวมกับสมุนไพรอื่น ฯหรือนำมาทำอาหาร ใส่ในหมูย่างเกาหลี น้ำจิ้มสุกี้ บดป่นใส่ในอาหารชงดื่มรวมในธัญญพืชต่างๆ ซึ่งเราทำเองได้บ้างก็ดีเพราะงาดำพอหาซื้อได้ในตลาดขายอาหารแห้งและซุปเปอร์มาเก็ตที่วางจำหน่ายขายทั่วไป การนำมาคั่วเราก็ไม่ต้องไป���ึดติดกับกลิ่นหอมมากเกินไปเพราะมีคำเตือนกันบ่อยๆว่า ปิ้ง ย่าง หรือว่าคั่วนานๆจนไหม้แล้วเกิดสารพิษที่มีผลร้ายต่อร่างกาย แต่ผู้ขายบางรายไม่ทราบ จึ่งคั่วแล้วคั่วอีกจนนานเกินและอาจจะมีที่ไหม้ปนด้วย ผู้ขายหวังดีมากเพื่อดึงดูดการขายคือความหอมกลิ่นงาในน้ำเต้าหู้ ก็คงต้องระวังไว้ด้วยนะคะ หอมอร่อยแต่ถ้าสะสมบ่อยๆร่างกายก็ไม่ไหวได้

หากเราทำได้เองเราคั่วแค่พอสุกหรือฆ่าเชื้อสิ่งแปลกปลอมก็พอ ซึ่งจริงๆแล้วงาดำที่เราซื้อมานั้นกินดิบๆได้เลย เพียงแต่การทำความสะอาดเราต้องหาวิธี แต่โดยมากแล้วเทจากถุงก็ปรุงกันเลยไม่ว่าตำหรือใส่ในอาหาร การนำงาดำหรืองาขาวมาตำดิบนั้น หากบดตำมากๆเราจะได้น้ำมันงาออกมาซึ่งการทำน้ำมันงาบีบเย็นนั้นมีเช่นเดียวกับการที่เราได้ใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น แต่การจะได้น้ำมันงาได้ยากกว่าการได้จากหัวกะทิเพราะงาเมล็ดเล็กมาก 

การตำสมุนไพรจึงเป็นวิธีที่เราจะได้สารอาหารออกมาใช้ได้ง่ายและเป็นวืธีที่ดีมากมาตั้งแต่โบราณ เราทำได้เอง

แม่วัยใสเสี่ยงโลหิตจาง แนะฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์

รพ.กันทรลักษ์ วิจัยชี้ แม่ละอ่อนเสี่ยงโลหิตจาง คลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนัก ขณะที่แม่แก่โอกาสเกิดเบาหวาน ภาวะท่าผิดปกติของทารก แนะเน้นให้คำแนะนำการฝากครรภ์ครั้งแรก ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน

นางวนัฏฐา บุตะโลม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นำเสนอผลการศึกษา เรื่อง 'อายุมารดากับผลของการคลอดของมารดาที่มาคลอดที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์' ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2556 เมื่อเร็วๆ นี้ว่า การตั้งครรภ์ของมารดาวัยรุ่น อายุ 10-19 ปี และมารดาอายุมาก อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี เป็นภาวะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของการคลอดเมื่อเทียบกับมารดาอายุปกติ คือ อายุ 20-34 ปี

ดังนั้น เพื่อที่จะได้ทราบภาวะแทรกซ้อนของการคลอดในมารดาทั้ง 2 กลุ่มอายุ นพ.บัณฑูร ลวรัตนากร และคณะในโรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จึงได้ทำการศึกษาผลของการคลอดในมารดาแต่ละกลุ่มอายุที่มาคลอดที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ โดยกลุ่มศึกษาประกอบด้วยมารดาวัยรุ่นและมารดาอายุมาก กลุ่มเปรียบเทียบประกอบด้วยมารดาอายุปกติที่คลอดระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2554 ถึง 31 พฤษภาคม 2555

ผลการศึกษา พบว่า มารดาที่คลอดทั้งหมด 2,591 ราย แบ่งเป็นกลุ่มมารดาวัยรุ่นจำนวน 474 ราย มารดาอายุปกติ 1,825 ราย และมารดาอายุมาก 292 ราย เมื่อเทียบกับมารดาอายุปกติพบว่ามารดาวัยรุ่นมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าต่อการเกิดภาวะโลหิตจาง การคลอดก่อนกำหนด และภาวะน้ำหนักทารกแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม แต่มารดาวัยรุ่นมีโอกาสเสี่ยงต่ำกว่าต่อการผ่าตัดคลอด ส่วนมารดาอายุมากมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าต่อโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ภาวะท่าผิดปกติของทารก การคลอดก่อนกำหนด และการผ่าตัดคลอดบุตร

'อายุของมารดามีผลต่อภาวะแทรกซ้อนของการคลอดทั้งในมารดาวัยรุ่นและมารดาอายุมาก เมื่อเทียบกับมารดาอายุปกติ พบว่ามารดาวัยรุ่นมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง การคลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักทารกแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม แต่มีโอกาสเสี่ยงต่อการผ่าตัดคลอดลดลง ส่วนมารดาอายุมากมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ภาวะคลอดก่อนกำหนด ภาวะท่าผิดปกติของทารก และมีโอกาสเสี่ยงการผ่าตัดคลอดสูงขึ้น ส่วนในมารดาอายุปกติพบมีโอกาสเสี่ยงความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มากกว่า กลุ่มอายุอื่นๆ และในมารดาทุกกลุ่มอายุ จำเป็นต้องเน้นให้คำแนะนำในการฝากครรภ์ครั้งแรก ก่อนอายุครรภ์12 สัปดาห์เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น การคลอดก่อนกำหนด และภาวะน้ำหนักทารกแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม' 
นางวนัฏฐา กล่าว


ร้านค้าที่สนใจต้องการเป็นตัวแทนจำหน่าย F-2 เขตภาคใต้ทุกจังหวัด
เพชรบุรี
ประจวบคีรีขันธ์
ชุมพร
ระนอง
สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช
กระบี่
ตรัง
พัทลุง
หาดใหญ-สงขลา
สตูล
ปัตตานี
ยะลา
นราธิวาส
ติดต่อได้ที่...คุณสมใจ  ชื่นมุนีวงศ์


โทร.089-848
9604, 087-8747997
หรือสอบถามโดยตรงที่....
คุณอ้อย.089-848 9604
คุณอัง.087-874 7997

ผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผผ





คุณหมอแพร
ภกญ.ไพรำ  บุญญะฤทธิ์  (หมอแพร)
ขอเชิญแวะซื้อหาผลิตภัณฑ์ F-2 ได้ที่นี่ ทุกวัน เปิดถึง 3 ทุ่มค่ะ
เจ้าของร้านคงคุ้นเคยกันทุกคนนะคะ  อัธยาศัยดี๊ดี กันเองค่ะ



ร้านค้าที่สนใจต้องการเป็นตัวแทนจำหน่าย F-2
เขตอำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์
ติดต่อได้ที่...คุณสมใจ  ชื่นมุนีวงศ์


โทร.089-848
9604, 087-8747997
หรือสอบถามโดยตรงที่...
คุณอ้อย.089-848 9604
คุณอัง.087-874 7997
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>


ร้านแพรเภสัช ถนนจิระ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์


ร้านภูมิไท เฮิร์บ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์





(เจ้าของร้าน) ร้านสุภมิตรเภสัช อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์





 
                                                                           F2lady.com สำหรับสตรีทุกวัย
                                                                ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,087-874 7997



F2 ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย.
(ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) หมายเลขทะเบียน อย. 11-1-03654-1-0001
ตรวจสอบเลขทะเบียน อย.http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/food/FSerch.asp?id=food

                             
                                    F-2 เพื่อคุณสุภาพสตรี 1 กล่อง บรรจุ 30 แคปซูล ราคา750.บาท
             สมาชิกวันนี้ ซื้อ 2 กล่อง ราคาพิเศษ  1,300.บาท รีบหน่อยนะคะ...
           โทรถามเลย 089-8489604,087-8747997