ที่นี่เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของดี ของแท้เชื่อมั่นได้100%
    Email : F2lady@windowslive.com ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,  087-874 7997 
 นวัตกรรมสมุนไพรไทยให้คุณภาพชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงโลก
สินค้าจัดส่งไปรษณีย์ EMS 100% ค่ะ

http://facebook.com/ccithailandnew

ผผผผผผผผผผผผผผผผผ
 
 
สถิติ
เปิดเมื่อ2/10/2011
อัพเดท15/07/2018
ผู้เข้าชม599180
แสดงหน้า845257
สินค้าแนะนำ
ปฎิทิน
July 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
    
บทความ
สวัสดีปี 2561 (ปีชงและวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา)
Full Moon Valentine's Day
น่ารักอ่ะ!!
‎***...เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป...***
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 (วันตรุษจีน)
ฤกษ์มงคลเลือกสีรถตามวันเกิด
7 เส้นทางสดใส เริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ
คู่มือ-แผนการตลาด / 100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
คำคมประสบความสำเร็จ
หนังสือน่าอ่าน...หนังน่าดู
คุณอัง.คุณอ้อย...กับความสำเร็จในธุรกิจโอทู
100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F2 (089-848 9604,087-8747997)
www.facebook.com/f2lady.com(Email : f2lady@windowslive.com)
F-2 สำหรับคุณสุภาพสตรี โดยเฉพาะ
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ..........
นิทานก่อนนอน
07 ตุลาคม 2555 ฉลองครบรอบ 8 ่th ปี บ.โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล จก.
ตำแหน่ง ผจก.ฝ่ายขายประจำอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ
55 เรื่องที่ชาวญี่ปุ่นอยากทำก่อนที่พ่อแม่จะเสียชีวิต
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ.........
ธรรม...สงบ...ร่มเย็น (คำคม..นักปราชญ์) ประทับใจ
แนวความคิด และการทำงาน
60 ความเชื่อโบราณ ที่คนไทยทุกคนควรรู้
คำคม...นักปราชญ์
ประทับ...ใจ
อานิสงส์ของการสวดมนต์ เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)
สินค้าขายดี
โพล

QA: กลัวเหี่ยว! อาหารอะไรช่วยเพิ่มเอสโตรเจน หน้าอก มดลูก กระดูก 3 จุดสำคัญเมื่อฮอร์โมนเปลี่ยน

15/07/2018 20:07 เมื่อ 15/07/2018 อ่าน 2268

.........
 

 
 
QA: กลัวเหี่ยว! อาหารอะไรช่วยเพิ่มเอสโตรเจ

Question เข้าใกล้วัยทองแล้ว จากผิวมันกลายเป็นผิวแห้ง อยากทราบว่าควรกินอะไรดีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิวในวัยใกล้หมดประจำเดือน

Answer โดย นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท (แผนกผู้สูงอายุ)

“สาเหตุหลักของผิวที่เริ่มเหี่ยวย่นของสาววัยทอง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนในช่วงวัย 45 ปีขึ้นไป ซึ่งอายุเฉลี่ยของหญิงไทยเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเมื่อวัย 51 ปี โดยร่างกายจะหยุดการผลิตไข่

แต่รังไข่ก็ยังทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนต่างๆ เช่น เอสโตรเจน และโปรเจสโตโรน แต่ปริมาณจะลดลงไปกว่าเดิม ฮอร์โมนที่ส่งผลต่อคอลาเจนและอีลาสตินในผิวคือ เอสโตรเจน ซึ่งฮอร์โมนนี้จะผลิตลดลงปีละ 2.1 เปอร์เซ็นต์นับจากวันที่ประจำเดือนหมด ซึ่งหมายถึงจำนวนคอลาเจนจะลดลงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์เมื่ออายุอยู่ในวัย 65 ปี

ผู้หญิงที่ประจำเดือนหมดแล้วและพบว่ามีปัญหาเรื่องผิวพรรณ ควรใส่ใจดูแลตนเองให้มากขึ้นด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรเน้นการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น นมถั่วเหลืองซึ่งมีไอโซฟลาโวนซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน นอกจากนี้ยังมีเลซิทินซึ่งช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ลดไขมัน และคอเลสเตอรอลได้ แต่ก็ควรรับประทานวันละประมาณ 1-2 แก้วในขณะท้องว่าง และก่อนหรือหลังมื้ออาหารประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะนมถั่วเหลืองมีไฟเบอร์ที่ย่อยยาก หากรับประทานพร้อมอาหารจะทำให้ท้องอืด และการดูดซึมสารอาหารในมื้อนั้นลดลงได้

ควรดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำเพราะน้ำมะพร้าวมีสารไฟโตรเอสโตรเจนที่มีโครงสร้างคล้ายเอสโตรเจนในคนแต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า หรือน้ำมะม่วงสุก, กุยช่าย, เนื้อปลา, ถั่ว, ข้าวซ้อมมือ, มันฝรั่ง ฯลฯ รวมทั้งเมล็ดธัญพืช เช่น เมล็ดลินิน เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ แต่ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอดี

ควรใช้ครีมกันแดดที่สามารถป้องกันรังสียูวีเอ และยูวีบี และการดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วเพราะช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ไม่แตกแห้ง

ถ้ายังมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนควรพบแพทย์เพื่อตรวจดูปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ถ้าไม่เพียงพอก็สามารถทานฮอร์โมนเสริมแต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไปอาจทำให้เกิดเนื้องอกในรังไข่ หรือมะเร็งเต้านมได้

วิธีที่ดีที่สุดคือควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาปริมาณเอสโตรเจนในร่างกาย ในวัยหมดประจำเดือน ปริมาณเอสโตรเจนจะอยู่ในช่วง 50pg/mL-400 pg/mL ถ้าปริมาณน้อยกว่า 100 pg/mL ก็มักจะมีอาการร้อนวูบวาบ

วัยทองนับว่าเป็นวัยของการประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีเรื่องความเสื่อมทางด้านร่างกายโดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณมาด้วย แต่ถ้าเข้าใจหลักการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายและโครงสร้างของผิว แล้วใส่ใจดูแลอย่างถูกต้อง ผิวพรรณจะมีสุขภาพดีและช่วยให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยไปได้อีกนาน' 
 

หน้าอก มดลูก กระดูก 3 จุดสำคัญเมื่อฮอร์โมนเปลี่ยน 

ผู้หญิงเมื่อก้าวเข้าสู่วัยที่เพิ่มขึ้น หลายคนมักกระวนกระวายใจกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และไม่รู้วิธีรับมือกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป 'ชี′ส สมาร์ท' (She′s Smart) ภายใต้การสร้างสรรค์ของหน่วยงาน 'อาร์แอลจี วูแมน' (RLG Woman) ในเครือรักลูกกรุ๊ป จึงร่วมกับศูนย์สุขภาพสตรีกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ จัดกิจกรรม 'สเตย์ เฮลตี้ สเตย์ ยังเกอร์ เคล็ด (ไม่) ลับกับทุกเรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้' โดยมีการเสวนาในเรื่อง หน้าอก มดลูก กระดูก 3 จุดสำคัญเมื่อฮอร์โมนเปลี่ยน 

พญ.วนิชา ปัญญาคำเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพสตรีกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้คำแนะนำว่า เอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตเมื่ออยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ โดยไข่ในรังไข่ของผู้หญิงจะไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมา และยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นระบบรอบเดือน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์อีกด้วย 

'เอสโตรเจนนอกจากจะมีผลกับอวัยวะสืบพันธุ์แล้ว ยังมีส่วนทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ผมไม่หลุดล่วงง่าย หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง เป็นตัวประสานให้วิตามินดีรวมเข้ากับแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูก นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบประสาทและสมองที่ทำให้เรามีความจำดี อารมณ์สดใส ไม่มีอาการซึมเศร้า ทั้งนี้ ถ้าเราขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนระบบประสาทอัตโนมัติต่างๆ จะมีอาการผิดปกติ ซึ่งจะมีอาการที่เราเรียกว่าวัยทอง'

จุดแรกที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเอสโตรเจนได้แก่ 'หน้าอก' 

คุณหมอวนิชาแนะนำว่า เมื่อผู้หญิงเริ่มมีหน้าอก ควรเริ่มดูแลตัวเองในช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเยอะทำให้ผู้หญิงรู้สึกปวดและคัดตึงเต้านม สิ่งเหล่านี้คือ อาการปกติ แต่สิ่งที่ผู้หญิงทั้งหลายกลัวและกังวลนั่นคือ มะเร็งเต้านม ซึ่งพบมากเป็นอันดับ 1 

'วิธีเช็คง่ายๆ สามารถตรวจด้วยตัวเอง ตอนอาบน้ำ ให้คลำที่เต้านมและวนไปรอบๆ โดยใช้ปลายนิ้วกดไปที่ผนังหน้าอกแล้ววนไปให้ทั่ว ถ้าเต้านมปกติจะนุ่ม คลำแล้วไม่มีก้อน ซึ่งทำข้างไหนแขนข้างนั้นต้องยกขึ้นเหนือศีรษะ หลังจากนั้นก็มาบีบที่หัวนมดู ว่ามีน้ำเหลือง มีเลือดออกมาไหม' 
'นอกจากนี้เวลาอาบน้ำให้สังเกตว่าเต้านมเรา 2 ข้างเท่ากันหรือไม่ มีรอยบุ๋มหรือมีลักษณะที่ผิดปกติไปจากเดิมไหม โดยการเท้าเอวแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าให้ดูว่าเต้านมห้อยลงมีรอยบุ๋มไหม ควรทำทุกเดือน หลังประจำเดือนหมดไปแล้ว ถ้าอายุ 40 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจแบบเอกซเรย์เต้านม อัลตราซาวด์ ทั้งนี้ ผู้หญิงที่แต่งงานและให้นมลูก โอกาสจะเป็นมะเร็งน้อยกว่า เพราะว่าเต้านมจากท่อน้ำนมได้มีการเปลี่ยนแปลง'

จุดที่สอง 'มดลูก' ปัจจุบันมะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับ 2 ของผู้หญิงไทย มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งชนิดเดียวที่เช็กได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ โดย 99.7% เกิดจากเชื้อเอสพีวี ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน เรียกว่าป้องกันแบบปฐมภูมิ คือ ป้องกันตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อ โดยฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบขึ้นไป สามารถคุ้มครองได้ 7-10 ปี แต่ประโยชน์จะสูงสุดตรงที่ยังไม่ได้รับเชื้อ

'สัญญาณที่แสดงถึงความผิดปกติของมดลูกคือ อาการตกขาวที่มีเลือดปน ตกขาวมีกลิ่นเหม็น เพศสัมพันธ์แล้วมีเลือดออก อาการเหล่านี้อยู่ในข่ายต้องสงสัย แต่ยังไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่ว่าเป็นทุกคน เพียงแต่เป็นอาการที่จะควรมาปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้ การปวดประจำเดือน 80% เป็นเรื่องปกติของผู้หญิง แต่หากใครปวดประจำเดือนจนไม่สามารถไปทำงานได้ หรือต้องใช้ยาแก้ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือน กรณีนี้ควรมาพบแพทย์ เพราะมีโรคหนึ่งที่เรียกว่าช็อกโกแลตซีส หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ คือถุงน้ำในรังไข่ข้างในเหมือนช็อกโกแลต ทำให้เกิดพังผืดที่กระดูก

เชิงกรานจะปวดและเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์' นอกจากนี้คุณหมอยังแนะนำว่า ผู้หญิงควรมาตรวจสุขภาพตอนที่ประจำเดือนหมดใหม่ๆ เพราะเป็นช่วงที่มดลูกจะปกติที่สุด หากมาตรวจในช่วงกลางรอบเดือนอาจจะพบฟองไข่ เพราะเป็นช่วงการตกไข่ การตรวจอาจจะเกิดความไม่ชัดเจน
จุดสุดท้าย 'กระดูก' นับเป็นส่วนที่มีความสำคัญที่ควรดูแลตั้งแต่เด็ก เพราะกระดูกเริ่มสร้างจนถึงอายุประมาณ 30-35 ปี หลังจากนั้นกระดูกจะเริ่มบางลงเรื่อยๆ อัตราเร่งที่จะทำให้กระดูกบางเร็วที่สุดคือ วัยหมดประจำเดือน 

'เราควรสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่ยังเด็กๆ ควรทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ออกกำลังกาย โดนแสงแดด เพื่อให้ได้รับวิตามินดี รวมทั้งลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้กระดูกถูกทำลาย อาทิ สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ อันเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุน สำหรับวิธีการสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก คือการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม โดยค่าปกติของแคลเซียมที่ควรจะได้รับอยู่ที่ 800 มิลลิกรัม โดยนม 1 แก้ว จะมีแคลเซียมประมาณ 250 มิลลิกรัม เต้าหู้ 1 ก้อนเท่ากับนม 1 แก้ว แต่ถ้าน้ำเต้าหู้จะมีแคลเซียมน้อยเพราะจะถูกเจือจาง'

ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิง แต่ถ้ามีการเตรียมพร้อมในการรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจะทำให้ก้าวผ่านปัญหาสุขภาพไปได้อย่างดี


กินเห็ดหอม ลดเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก 

เป็นที่รู้ กันดีว่าเห็ดนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายนับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นก็คือเห็ดสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า “เห็ดชิตาเกะ” หรือ “เห็ดหอม” นั่นเอง

ทว่า ดูเหมือนว่าเห็ดหอมจะไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องสารอาหาร แต่ยังมีผลการวิจัยที่ระบุว่า ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วย

โรงเรียนการแพทย์ของมหาวิทยาลัยศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพเทกซัส พบว่าสารสกัดจากเห็ดสายพันธุ์ญี่ปุ่นดังกล่าว อาจจะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นมาจากไวรัสเอชพีวี ซึ่งเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งในช่องปาก มะเร็งในลำคอ มะเร็งทวารหนัก รวมไปถึงมะเร็งอวัยวะเพศชายได้

การทดลองโดยใช้หนูทดลองครั้งนี้ของมหาวิทยาลัยในสหรัฐ พบว่าเห็ดหอมสามารถกำจัดไวรัสเอชพีวีได้ภายใน 90 วัน นอกจากนี้แล้วยังลดอัตราการเติบโตของเนื้อร้ายที่ปากมดลูกได้อีกด้วย


 


กินเยอะแต่ผอม อย่าเพิ่งดีใจ !

“ฉันกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น ก็แค่เกิดมาผอม”…...ในขณะที่คนมากมายต้องต่อสู้กับปัญหาน้ำหนักตัว เมื่อได้ยินใครบางคนพูดอย่างภาคภูมิใจว่า พวกเขารักษารูปร่างให้ผอมบางไว้ได้ง่ายดายขนาดไหน จะดีแค่ไหนถ้าคุณมีรูปร่างอย่างที่หวัง โดยไม่ต้องกังวลว่ากินอะไรเข้าไปบ้าง หรือจะต้องไปโหมออกกำลังกายอย่างหนักทีหลัง

แต่โชคร้ายที่แม้แต่คนรูปร่างผอมบางก็อาจเป็นโรคอ้วนได้ ถึงแม้รอบเอวคุณจะเล็กกิ่ว แขนขาจะเพรียวยาว แต่สิ่งที่อยู่ข้างในต่างหากที่สำคัญ ถ้าร่างกายของคุณมีกล้ามเนื้อไม่เพียงพอแถมยังมีไขมันมากเกินไป คุณก็อาจมีปัญหาสุขภาพตามมาได้ ความจริงก็คือการเป็นคนผอมไม่ได้หมายถึงการมีสุขภาพดีเสมอไป 

ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ นายแพทย์ ดร. เดวิด ฮีเบอร์ ประธานสถาบันโภชนาการเฮอร์บาไลฟ์ และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวในการสัมภาษณ์กลุ่มงานประชุมเฮอร์บาไลฟ์ เอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่า กรุงเทพฯ ระบุว่า “แม้บางคนจะไม่จัดว่าอ้วนเมื่อดูจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ที่จริงพวกเขาอาจเป็นโรคอ้วน เพราะมีอัตราส่วนของไขมันในร่างกายสูงเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว”

คนที่เป็นโรค “ผอมซ่อนอ้วน” ก็คือคนผอมที่สวมใส่เสื้อผ้าแล้วดูดี แต่ที่จริงแอบอ้วนอยู่ข้างใน และคนจำนวนมากที่เป็นโรคอ้วนแบบนี้มักไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพอยู่ ดร. เดวิด ฮีเบอร์ เรียกภาวะนี้ว่า TOFI – Thin Outside, Fat Inside หรือผอมข้างนอกแต่อ้วนข้างใน ซึ่งแม้แต่คนที่มีดัชนีมวลกายปกติ (BMI) ก็อาจมีไขมันภายในร่างกายสูงได้อย่างน่าแปลกใจ (BMI หรือ Body Mass Index คือดัชนีวัดความอ้วนที่เป็นมาตรฐาน คำนวณได้โดยเอาน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงมีหน่วยเป็นเมตร ยกกำลังสอง)

ปัจจุบันการวัดไขมันสามารถทำได้หลายวิธี วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการชั่งน้ำหนักในน้ำ (Underwater Weighing) แต่วิธีนี้มีราคาแพงและต้องทำในห้องปฏิบัติการเท่านั้น อีกทางเลือกหนึ่งในการวัดไขมันในปัจจุบัน คือการวัดค่า BIA หรือ Bioelectric Impedance Analysis โดยใช้เครื่องวัดไขมัน ซึ่งเป็นการวัดองค์ประกอบของร่างกายจากความต้านทานไฟฟ้า โดยอาศัยคุณสมบัติที่แตกต่างกันระหว่างไขมันกับกล้ามเนื้อ เมื่อได้ค่าความต้านทานออกมาแล้ว เครื่องจะนำไปคำนวณโดยอาศัยปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก เพศ อายุ ฯลฯ แล้วแปลผลออกมา

นอกจากนี้ยังมีวิธีง่าย ๆ ที่ใช้กันทั่วไป คือใช้เครื่องวัดไขมันเฉพาะจุดซึ่งมีลักษณะเหมือนปากคีบขนาดใหญ่ คีบลงบนผิวหนังเพื่อวัดไขมันจากความหนาของผิวที่ถูกคีบขึ้น ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น บริเวณหน้าท้องซึ่งมีไขมันสะสมอยู่ภายใต้ แต่วิธีนี้อาจไม่ตอบโจทย์กับการวัดได้ทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถวัดไขมันที่อยู่ลึกลงไป หรือไขมันตามต้นขาและหน้าอกได้

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ นพ.ดร. ฮีเบอร์ เน้นย้ำว่าเราไม่ควรกังวลกับไขมันที่เห็นภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ควรใส่ใจกับไขมันที่ซ่อนอยู่ภายในด้วย “คนที่มีระดับไขมันในร่างกายสูงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายชนิด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น”

“ในความเป็นจริง ไขมันภายในร่างกายเหล่านี้ถูกซ่อนอยู่ในไขมันที่ห่อหุ้มอวัยวะสำคัญ ซึ่งจะพอกพูนต่อเนื่องไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งาน และไปอออยู่รอบหัวใจ ไขมันชนิดนี้จึงเป็นอันตรายมากกว่าไขมันภายนอกซึ่งอยู่ใต้ผิวหนัง แถมคนที่มีไขมันชนิดนี้ยังดูผอมด้วย” ดร. ฮีเบอร์ กล่าวเสริม

ร้านค้าที่สนใจต้องการเป็นตัวแทนจำหน่าย F-2

ติดต่อได้ที่...คุณสมใจ  ชื่นมุนีวงศ์


โทร.089-848
9604, 087-8747997
ศูนย์ค้าส่งผลิตภัณฑ์ F-2 

ที่ อ.บ้านกรวด
หรือสอบถามโดยตรงที่...
คุณอ้อย.089-848 9604
คุณอัง.087-874 7997


<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>





.................................................................................
 
                                                                           F2lady.com สำหรับสตรีทุกวัย
                                                                ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,087-874 7997



F2 ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย.
(ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) หมายเลขทะเบียน อย. 11-1-03654-1-0001
ตรวจสอบเลขทะเบียน อย.http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/food/FSerch.asp?id=food

                             
                                    F-2 เพื่อคุณสุภาพสตรี 1 กล่อง บรรจุ 30 แคปซูล ราคา750.บาท
             สมาชิกวันนี้ ซื้อ 2 กล่อง ราคาพิเศษ  1,300.บาท รีบหน่อยนะคะ...
           โทรถามเลย 089-8489604,087-8747997