ที่นี่เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของดี ของแท้เชื่อมั่นได้100%
    Email : F2lady@windowslive.com ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,  087-874 7997 
 นวัตกรรมสมุนไพรไทยให้คุณภาพชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงโลก
สินค้าจัดส่งไปรษณีย์ EMS 100% ค่ะ

http://facebook.com/ccithailandnew

ผผผผผผผผผผผผผผผผผ
 
 
สถิติ
เปิดเมื่อ2/10/2011
อัพเดท22/07/2018
ผู้เข้าชม612012
แสดงหน้า865220
สินค้าแนะนำ
ปฎิทิน
September 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
      
บทความ
สวัสดีปี 2561 (ปีชงและวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา)
Full Moon Valentine's Day
น่ารักอ่ะ!!
‎***...เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป...***
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 (วันตรุษจีน)
ฤกษ์มงคลเลือกสีรถตามวันเกิด
7 เส้นทางสดใส เริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ
คู่มือ-แผนการตลาด / 100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
คำคมประสบความสำเร็จ
หนังสือน่าอ่าน...หนังน่าดู
คุณอัง.คุณอ้อย...กับความสำเร็จในธุรกิจโอทู
100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F2 (089-848 9604,087-8747997)
www.facebook.com/f2lady.com(Email : f2lady@windowslive.com)
F-2 สำหรับคุณสุภาพสตรี โดยเฉพาะ
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ..........
นิทานก่อนนอน
07 ตุลาคม 2555 ฉลองครบรอบ 8 ่th ปี บ.โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล จก.
ตำแหน่ง ผจก.ฝ่ายขายประจำอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ
55 เรื่องที่ชาวญี่ปุ่นอยากทำก่อนที่พ่อแม่จะเสียชีวิต
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ.........
ธรรม...สงบ...ร่มเย็น (คำคม..นักปราชญ์) ประทับใจ
แนวความคิด และการทำงาน
60 ความเชื่อโบราณ ที่คนไทยทุกคนควรรู้
คำคม...นักปราชญ์
ประทับ...ใจ
อานิสงส์ของการสวดมนต์ เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)
สินค้าขายดี
โพล

*****อาหารการกิน...ดีๆทั้งนั้น

22/07/2018 21:57 เมื่อ 22/07/2018 อ่าน 3770
.........
เรื่องเกี่ยวกับอาหาร และโภชนาการ
เรื่องนี้สำคัญนะคะ ติดตามได้เรื่อยๆนะคะ

 
ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : กินแปะก๊วยให้เป็น 

'แปะก๊วย' เป็นที่รู้จักกันทั่วไป โดยเฉพาะอยู่คู่กับพี่น้องชาวจีนในประเทศไทยตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ถ้าหากเราไปกินเลี้ยงโต๊ะจีน 
จะต้องเห็นแปะก๊วยในอาหารคาวและหวานเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารอย่างแน่นอน แปะก๊วยจึงเป็นทั้งอาหารและยาที่มีที่มีถิ่นกำเนิดมาจา
เมืองจีน โบราณจีนมีคำกล่าวขานต่อกันเรื่อยมาว่า ในบรรดาสัตว์นั้น เต่ามีอายุยืนที่สุด มีสถิติว่าอายุยืนเป็น 200 ปี

ส่วนพืช เราเคยรู้มาแต่ว่า ต้นสนอายุยืนที่สุด แต่โบราณจีน มีสถิติว่า ต้นแปะก๊วยอายุยืนที่สุด ในสมัยราชวงค์หมิงบันทึกไว้ว่า มีอายุนานกว่า 3,000 ปี ชาวบ้านมักเรียกกันว่า “ต้นไม้ปู่ทวด” พอเด็กโตมาก็จะรับรู้ว่าต้นแปะก๊วยแก่ๆ อายุยาวนานที่หน้าบ้านปลูกตั้งแต่รุ่นทวดตกทอดมา ทุกส่วนของต้นแปะก๊วยล้วนมีประโยชน์ เป็นได้ทั้งอาหารและยา แต่ที่นิยมใช้กันในครัวเรือนกันมากเห็นจะเป็นเม็ดแปะก๊วยเสียมากกว่า โดยเฉพาะวันตรุษวันสารทจีน จะต้องมีแปะก๊วยแจมด้วย 
อีกทั้งการปรุงอาหารจีนหรือขนมบางชนิดจะขาดแปะก๊วยไม่ได้ แม้จะมีรสชาติขมบ้าง มีพิษด้วย แต่ผู้คนก็ยังชอบบริโภค ดังนั้นเราๆ ท่านๆ จึงควรเรียนรู้ในการกินแปะก๊วยอย่างไรให้ปราศจากพิษ และได้ประโยชน์

แปะก๊วยมีสรรพคุณทางยาที่ดีมากตรงไหน

ตรงที่แก้หอบหืด แก้ไอ มีฤทธิ์สุขุม รสหวาน ขม เข้าเส้น ปอด 
จึงช่วยในเรื่องหอบหืดเป็นอันดับแรก ถ้าเรามีอาการทั้งไหทั้งหอบ กินแปะก๊วยจะช่วยได้ดี

ช่วยขับของเสีย ระบายปัสสาวะขับชื้น ดังนั้นการกินแปะก๊วยในโรค ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเลือดสมองและหัวใจ 
นอนไม่หลับจากเส้นเลือดมีปัญหา จึงได้ผลดี

ช่วยรักษา มือเท้าแห้งแตกระแหง ใช้แปะก๊วยดิบ ปอกเปลือกนอกที่แข็งๆ ออก ตำให้ละเอียด ทาบริเวณที่แตกทุกคืน

ช่วยรักษา แมงกินฟัน ใช้แปะก๊วยดิบเคี้ยวหลังอาหาร 2 เม็ด แต่ห้ามกลืน เพราะแปะก๊วยแม้จะมีสรรพคุณดี แต่พิษก็มาก

ช่วยแก้เมาเหล้า โบราณสอนว่า “แปะก๊วยดิบช่วยแก้เมาเหล้า แปะก๊วยสุกบำรุงร่างกาย” แต่เนื่องจากพิษมากไม่ควรกินมาก

กินแปะก๊วยอย่างไรให้ปลอดภั

เนื่องจากเม็ดแปะก๊วยมีสารที่ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย 2 ชนิด ดังนั้นจึงไม่ควรกินเกินปริมาณ ไม่ควรกินเกิน 10 กรัม เท่ากับ 5-6 เม็ด

สารมีพิษที่ว่านี้ถ้าเจอน้ำและเจอความร้อน พิษจะน้อยลง สังเกตไหมว่า แปะก๊วยจะไม่มีชนิดคั่วเลย เพราะคั่วไม่มีน้ำ พิษไม่ได้เจือจางไปกับน้ำ

อาการติดพิษแปะก๊วยแสดงออกอย่างไร

ปวดศีรษะ ตัวร้อนเหมือนเป็นไข้ อาเจียน หนักกว่านั้นก็หมดสติได้ เมื่อสารทจีนที่ผ่านมา มีวันหนึ่ง เด็กที่บ้านหลังกินอาหารมื้อเย็นด้วยผัดกระเพาปลาแล้ว ก็ตามด้วยกินแปะก๊วยต้มเข้าไป 7-8 เม็ด ต่อจากนั้นกินลำไยต่ออีก5-6 เม็ด ไม่นานรู้สึกตัวร้อนมาก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ร้อน คิดว่าอาจเพราะกินลำไย จึงชงเก๊กฮวยแก้ร้อนกิน ไม่นานรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียน ผ่านไป 20 นาที อาเจียนออกหมดไส้หมดพุง แสบร้อนไปทั้งหน้าอก หลังจากกินยากระเพาะแล้วอาการต่างๆ หายไป และอาเจียนครั้งเดียวก็ไม่อาเจียนอีกเลย

ใบแปะก๊วยมีประโยชน์อย่างไร

มีอยู่ช่วงหนึ่งผู้คนแห่กันนิยมกินใบแปะก๊วยแคปซูล นัยว่าช่วยบำรุงสมอง แต่ถึงจะมีสรรพคุณดีอย่างไร ก็ควรกินในปริมาณที่พอดี หากมากเกินไป แทนที่จะบำรุง กลับจะเป็นพิษมากกว่า

http://www.komchadluek.net/detail/20130906/167494/ไขปัญหาฯ:กินแปะก๊วยให้เป็น.html#.Ujdd8NJFCVw
 
 หล่อฮั่งก้วย ผลอรหันต์

หล่อฮั่งก้วย : ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Monordica grosvenoril Swingle วงศ์ : Cucurbitaceae 
สาระสำคัญ : Mogroside ไมโกรไซด์ 

หล่อฮั้งก้วยหรือผลอรหันต์ มาจากคำภาษาจีนแต้จิ๋ว ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า หลอฮั่นกว่อ หลอฮั่น หรือ หล่อฮั้งแปลว่า พระอรหันต์ และเป็นชื่อของหมอที่ค้นพบสรรพคุณของผลไม้ชนิดนี้ กว่อ หรือ ก้วย แปลว่า ผลไม้มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า Momordica Grosvenori หล่อฮั้งก้วย เป็นชื่อพืชสมุนไพรจีน ปลูกมากในมณฑลกวางสีมีผลกลมขนาดพอๆ กับไข่เป็ด ผลมีเปลือกแข็งแต่เปราะ เมื่ออ่อนมีสีเขียว ผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม แกมดำผลแห้งของมันมีรูปร่างกลมรี มีผิวเรียบมันสีน้ำตาลเข้ม ตามตำรับจีนจะนำผลมาตากแห้ง หรือลนไฟให้แห้งผลที่แห้งเมื่อเคาะจะมีเสียงกังวาน ใช้ต้มดื่มหรือต้มผสมกับจับเลี้ยง ซึ่งเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรแก้ร้อนใน

สรรพคุณ : เนื่องจากหล่อฮั่งก๊วยมีสารให้ความหวาน ( มากกว่าน้ำตาล มากกว่า 250 เท่า ) จึงนำมาใช้แต่งรสหวานโดยที่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ในประเทศจีนใช้กันมากในเรื่องของการแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ ขับเสมหะ

สาระสำคัญ : ที่พบในหล่อฮังก้วยคือ โมโกรไซด์(Mogrosides) ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม ไตรเตอร์ปีนไกลโคไซด์ (Triterpene Glycosides) เป็นสารที่มีรสชาติหวาน แต่ไม่ให้พลังงาน 
และไม่มีผลกระทบต่อระดับอินซูลินใน กระแสเลือด ผู้ป่วยเบาหวานดื่มแทนของหวานได้ เพราะเขาจะให้รสชาติหวานแต่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นแนะนำนะคะสำหรับคนติดรสหวานๆ 
จิบแทนการกินขนมได้เลย ช่วยลดน้ำหนักได้ทางหนึ่ง

นักวิจัยที่ Nihon University ประเทศญี่ปุ่น ได้ค้นพบว่าสารประกอบใน หล่อฮังก้วย มีประสิทธิภาพในการ 
ต่อต้านการเจริญของเนื้องอกได้ และมีการศึกษาที่มหาวิทยาลัย ของเมือง ฮิโรชิม่า พบว่า สารโมโกรไซด์ สามารถยับยั้งการเจริญของเนื้องอกที่ผิวหนัง

รายงานทางคลินิกพบว่าสารสกัดจากหล่อฮังก้วย ช่วยเร่งปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันในร่างกาย โดยไม่ผลกระทบต่อระดับการผลิตอินซูลินได้มีการศึกษาอีกว่า โมโกรไซด์ อาจป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ โดยการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น 
(Oxiation Reaction: เป็นปฏิกิริยา ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ) ของคลอเรสเตอรอล


ดื่มนมจืดดีกว่ารสหวาน คุณค่าเพียบ ป้องกันฟันผุ

วิจัยชัดนมจืดให้คุณค่าโภชนาการมากกว่านมรสหวาน ทั้งแคลเซียม โปรตีน วิตามินเอ วิตามินอี แนะส่งเสริมเด็กกินนมจืดช่วยลดพฤติกรรมติดหวาน เสี่ยงโรคอ้วน ช่วยลดฟันผุ เหตุนมจืดช่วยฟันแข็งแรง แต่นมรสหวานเติมน้ำตาลทำให้ฟันผุ

ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า นมเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมสำหรับทุกวัย เพราะมีโปรตีนคุณภาพดีและมีแคลเซียมสูง โดยเฉพาะนมโคสด 100% ไขมันต่ำ รสจืด มีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่านมที่ปรุงแต่งด้วยน้ำตาลและกลิ่น ทั้งนี้ มีผลการศึกษาว่า การดื่มนม วันละ 2 แก้ว ร่วมกับการออกกำลังกายประเภทที่มีการยืดตัว เช่น ว่ายน้ำ บาสเกตบอล และโหนบาร์ จะช่วยเพิ่มความสูงได้

“จากการศึกษาโดยนำนมโคสดแท้ นมปรุงแต่งรสหวาน 
นมเปรี้ยว ปริมาณ 100 มิลลิลิตรเท่ากันมาเปรียบเทียบคุณค่าสารอาหาร พบว่า นมโคสดแท้จะให้สารอาหารที่จำเป็นมากกว่า โดยมีแคลเซียม 135 มิลลิกรัม โปรตีน 3.3 กรัม วิตามินเอ 71 มิลลิกรัม และวิตามินอี 0.22 มิลลิกรัม ส่วนนมปรุงแต่งรสหวานมีแคลเซียมเพียง 102 มิลลิกรัม โปรตีน 2.3 กรัม วิตามินเอ 38 มิลลิกรัม และวิตามินอี 0.16 มิลลิกรัม” รมว.สาธารณสุข กล่าวและว่า ที่สำคัญการดื่มนมรสหวานยังเป็นสาเหตุของฟันผุ เพราะนมจืดมีผลวิจัยว่า นมธรรมชาติเสริมความแข็งแรงของฟัน แต่หากเติมน้ำตาลลงไปจะเสี่ยงฟันผุ ยิ่งแปรงฟันไม่สะอาดยิ่งเสี่ยงผุหลายเท่า การส่งเสริมให้เด็กดื่มนมจืด เป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดพฤติกรรมติดหวาน โรคอ้วน และสร้างความแข็งแรงให้กับฟัน

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เด็กก่อนวัยเรียนให้ดื่มนมชนิดธรรมดาวันละ 2 - 3 แก้ว วัยเรียนดื่มวันละ 2 แก้ว ส่วนวัยผู้ใหญ่ต้องการสารอาหารเพิ่มการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ดื่มนมชนิดพร่องมันเนยหรือขาดมันเนย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะไขมันเกินดื่มวันละ 1 แก้ว ส่วนหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตรวันละ 2 แก้ว วิธีการที่ดีที่สุดคือดื่มนมหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 1 แก้ว ทั้งนี้ การสนับสนุนให้เด็กดื่มนมจืดเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นภาระงานของกรมอนามัย ที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมทั้งพฤติกรรมลดหวานในกลุ่มเด็กวัยเรียน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพในช่องปากอย่างถูกวิธี อันจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ตามมาในระยะยาว

 

แครอทย่อยยาก / แตงกวามียูริค (ไม่ควรนำมาปั่นทานทุกวัน)

แครอทกับแตงกวา เป็นพืชที่เรานำมาใช้ทำอาหารได้หลากหลาย ทำได้ทั้งสุกและดิบ เราทราบกันดีว่าให้คุณประโยชน์มากต่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ผู้เขียนได้อ่านหนังสือเล่าสู่กันฟังแพทย์ทางเลือกเล่ม 2 เห็นว่าบางเรื่องเราควรที่จะช่วยกันบอกกล่าวให้ผู้ที่เราพอจะบอกได้ ให้ทราบในการนำแครอทและแตงกวา มาใช้เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างถูกต้อง และควรระวังอย่างไรได้บ้าง เพื่อไม่ให้เกิดโรคในร่างกาย ฯ

บทความในหนังสือ ที่กล่าวถึง แครอทและแตงกวา
มีคำถามมากมายที่พูดถึง “การทานน้ำแครอท และนำแตงกวาสดปั่น“ทุกวันนั้น ดร.รสสุคนธ์ ได้ให้เหตุผลไว้อย่างน่าฟังว่า

การทำน้ำแครอทปั่น
” การทานน้ำแครอทสำหรับคนไทยนั้นไม่ขอแนะนำเพราะถึง แม้แครอทจะมีปริมาณ เบต้าแคโรทีน ต่อหน่วยน้ำหนักสูงจริงเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น แต่…ก็เป็นเบต้าแคโรทีนชนิดที่ย่อยยากมาก ที่ไม่แนะนำคนไทยก็เนื่องจากคนไทย เป็นชาติที่เกิดลุ่มน้ำ โดยสภาพภูมิศาสตร์เขตร้อนชื้น จะทำให้มีการติดเชื้อที่มีผลต่อตับ ทำให้ตับเสื่อม ติดต่อกันทางสายพันธุ์มานานนับพันๆปีแล้ว เพราะเชื้อเหล่านี้มีอยู่ในน้ำและติดต่อกันง่ายมาก ซึ่งตับมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกาย ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ การผลิตน้ำย่อยมาย่อยไขมันและย่อยโปรตีนก็จะเกิดได้น้อยลง

ซึ่งสามารถทดสอบได้ง่ายๆ
โดยการนำแครอทใส่ลงในโอ่งหมักจุลินทรีย์ พร้อมกับขยะอินทรีย์ที่เป็นพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์และขยะอื่นๆ เมื่อใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำในอัตราส่วน น้ำตาล 1 ส่วน ต่อขยะ 3 ส่วนและน้ำ 10 ส่วน

ในขบวนการย่อยที่เกิดในโอ่งจะมีสภาพคล้ายแบบจำลองการย่อยอาหารในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะส่วนลำไส้ของคนเรา
ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน ขยะที่ใส่ลงไปในโอ่งจะถูกย่อยสลายไปเกือบหมด แต่แครอทที่ใส่ลงไปจะมีสภาพเหมือนเดิมอยู่ยังไงก็อยู่อย่างนั้น แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 8 เดือน ขยะทุกชนิดถูกย่อยสลายไปหมด แต่แครอทก็ยังคงอยู่เหมิือนเดิม สีเหมือนเดิม ความแข็งแรงเหมือนเดิม (ข้าวโพด ก็เช่นเดียวกัน)

ซึ่งได้ดูตารางคุณค่าสารอาหารของกระทรวงสาธารณสุขไทย มีผักหลายอย่างที่มี เบต้าแคโรทีนสูง เช่น กระเพรา โหระพา กวางตุ้ง ตำลึง ซึ่งเราสามารถหาทานได้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ในงานวิจัยของต่างประเทศอาจจะมีผลดีจริงเมื่อทานแครอท แต่สิ่งที่เราต้องคิดตามนั่นก็คือ ชาวต่างประเทศเกิดในพื้นที่สูง และอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ตับจะแข็งแรงกว่าคนไทย

ซึ่งถ้าท่านอยากจะทานแครอทจริงๆ แนะนำว่าควรนำมาต้มนานๆและรับประทานในปริมาณที่น้อยๆ ซึ่งจะดีกว่าเอามาปั่นสดทาทุกวันเพราะถ้าทานทุกวัน ตับจะทำงานหนักและเมื่อย่อยไม่หมดจะมีแครอทส่วนที่ย่อยไม่หมดตกค้างตามผิวหนัง มีอาการตัวเหลืองคล้ายกับคนที่ทานมะละกอสุกในปริมาณมากๆทุกวัน จะมีผิวเหลืองและ ตัวเหลืองเช่นกัน ”

การทาน “น้ำแตงกวาสดปั่น”

ก็เช่นเดียวกัน ถ้าจะนำมาปั่นทานทุกวันนำไม่แนะนำเพราะ แตงกวาจัดเป็นผักที่มีปริมาณของ ยูริคสูง (อยู่ในน้ำเมือกใสๆ) เหมือนพวกคะน้า และผักตระกูลกะหล่ำ โดยเฉพาะถ้านำมาปั่นสดๆทานทุกวัน ร่างกายจะสะสมยูริค เข้าไป ซึ่งถ้าร่างกายกำจัดไม่หมด ก็จะไปสะสมทำให้เกิดการ แลกเปลี่ยน แคลเซี่ยม ในระบบการสร้างเซลล์กระดูก และความแข็งแรงของ เม็ดเลือดผิดปกติ ทำให้เกิดอาการอักเสบ ซึ่งเป็นที่มา ของโรคเก๊าท์ และโรคที่เกี่ยวกับข้อ คนป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อ ควรระวัง “
คนไทยเรามีสถิติคนเป็นโรคเกี่ยวกับตับมากพอควร เช่น ตับแข็ง ตับอักเสบ ไวรัสตับฯ ตับอักเสบ มะเร็งตับฯ มาจากหลายๆสาเหตุ สาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากการ ใช้พืช ผักเพื่อสุขภาพ ไม่ถูกวิธี เพราะไม่ทราบ ทำให้ตับทำงานหนัก โดยเฉพาะแครอทนี้ ควรทำให้สุกๆ ดีที่สุด นอกจากจะมีผลดีต่อตับแล้วยังได้สารอาหารมากขึ้น

แตงกวา น้อยคนจะทราบว่าในลูกแตงกวามี ยูริค ที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์ และโรคข้อได้ ส่วนใหญ่เราจะทราบดีว่าอยู่ใน ยอดผัก และเครื่องในสัตว์ และสัตว์ปีกฯ ผู้้ป่วยโรคเก๊าท์และข้อควรงด ต่อแต่นี้ไป แตงกวา ก็ต้องใช้อย่างระวัง

ขอบคุณ บทความในหนังสือ เล่าสู่กันฟัง
โดย นาวี มีบรรจง และ ดร. รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์

 


มันเทศ ลดไขมันในเลือด บำรุงม้าม ไต

มันเทศ ส่วน ใหญ่แล้วเราจะเรียกพืชขนิดนี้กันคำเดียวคือ มัน ไม่ค่อยเรียก มันเทศ มันเนื้อนิ่มรสมันเมื่อสุก มีทั้งมันเนื้อสีขาวนวล เหลือง ส้ม สีม่วง ทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น นึ่ง ต้ม เผา ทำไส้ขนม บวด มันเชื่อม ใส่ในแกง ฯ

มันเทศ เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางด้านยามากผ่านการวิจัยทดลองจนทราบสรรพคุณว่า ดีต่อสุขภาพหลายอย่าง การที่เราจะนำหามันมาทำอาหารนั้น มันเป็นพืชที่ตามบ้านไม่ค่อยปลูกกันเพราะต้องปลูกลงดินมีบริเวณกว้าง ถ้าจะปลูกในกระถางก็คงต้องใช้กระถางใหญ่และทรงลึก การหาซื้อตามตลาดก็มีไม่ทุกตลาดอีก แต่เป็นพืชหัวที่เก็บไว้ได้นาน หากพบก็สามารถซื้อมาหลายหัวเก็บไว้ได้หลายวันได้โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น

ช่วงนี้อากาศไทยเราบางพื้นที่หนาวเย็นมาก ทำให้นึกถึงอาหารที่ อุ่น ร้อนๆ ทั้งเป็นน้ำและแห้ง ทำเสร็จแล้วกินกันร้อนๆเลยร่างกายได้อุ่นขึ้นได้ มันเป็นพืชที่นำมาทำได้จึงนำมาฝากลองทำ อากาศไม่หนาวเย็น ปกติก็ทำได้บ่อยๆได้

มันเทศ Sweet Potato เป็นพืชจำพวกหัว
ใบ รสเมามัน ตำพอกฝี
เถา รสเมามัน ต้มดื่มแก้ไขข้ออักเสบ
หัว รสมัน ชงน้ำดื่มแก้กระหายน้ำ บำรุงม้าม ไต แก้เมาคลื่น น้ำคั้นจากหัวทาแผลไฟไหม้
รากและใบ รสเมามัน ตำพอกบาดแผล แก้พิษแมลงป่อง
ทั้งต้นและหัว รสเมามัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

มันเทศ ลดไขมันในเลือด ลดเคอเลสเตอรอล ลดไตรกลีเซอไรด์
หัว แก้บิด พอกแผลเริม ถอนพิษรักษาแผล ลดไขมัน

วิธีใช้ นำหัวมันเทศมาปรุงเป็นอาหาร

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา 
ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ลดคอเลสเตอรอล ฆ่าพยาธิ เร่งการสมานแผล ยับยั้งการสร้างเมลานิน

( ขอบคุณ สรรพคุณจากหนังสือ เภสัชกรรมไทยโดย วุฒิ วุฒิธรรมเวช )

 
ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูง รวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาดอาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี 12 มาก่อน
ปล. จะเกิดผลดีได้เพราะทานแต่พอดีนะจ๊ะ 
เด็กวันละ 1 ฟอง ผู้ใหญ่สัปดาห์ละ 2-3 ฟองค่ะ 
เย็นนี้ก็อย่าลืมเพิ่มไข่ลงไปในเมนูอาหารนะคะ
 

***อาหารสำหรับวัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 ***

อายุขึ้นเลข 3 หลายคนเริ่มตกใจกลัว แต่การรู้จักเลือกรับประทานจะทำให้ผู้อื่นไม่สามารถเดาอายุคุณจากรูปร่างหน้าตาได้เลย ในช่วงเริ่มวัยผู้ใหญ่ความต้องการพลังงานยังคงอยู่ เพราะเป็นช่วงชีวิตของการทำงาน แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องของไขมันและคอเลสเตอรอลที่จะส่งผลกระทบกับรูปร่างหน้าตาภายนอกที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในอนาคตด้วย เพราะการรับประทานอาหารที่มีไขมัน หรือคอเลสเตอรอลสูง เช่น หมูสามชั้น เนยแข็ง กะทิ เนยเทียม เป็นต้น จะสร้างปัญหาให้หลอดเลือดและหัวใจ

แต่คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอล เช่น ปลาทะเล ช่วยลดความดันโลหิต พวกถั่วเมล็ดแห้งอย่างถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ และมีโปรตีนสูงเพื่อให้พลังงานแทนสัตว์ใหญ่ได้อีก อาหารจำพวกข้าว ธัญพืชไม่ขัดสี อย่างข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท มีใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มท้องนานและส่งผลดีต่อระบบลำไส้

ที่มา : health.kapook.com


ไข่ 
ไข่ต้ม ไข่เค็ม ไข่พะโล้ โดยเฉพาะไข่แดง หากกินวันละ 2 ฟอง จะช่วยลดน้ำตาลในเลือด (ลดเบาหวาน) เนื่องจากไข่แดงมีซิลิเนียม งานวิจัยของฮาวาร์ด พบว่าหากบริโภคไข่วันละ 3 ฟอง (อายุต่ำกว่า 45 ปี) บริโภควันละ 2 ฟอง (อายุ 45 ปี – 50 ปี) และบริโภควันละ 1 ฟอง (อายุเกิน 50 ปี) จะไม่เป็นเบาหวาน 
ไข่ต้ม 1 ฟอง มีสรรพคุณสูงกว่านม 5 กล่อง 

อาจารย์ไกร มาศพิมล (นักโภชนาการบำบัด)


  
เตือน 10 เมนูอันตรายหน้าร้อน เน้นกินร้อน ช้อนกลาง

หน้าร้อนบ้านเราที่ดูจะร้อนขึ้นทุกปีๆ ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ เช่น เป็นลม อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง ท้องเสีย เพราะอากาศที่ร้อนเหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอย่างมาก โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่มีโอกาสจะเกิดการระบาดของโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ จึงขอให้ระมัดระวังความสะอาดของอาหารและน้ำดื่มเป็นพิเศษ ขอให้ยึดหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวันง่ายๆ ได้แก่ 

1. กินร้อน โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและปรุงเสร็จใหม่ๆ หากเป็นอาหารข้ามมื้อให้อุ่นให้ร้อนหรือเดือดก่อน

2. ใช้ช้อนกลาง ตักอาหารขณะกินอาหารร่วมวงกับผู้อื่น 

3. ให้ฟอกสบู่ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและภายหลังจากใช้ห้องส้วม รวมถึงก่อนเตรียมนมให้เด็กทุกครั้ง 

การป้องกันโรคในฤดูร้อน 

1. ให้เฝ้าระวังโรคในพื้นที่ หากพบมีผู้ป่วยเกิดขึ้นให้รีบดำเนินการสอบสวนควบคุมป้องกันไม่ให้โรคแพร่ระบาดทันที 

2. ให้ดูแลควบคุมมาตรฐานน้ำประปา โรงงานผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด โรงงงานผลิตน้ำแข็ง ซึ่งในฤดูร้อนจะมีการบริโภคน้ำแข็งน้ำดื่มสูงขึ้นกว่าฤดูกาลอื่นๆ 

3. ดูแลกวดขันความสะอาดโรงอาหารโรงเรียน ร้านอาหาร แผงลอยจำหน่ายอาหาร และตลาดสด ขอความร่วมมือผู้ประกอบการดูแลความสะอาดสถานที่และส้วมสาธารณะต่างๆ

4. ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนให้รู้จักอาการของโรค การปฏิบัติตัวที่จะไม่ให้ป่วย และขอความร่วมมือให้การดูแลความสะอาดห้องส้วม ห้องครัว 

หลีกเลี่ยงจากโรคอาหารเป็นพิษ ท้องร่วง

ระมัดระวังให้อาหารสะอาดปลอดภัยด้วยอยู่เสมอ ไม่ปรุงอาหารทิ้งไว้เป็นเวลานานก่อนนำไปให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะอาหารประเภทที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบจะเสียง่ายกว่าปกติ อาหารประเภทยำ ลาบ ต้องปรุงให้สุก เนื่องจากอากาศร้อนจะทำให้อาหารบูดเสียง่าย ผู้ปรุงอาหารต้องรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี แต่งกายสะอาด รวบผม ล้างมือก่อนปรุงและหลังประกอบอาหารทุกครั้ง โดยเฉพาะต้องล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ ส่วนผู้เดินทางท่องเที่ยวหรือผู้บริโภคอาหารนั้น ถ้าจะแวะรับประทานอาหารขอให้เลือกร้านที่มั่นใจว่าสะอาด หรือมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย สำหรับน้ำดื่มหรือน้ำแข็งควรมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพจาก อย. รวมทั้งล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง 

10 เมนูอันตรายทอปฮิตหน้าร้อน 

1. ลาบ/ก้อยดิบ เช่น ลาบหมู ก้อยปลาดิบ 
2. ยำกุ้งเต้น 
3. ยำหอยแครง 
4. ข้าวผัดโรยเนื้อปู โดยเฉพาะกรณีที่ทำในปริมาณมาก เช่น อาหารกล่องแจก
5. อาหาร/ขนม ที่ราดด้วยกะทิสด 
6. ขนมจีน 
7. ข้าวมันไก่ 
8. ส้มตำ 
9. สลัดผัก 
10. น้ำแข็ง 

ส่วนอาหารปิ้งย่างที่นิยมรับประทานกัน เช่น หมูกระทะ กุ้งกระทะ ช่วงหน้าร้อนนี้ขอให้ใจเย็นๆ เวลาปิ้ง ควรปิ้งให้สุกจะได้ปลอดภัยจากอาหารเป็นพิษ ระยะนี้เน้นรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ เท่านั้น ส่วนอาหารถุงอาหารกล่อง อาหารห่อ ต้องรับประทานภายใน 4 ชั่วโมงหลังปรุงสุก อาหารกระป๋องแม้จะปลอดภัยก็ต้องดูวันหมดอายุ อาหารค้างคืน ต้องอุ่นทำให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง อย่าลืมฤดูร้อนผู้ปรุงอาหารต้องปรุงอาหารให้ “สุก ร้อน สะอาด” ส่วนผู้บริโภคต้อง “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ” 

ที่มา ... กรมควบคุมโรค 


  
อาหารกำหนดชะตาชีวิต 

อาหารนี่แหละเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต หลักการง่ายๆ ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ รับประทานผักผลไม้ให้มากๆ หลายคนต่างรู้ดี แต่กลับบริโภคตามใจปาก ถ้าไม่ป่วยก็ไม่รู้ซึ้ง ดังนั้น มารู้จักการบริโภคอาหาร เพื่อป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ากินน้อยจะตายยาก กินมากจะตายง่าย คุณจะเลือกแบบไหน 

ชีวิตของคุณ ถูกกำหนดโดยอาหารที่คุณกิน ถังขยะหน้าบ้านบอกได้ว่า คุณทิ้งอะไรลงไป กินอะไรเข้าไป ชีวิตคุณจะเป็นอย่างไรต่อไป เราเอง คนที่ประสบปัญหาการรับประทานอาหารดีเกินไป แพงเกินไป มากเกินไป สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ ก็คือ น้ำหนักตัวที่เกินมา โรคภัยไข้เจ็บที่ไม่ต้องการ ทุกอย่างน่าจะแก้ไขได้ทัน หากวันนี้ เราหันมาใส่ใจสุขภาพ เพราะอาหารนั้น สามารถกำหนดชะตาชีวิตของเราได้ อย่างน้อย ถ้าอยากมีสุขภาพกาย-ใจ ดี ผิวพรรณผ่องใสจากข้างใน เลือดลมเดินดี ไม่มีโรค โดยไม่ต้องอาศัยครีมหน้าเด้ง หรือยาลดความอ้วน หรือทำมาหาเลี้ยงหมอทุกเดือน ขั้นแรกต้องเป็นหมอดูแลเรื่อง อาหารการกินของตัวเราเองก่อ

1. ลองเช็คตัวเองซิว่า ตอนนี้สุขภาพเป็นอย่างไร.

ถ้าเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในตอนเช้า เราลุกจากเตียงเหมือนติดสปริงหรือเปล่า? ลุกขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นมีชีวิตชีวาหรือไม่ ถ้าเสียงนาฬิกาปลุกดัง เรายังไม่ลืมตา เอามือไปกดแล้วนอนต่อ เพราะลุกไม่ไหว จนนาฬิกาปลุกตัวที่สองดังขึ้น นั่นเป็นสัญญาณแล้วว่า ต้องกลับมาดูแลตัวเอง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำรงชีวิตเสียใหม่ เริ่มต้นจากการกิน

จำ ไว้ว่า ถ้าเรากินน้อย จะตายยาก กินมากตายง่าย และอาหารที่เรากินทุกวันนี้ 

อาหาร ที่เสียหรือบูดเน่าง่าย กินแล้วตายยาก 

อาหาร ที่บูดเน่ายากๆ ใส่สารกันบูด กินแล้วตายง่าย

คนจีนโบราณ เขาบอกว่า ตอนเช้าให้กินอย่างราชา กลางวันกินอย่างคนธรรมดา ตอนเย็นให้กินอย่างยาจก เพราะใกล้จะนอนแล้ว เป็นหลักดำรงชีวิตเพื่อสุขภาพ แต่คนเราในปัจจุบันปฏิบัติกลับกัน ตอนเช้าไม่กินเลย กาแฟถ้วยเดียวแล้วรีบออกจากบ้าน พักกลางวัน 1 ชั่วโมงต้องรีบกิน มื้อเย็นไว้นัดเพื่อนฝูง กินมื้อใหญ่ เพราะเก็บกดมาทั้งวัน แล้วกลับบ้านไปนอนอืด ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมจึงมีสถาบันเสริมความงามลดน้ำหนัก ฟิตเนส ฯลฯ เกิดขึ้นมากมายราวกับดอกเห็

2. เริ่มต้นจากการทำใจ

ไม่จำเป็นต้องไปถือศีลกินเจ เคร่งจนวันหนึ่งตบะแตก เพียงแค่เริ่มต้นจากการค่อยๆ ลดสัตว์ใหญ่ ที่เราโปรดปราณ เช่น เนื้อวัว-ควาย ถ้าทำได้แล้ว ก็ลดเนื้อไก่-เป็ด ลดเนื้อปลาลงไปตามลำดับ หากทำใจไม่ได้ ก็อนุญาตให้หม่ำปลาต่อไป ตามด้วยผักผลไม้มากๆ เริ่มจากกินสัตว์ที่ตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ ขอให้คิดว่า 


“กิน หมูดีกว่ากินวัว กินไก่ดีกว่ากินหมู กินปลาดีกว่ากินไก่ ทำได้ดังนี้ สุขภาพเรา ก็จะดีขึ้นไปเรื่อยๆ”

3. คลอโรฟิลล์ในร่างกายมนุษย์

ผักผลไม้สังเคราะห์แสงจากดวงอาทิตย์ สีเขียวคือคลอโรฟิลล์ มนุษย์เองก็มีคลอโรฟิลล์ หากร่างกายสมบูรณ์สะอาดจากข้างใน หากมีสิ่งแปลกปลอม สารพิษต่างๆ ในร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน และขับออกมาโดยอัตโนมัติ ไม่มีการเก็บสะสม แล้วทำอย่างไรให้ร่างกายของเรามีคลอโรฟิลล์?

“ถ้า เราไม่กินสีเขียวๆ ของพืชผักผลไม้เลย ชีวิตคุณสั้นแน่ เพราะในนั้นมีคลอโรฟิลล์ มีคุณสมบัติในการฟอก เลือด สังเกตเลือดของคนที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ สี ของเลือดจะสวย ใส ไม่ข้น เหมือนคนที่กินเนื้อสัตว์ เพราะเลือดมีสภาวะเป็นด่าง

อาหารเช้าสําคัญไฉน?.......

ช่วยควบคุมโรคอ้วน และน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมื้อดึกจนถึงเช้าวันใหม่เราอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง และหากเรายิ่งไม่ทานอาหารเช้าเข้าไปอีกจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงาน และไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้น และนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกิน และเป็นโรคอ้วนได้ค่ะ

มาทานอาหารเช้ากันนะคะ จะได้มีรูปร่างดี สุขภาพดีค่ะ ^o^


zzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzz



เพื่อน ๆ ที่กำลังอดอาหารเช้าเพื่อคุมน้ำหนัก ลองอ่านดูนะคะ
 
'อดอาหารเช้า...อันตรายกว่าแค่หิว!'

ความสำคัญของอาหารเช้าที่ไม่ว่าจะรีบแค่ไหน ก็อย่าลืมทานเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคุณอาจเป็นเบาหวานก็ได้ ไม่ใช่เพียงเพราะว่าระบบเผาผลาญของร่างกายจะช้าลง จนทำให้รู้่สึกหิวตลอดเวลา

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย ชี้ว่า คนที่อดอาหารเช้าเป็นประจำฮอร์โมนอินซูลินจะผิดปกติ

อาจะเกิดภาะดื้อของอินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานได้มากกว่าคนที่กินอาหารครบ 3 มื้อถึง 50%

อาการ 'หิวเร็ว' จะเกิดกับคนที่ไม่ได้กินอาหารเช้า จะหิวง่ายขึ้นในช่วงสาย ที่สำคัญคือ “หิวเร็ว” ยังไม่ทันถึงมื้อเที่ยงก็แทบจะหน้ามืด เพราะการอดข้าวเช้าทำให้ร่างกายเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ ซึ่งกระตุ้นให้หิวรุนแรงขึ้นได้มาก แต่หากรับประทานมื้อเช้าเป็นประจำ จะช่วยลดการกินจุกจิกลง ลดน้ำหนักได้ดีด้วยนะคะ ถ้าหากไม่มีเวลา ดื่มนมกับซีเรียล ก็ดีกว่าไม่ทานอะไรเลยนะคะ ว่าแล้วมาทานอาหารเช้ากันค่ะ ^_____^

 
3 เทคนิคง่ายๆ กินอย่างไรไม่ให้อ้วน...
อาหารที่เรากินในแต่ละมื้อทุกวันนี้ ถึงร้อยละ 70 จะเป็นอาหารในกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ อาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาล รองลงมาจะเป็นในกลุ่มของโปรตีน และไขมัน สำหรับคาร์โบไฮเดรตที่เรารับประทานส่วนมากจะอยู่ในรูปอาหารจำพวกข้าว แป้ง รวมถึงผัก และผลไม้ต่างๆ

คาร์โบไฮเดรตถือเป็นอาหารที่ให้พลังงานพื้นฐานที่สำคัญมาก แต่ถ้ากินมากจนเหลือจากความต้องการของร่างกายแล้วคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเ็ป็นไขมัน และสะสมตามบริเวณต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณพุง เอว หรือต้นขา ก่อให้เกิดโรคอ้วนตามมาพร้อมกับโรคอื่นๆตามมาด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้นแล้วการปฏิบัติตนที่ดีในการกินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะป้องกันโรคอ้วนได้ซึ่งมีแนวทาง 3 แนวทางหลัก ดังนี้
1. การเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ดี คือการเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการแปรรูปมากนัก มีกากเส้นใยสูง เช่น ข้าว ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด ถั่วต่างๆ ส่วนของคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ควรรับประทานเป็นจำนวนมากในแต่ละมื้อคือ อาหารจำพวก น้ำตาล น้ำหวาน อาหารแปรรูปที่มีแป้งเป็นองค์ประกอบหลัก เป็นต้น ทั้งนี้ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ควรศึกษาข้อมูลในด้านโภชนาการจากข้อมูลฉลากในผลิตภัณฑ์เพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยตามความต้องการของร่างกาย ได้แก่
- ดูขนาดหนึ่งหน่วยบริโภค ของอาหารนั้น
-ดูปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่อ 1 หน่วย บริโภค 

2. การจำกัดไขมัน และโปรตีน แม้ไม่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบหลักในอาหาร แต่ก็ต้องจำกัดปริมาณ เพราะถ้ากินมากก็จะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ โดยการเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เลี่ยงอาหารทอดหรืออาหารมันให้มากที่สุด เช่น อาหารประเภททอดต่างๆ ขนมหรือของหวาน

3. สุดท้ายการออกกำลังกาย การออกำลังกายถือเป็นวิธีการควบคุมน้ำหนักที่ได้ผลดีที่สุด เพราะหากมีไขมันส่วนเกินในร่างกาย เมื่อออกกำลังกายร่างกายจะดึงไขมันส่วนเกินนั้นมาเป็นพลังงานแทนจึงสามารถป้องกันความอ้วนได้เป็นอย่างดี
 

ลดขนาดจานข้าว น้ำหนักลดเดือนละ 1 กิโลกรัม
ผลงานวิจัยของ ดร.ไบรอัน แวนซิงก์ มหาวิทยาลัยคอร์เนล พบว่า การเปลี่ยนแปลงสถานที่ในการทานอาหาร หรือเปลี่ยนขนาดของภาชนะอาหาร มีผลต่อน้ำหนักตัว โดยศึกษาจากการทานป๊อปคอร์นในภาชนะขนาดใหญ่ของผู้ชื่นชอบการดูหนัง พบว่า อาสาสมัครทานป๊อปคอร์นมากขึ้น 45% เมื่อรับประทานในภาชนะขนาดใหญ่ แต่เมื่อเปลี่ยนขนาดภาชนะให้ลดลง พบว่าอาสาสมัครสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึงเดือนละ 1 กิโลกรัม ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การเปลี่ยนจานข้าวจากขนาดใหญ่มาเป็นขนาดเล็ก พยายามลดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพและงดรับประทานหน้าจอทีวี



กินอย่างไรจึงไม่อ้วน 
คนเราจะอ้วนก็ต่อเมื่อพุงชายใหญ่เกิน 90 ซม. หญิงเกิน 80 ซม. และดัชนีมวลกาย หรือ body mass index สูงกว่า 23 (BMI คือ น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรกำลังสอง) เราต้องพยายามควบคุมพุงและ BMI ให้ปกติด้วยการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และการคุมอาหาร

เราจะอ้วนก็ต่อเมื่อเราทานพลังงานเข้าไปมากกว่าที่เราใช้ เราอาจจะทานพอดีกับที่เราใช้ในปัจจุบันนี้ แต่ในอดีตเราอาจทานมากไป น้ำหนักจึงไม่ลด ถึงแม้ในขณะนี้เราทานอาหารไม่มาก

ถ้าออกกำลังกายอย่างเดียวโดยไม่คุมอาหาร ออกกำลังกายแทบตายก็ยังไม่ลดความอ้วนได้ ฉะนั้นควรลดการทาน หรือเลือกทานสารอาหารที่ไม่ค่อยให้พลังงาน เช่น ผัก ปลา เห็ด เต้าหู้ ให้มาก ๆ ด้วย

ทานอย่างไร จึงจะไม่อ้วน? ต้องเข้าใจหลักการ 2 อย่าง

1) ร่างกายกว่าจะรู้ตัวว่าอิ่มจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ฉะนั้นจึงควรค่อย ๆ ทาน อย่ารีบทาน เพราะถ้ารีบทานจะทานได้เยอะมาก ภายใน 20 นาที

2) ควรพยายามทานอาหารที่ไม่ค่อยมีพลังงานก่อน อาหารที่ให้พลังงานมากหน่อยเก็บไว้ทานภายหลัง หรือตอนใกล้จะอิ่มถ้าจะทาน

เช่นในกรณีของผม ในตอนเย็นที่บ้าน ผมจะทานอาหารเย็น – ถ้าเลือกได้ เช่นวันหยุดราชการ – อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน ร่างกายจะได้เผาผลาญพลังงานไปจนเกือบหมดก่อนนอน จะได้ไม่แน่นท้องตอนนอน จะได้ไม่ทำให้เกิดอาการของโรคกรดไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร หรือที่เรียกกันว่าโรค gastroesophageal reflux disease, GERD

ผมจะเริ่มต้นด้วยการทานซุปผักถ้วยใหญ่ ๆ ค่อย ๆ ทาน ค่อย ๆ เคี้ยว อาจดื่มน้ำเปล่าไปด้วย ถ้ามีเพื่อนร่วมทานก็คุยไปด้วยทานไปด้วย เมื่อทานซุปเสร็จก็จะทานสลัดผักเปล่า ๆ ไม่ใส่ไข่ เนื้อ ฯลฯ จะใส่เฉพาะ น้ำส้ม balsamic และน้ำมันมะกอก มีผักต่าง ๆ ชนิด รวมทั้งมะเขือเทศด้วย แล้วผมจะทานปลา 1 ตัว หรือไก่(ไม่ทานหนัง เผอิญผมไม่ค่อยชอบหนังไก่ด้วยจึงโชคดีไป แต่ชอบหนังเป็ด(ปักกิ่ง)และหนังหมู(หัน)) และทานข้าว 1 จาน ผมจะเก็บข้าวไว้ทานหลังสุดเพราะข้าวเป็นแป้ง ทำให้อ้วน ถ้าได้ทานเข้าไปแล้วไม่ค่อยได้ใช้

คนที่สูงอายุจะมีอัตราการเผาผลาญพลังงานที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับตอนที่เราเป็นหนุ่มสาว ซึ่งตอนนั้นทานเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยอ้วน แต่คนที่ใช้พลังงานมาก เช่น ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ผู้ใช้แรงงาน อาจทานข้าวได้หลายจานโดยไม่อ้วน ถ้าผมเริ่มต้นทานข้าวตั้งแต่แรก จะทำให้ผมทานข้าวมาก ซึ่งจะทำให้อ้วนได้ 

ผมเห็นพวกเราหลาย ๆ คนพอเริ่มทานก็ตักข้าวใส่เต็มจาน โดยทานข้าวเป็นหลัก และทานกับมากบ้าง น้อยบ้าง ควรพยายามหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง กะทิ ของหวาน น้ำตาล น้ำหวาน ในเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถึงแม้มองไม่เห็นไขมันก็ยังจะมีไขมันมาก ฉะนั้นผู้ที่ทานเนื้อสัตว์มากจะทานไขมันสัตว์เข้าไปมากโดยปริยาย เมื่อทานของคาวเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะทาน “ของหวาน” ควรทานผลไม้ที่ไม่หวานจัด คือ ที่เขียวและแข็ง ไม่ควรดื่มน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมเลย เวลาผมตีกอล์ฟผมยังจะดื่มแต่น้ำเปล่าเท่านั้น และถ้าเป็นไปได้ควรเดินเพื่อย่อยอาหารหลังอาหารเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ผมเองชอบออกกำลังกายด้วยการเดิน 1 ชั่วโมงต่อวัน และชอบเดินหลังอาหาร เพื่อป้องกันการสะสมของอาหาร(พลังงาน)ในร่างกายและควรชั่งน้ำหนักตัวเองทุก ๆ วันครับ ในเวลาเดียวกัน ถ้าน้ำหนักเกินควรพยายามค่อย ๆ ลด สัปดาห์ละ ½ กิโลกรัมก็พอแล้วครับ ถ้าค่อย ๆ ทำจะทำได้นานและต่อเนื่อง สัปดาห์ละ ½ กก. เดือนหนึ่งก็ 2 กก.แล้ว ปีหนึ่งก็ 24 กก.! ถ้าอ้วนไม่มาก อาจลด 1 กก.ต่อเดือนก็ได้ครับ ทราบแล้วคำแนะนำจาก นพ.พินิจ ลองนำไปปฏิบัติตามกันดู ทั้งพุงและน้ำหนักที่เกินพอดีจะได้ลดลงพร้อมกับความเสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ด้วย.

  
 
....................................................................................

ร้านค้าที่สนใจต้องการเป็นตัวแทนจำหน่าย F-2
เขต อ.ศรีราชา, อ.บางละมุง(พัทยา),  อ.เมือง จ.ชลบุรี

โปรโมชั่น F-2 ฉลองใหญ่ครอบรอบ 8 ่th ปี บ.โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล จก
ยิ่งใหญ่ เขย่าวงการ การันตีคุณภาพ F-2 เป็นหนึ่งมาตลอด เพื่อคุณสุภาพสตรี
ซื้อมากเป็นโอกาสทอง คุ้มค่าการลงทุน ราคายุติธรรม
ติดต่อสั่งซื้อได้ที่คุณอ้อย.089-8489604, 087-8747997
และที่ www.f2lady.com 
 
ร้านค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 8 กล่องขึ้นไป
เรามี ป้ายไวนิล ขนาด50x100cm.1แผ่น
และสติ๊กเกอร์ 1 แผ่น แถมฟรี.
ติดต่อได้ที่...คุณสมใจ  ชื่นมุนีวงศ์

โทร.089-8489604, 087-8747997

ศูนย์ค้าส่งผลิตภัณฑ์ F-2 
 กรุงเทพมหานคร  
หรือสอบถามโดยตรงที่....
คุณอ้อย.089-848 9604
คุณอัง.087-874 7997
                                                                           F2lady.com สำหรับสตรีทุกวัย
                                                                ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,087-874 7997



F2 ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย.
(ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) หมายเลขทะเบียน อย. 11-1-03654-1-0001
ตรวจสอบเลขทะเบียน อย.http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/food/FSerch.asp?id=food

                             
                                    F-2 เพื่อคุณสุภาพสตรี 1 กล่อง บรรจุ 30 แคปซูล ราคา750.บาท
             สมาชิกวันนี้ ซื้อ 2 กล่อง ราคาพิเศษ  1,300.บาท รีบหน่อยนะคะ...
           โทรถามเลย 089-8489604,087-8747997