ที่นี่เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของดี ของแท้เชื่อมั่นได้100%
    Email : F2lady@windowslive.com ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,  087-874 7997 
 นวัตกรรมสมุนไพรไทยให้คุณภาพชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงโลก
สินค้าจัดส่งไปรษณีย์ EMS 100% ค่ะ

http://facebook.com/ccithailandnew

ผผผผผผผผผผผผผผผผผ
 
 
สถิติ
เปิดเมื่อ2/10/2011
อัพเดท17/04/2018
ผู้เข้าชม577570
แสดงหน้า812967
สินค้าแนะนำ
ปฎิทิน
April 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
     
บทความ
สวัสดีปี 2561 (ปีชงและวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา)
Full Moon Valentine's Day
น่ารักอ่ะ!!
‎***...เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป...***
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 (วันตรุษจีน)
ฤกษ์มงคลเลือกสีรถตามวันเกิด
7 เส้นทางสดใส เริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ
คู่มือ-แผนการตลาด / 100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
คำคมประสบความสำเร็จ
หนังสือน่าอ่าน...หนังน่าดู
คุณอัง.คุณอ้อย...กับความสำเร็จในธุรกิจโอทู
100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F2 (089-848 9604,087-8747997)
www.facebook.com/f2lady.com(Email : f2lady@windowslive.com)
F-2 สำหรับคุณสุภาพสตรี โดยเฉพาะ
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ..........
นิทานก่อนนอน
07 ตุลาคม 2555 ฉลองครบรอบ 8 ่th ปี บ.โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล จก.
ตำแหน่ง ผจก.ฝ่ายขายประจำอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ
55 เรื่องที่ชาวญี่ปุ่นอยากทำก่อนที่พ่อแม่จะเสียชีวิต
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ.........
ธรรม...สงบ...ร่มเย็น (คำคม..นักปราชญ์) ประทับใจ
แนวความคิด และการทำงาน
60 ความเชื่อโบราณ ที่คนไทยทุกคนควรรู้
คำคม...นักปราชญ์
ประทับ...ใจ
อานิสงส์ของการสวดมนต์ เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)
สินค้าขายดี
โพล

ดีท็อกซ์ คืออะไร ล้างพิษคืออะไร ?

4/11/2017 20:30 เมื่อ 4/11/2017 อ่าน 3200
วันนี้..คุณล้างพิษลำไส้แล้วหรือยัง?......
..เพียงชงดื่ม..สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องสวนทวาร 
ไม่ต้องเสี่ยง ไม่ปวดมวนท้อง ไม่บีบลำไส้


สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ คุณภาพดีมาก เห็นผลชัดเจน ปลอดภัย มี อ.ย. GMP  ฮาลาล รับรอง การันตี 100%
ผลิตภัณฑ์ดีท็อกลำใส้ 'เบอร์รี่ บูล'
ซื้อ 1 กล่อง มี 10 ซอง  ราคาขาย 900.บาท

ติดต่อสอบถามได้.ที่คุณอ้อย
089-848 9604  ,  087-874 7997

สั่งซื้อโดยโอนเงินเข้า บ/ช ธนาคาร สินค้าส่งถึงบ้านทันที
        
      
ชื่อนายเทพพิศักดิ์ ชื่นมุนีวงศ์
        ธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขามหานาค
        เลขที่ 22402-84170


ผลิตภัณฑ์ดีเยี่ยม...รับประกันความพอใจ

ซื้อ 2 กล่อง ราคา 1,600.บาท(เฉลี่ย 800.฿)

ซื้อ 4 กล่อง ราคา 3,000.บาท(เฉลี่ย 750.฿)


มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นอันดับสองแล้ว จะรับมือกันอย่างไร?
มะเร็งลำไส้ใหญ่สำคัญไหม?
พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆของคนทั่วโลก เป็นมะเร็งอันดับสองในชายไทย และอันดับสามในหญิงไทย หากรอจนพบอาการก้อนมะเร็งมักจะกระจายไปทางต่อมน้ำเหลืองหรือกระแสเลือดแล้ว (แต่ตาเปล่าไม่เห็น) และมันค่อนข้างดื้อต่อยาเคมีบำบัด

ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ไหม?
แม้ว่สคุณจะควบคุมอาหารไม่กินไขมัน รับประทานกากใยมาก ระวังไม่ให้ท้องผูก รวมทั้งสารพัดอาหารต้านมะเร็ง ฝึกจิยใจไม่ให้เครียด เพื่อให้โอกาสเกิดมะเร็งลดลง แต่คุณอย่าเข้าใจผิดว่าจะไม่เป็นแน่นอน ไม่มีบทความวิจัยใดๆที่บอกว่าการป้องกันมะเร็งด้วยวิธีเหล่านี้ จะป้องกันมะเร็งได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

เฝ้าระวังอาการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ไหม?
การเฝ้าระวังอาการแสดงของมะเร็งนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีเลย  เพราะไม่ได้ทำให้อัตรารอดชีวิตของเราดีขึ้น ถ้ารอให้มีอาการก็นับวันบอกอัตรารอดตัวเองเท่านั้นเองว่า ภายใน 5 ปีจะเสียชีวิตไปกี่คน

ทำอย่างไรจึงจะค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เร็วที่สุด?
เนื่องจากว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่พัฒนาจากเซลล์ผิดปกติมาเป็นติ่งเนื้อก่อนและจะค่อยๆโตขึ้นเป็นก้อนโตจนมีอาการใช้เวลาประมาณ 5 ปี
จนถึงปัจจุบันนี้การค้นหาที่ทำได้เร็วที่สุดแล้วก็คือ ระยะที่เป็นติ่งเนื้อ (Polyp) ไม่ใช่การตรวจสอบเอนไซม์ CEA (carcinoembryonic antigen) ในเลือดซึ่งจะตรวจพบได้ช้ากว่า
วิธีตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะเริ่มต้น ที่เป็นที่ยอมรับทางวงการแพทย์มีอะไรบ้าง?

การคัดกรองที่ได้ผลดีที่สุดคือ การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพราะว่าสามารถเห็นลำไส้ใหญ่ตลอดทั้งแนว และสามารถตัดติ่งเนื้อไปพิสูจน์ว่าเป็นมะเร็งแล้วหรือยัง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้ จึงต้องยอมรับการตรวจทางเลือกอื่นๆ แล้วจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ลองพิจารณาแต่ละวิธีดังนี้

กาาส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทั้งหมด (colonoscopy)

กาาส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทั้งหมด (colonoscopy)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสอดท่อซึ่งปลายท่อติดกล้องวีดีโอทำให้เห็นเยื่อบุภายในตลอดลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถสอดเครื่องมือตัดเนื้อเยื่อจากรอยโรคที่สงสัยไปตรวจพิสูจน์ได้อีกด้วย
  • มีความเสี่ยงจากการส่องกล้องได้ เช่นลำไส้ทะลุ เลือดออกจากลำไส้ 
 การส่องกล้องลำไส้ส่วนปลาย (flexiber sigmoidoscopy)
  • ส่องดูลำไส้ได้เฉพาะส่วนปลายในระยะทาง 40 เซนติเมตร
  • หากส่องลำไส้ใหญ่ส่วนปลายพบเนื้องอก จำเป็นต้องตรวจต่อด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทั้งหมด

การเอ็กซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนสารแบเรียม (Double contrast barium enema)
  • มีความไวในการพบติ่งเนื้อตั้งแต่ขนาด 10 มิลลิเมตรขึ้นไป
 

การเอ็กซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนน้ำผสมผงแบเรียมซัลเฟต (barium enema)
ปลายท่อคาอยู่ที่ไส้ตรงเท่านั้นและปล่อยให้ของเหลวสวนย้อนไปถึงลำไส้ใหญ่ส่วนต้น และกล้องเอ็กซเรย์จากภายนอกแสดงภาพบนจอมอนิเตอร์

การเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ำลำไส้ใหญ่ (Computed Tomography Colonography)
  • มีความไวในการพบติ่งเนื้อตั้งแต่ขนาด 5 มิลลิเมตรขึ้นไป
  • โอกาสลำไส้ทะลุต่ำมากๆ

การตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ผู้ป่วยนอนบนเตียงของเครื่องตรวจ หลังจากสวนลมเข้าทางทวารผ่านท่อยางเล็กๆแล้ว เครื่องสแกนส่วนช่องท้องในท่านอนหงายหนึ่งครั้งและท่านอนคว่ำหนึ่งครั้ง ผู้ป่วยก็ลงจากเครื่องได้ รังสีแพทย์จะตรวจเช็คภาพหาความผิดปกติผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์เอง

การตรวจเลือดในอุจจาระด้วยวิธีที่ระบุความไวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ Guaiac-based Fecal Occult Blood Test
  • เทคนิคการตรวจขึ้นกับบริษัทที่ผลิตสารทดสอบ
  • หากผลตรวจเป็นลบ จำเป็นต้องตรวจซ้ำทุกปี
  • ผู้ป่วยจะต้องเข้าใจว่าตรวจครั้งเดียวนั้นไร้ประสิทธิผล

การตวจมีหลายวิธี จะเลือกตรวจอย่างไร?
  • ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ตามความสามารถในการจ่าย (เพราะไม่ฟรี) 
  • ปรึกษาแพทย์ใกล้ตัวคุณเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมกับคุณ

ควรเริ่มตรวจเมื่อใด?
  • สำหรับผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงมาก เริ่มที่อายุ 50 ปี
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่บุคคลในครอบครัวที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคประจำตัวเป็นลำไส้อักเสบ ควรตรวจเร็ว ที่อายุ 40 ปี

ความถี่ในการตรวจเป็นอย่างใด?
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทั้งหมดทุก 10 ปี
  •  การส่องกล้องลำไส้ส่วนปลาย (flexiber sigmoidoscopy) ทุก 5 ปี
  • การเอ็กซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนสารแบเรียม (Double contrast barium enema) ทุก 5 ปี
  • การเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ำลำไส้ใหญ่ (Computed Tomography Colonography) ทุก 5 ปี
  • การตรวจเลือดในอุจจาระด้วยวิธีที่ระบุความไวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ Guaiac-based Fecal Occult Blood Test ทุก 1 ปี

เลือกตรวจอย่างใดอย่างหนึ่งตามความเหมาะสมของแต่ละคน

สรุป
มะเร็งลำไส้ใหญ่กำลังเป็นมะเร็งอันดับต้นที่คร่าชีวิตคนไทย ไปด้วยเหตุที่เรารอให้มีอาการแสดงก่อนจึงมาพบแพทย์ และไม่สามารถขจัดให้หมดสิ้นซากไปได้
หากต้องการให้อัตราตายจากมะเร็งนี้ลดลง นอกเหนือจากแนวทางป้องกันการเกิดมะเร็งโดยทั่วไปแล้ว เราจำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งให้พบในระยะเริ่มต้นจะรักษาได้ผลดี แต่อุปสรรคของการคัดกรองคือเป็นการตรวจที่ค่อนข้างยุ่งยากและขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญเพียงพอที่จะตรวจได้ทุกคนและที่สำคัญ ผู้ที่รับการตรวจยังต้องมีการตระหนักอย่างสูง และมีความพร้อมด้านการเงิน

ติดต่อสอบถามได้.ที่คุณอ้อย
089-848 9604  ,  087-874 7997

สั่งซื้อโดยโอนเงินเข้า บ/ช ธนาคาร สินค้าส่งถึงบ้านทันที
       
 
ชื่อนายเทพพิศักดิ์ ชื่นมุนีวงศ์
        ธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขามหานาค
        เลขที่ 22402-84170


ผลิตภัณฑ์ดีเยี่ยม...รับประกันความพอใจ





ส่วนประกอบที่สำคัญ ของ Berry Blue (เบอร์รี่ บลู) 1.ใยอาหารจากข้าวโอ๊ต(Oat Fiber) 2.ไซเลี่ยม ฮัสด์(Psyllium Hush) 3.ใยอาหารจากแอปเปิ้ล(Apple Fiber) 4.น้ำตาลฟรุกโตส(Fructose) 5.ผงเบอร์รี่ (Natural Berry Powder) 6.สารสกัดจากชาเขียว (Green Tea Extract) 7.สารสกัดจากส้มแขก (Garcinia Extract) 8.ไตรแคลเซียมฟอสเฟต (Tricalcium Phosphate) 9.กรดซิตริก (citric Acid) 10.แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) วิธีรับประทาน เบอร์รี่ บลู (Berry Blue) -หลังอาหารเย็น หรือก่อนนอน เบอร์รี่ บลู (Berry Blue) 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 300 ml. คนหรือเขย่าให้เข้ากัน แล้วดื่มทันที ตามด้วยน้ำเปล่าอีก 1แก้ว ข้อแนะนำการกิน เบอร์รี่ บลู (Berry Blue) การกินผลิตภัณฑ์เพื่อลดน้ำหนัก ต้องกินดีท็อกซ์ควบคู่กันไปด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ตัว “ชัวร์ลี่” สามารถดูดซึมและทำงานได้ดียิ่งขึ้น และเป็นที่ช่วยในเรื่องการควบคุมอาหารที่สำคัญอีกตัวหนึ่งด้วยค่ะ กินไม่ยากค่ะ รสชาติอร่อย ตัวดีท็อกซ์สามารถกินได้ทุกคน ทุกวัย ยกเว้นทารกนะคะ ไม่เป็นอันตรายและช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ด้วยค่ะ
.............................................................................................................................................................

ดีท็อกซ์ คืออะไร ล้างพิษคืออะไร ?

วิธีทำดีท็อกซ์ การล้างพิษ.

...คุณรู้ไหม การกินอาหารผิดๆ อากาศเป็นพิษที่เราหายใจเข้าไป เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ตลอดจนความเครียด รวมทั้งปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายของเราซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา ล้วนแต่ทำให้เกิด ท็อกซิน (TOXIN) ขึ้นในตัวเราทั้งนั้น

ท็อกซิน (Toxin) คือ พิษ

....เมื่อท็อกซินสะสมอยู่ในตัวเรามากๆเข้า ก็จะทำลายระบบภูมิชีวิต จนอาจทำให้เราเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆขึ้นได้

อาการต่างๆ เช่น ลิ้นเป็นฝ้า ตาขุ่น ปากแห้ง จมูกแห้ง ตัวร้อน หน้าตาไม่สดใส ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว คอ หลัง ไหล่ นอนไม่หลับ ฯลฯ คือสัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังมีท็อกซินสะสมอยู่มาก
ถึงคราวต้องกำจัดท็อกซินเหล่านี้ออกเสียก่อนที่มันจะทำลายสุขภาพของคุณมากไปกว่านี้ วิธีกำจัดท็อกซินเรียกว่า ดีท็อกซิฟิเคชั่น (DETOXIFICATION) หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า“ดีท็อกซ์“ 

ไม่ใช่ทำเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของโรค หรือเพื่อแก้อาการท้องผูก แต่อย่างใด การถ่ายอุจจาระออกมาด้วยถือว่าเป็นผลพลอยได้เท่านั้นค่
บางคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า ฉันถ่ายอุจจาระทุกวันโดยไม่ท้องผูก คงไม่มีท็อกซิน และไม่จำเป็นต้องทำดีท็อกซ์ ความจริงแล้วในลำไส้ของเราจะมีลักษณะเป็นขดซ้อนทับเป็นซอกหลืบ ลักษณะอย่างนี้เองทำให้เกิดการสะสมของของเสียในลำไส้ใหญ่ แม้ถ่ายอุจจาระทุกวันก็ไม่สามารถกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปได้หมด แต่การ'ดีท็อกซ์'ช่วยได้ค่
....หลังทำดีท็อกซ์ คุณจะรู้สึกโล่งโปร่งเบาสบา
ยตัว ขอแนะนำให้ทำต่อเนื่องสัก 3 หรือ 5 วัน (วันละครั้ง) เพื่อล้างพิษออกให้หมด หลังจากนั้นอาจทำเมื่อมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นไข้ ปวดเมื่อยตามตัวตามข้อ ลิ้นเป็นฝ้า ก็สามารถทำดีท็อกซ์ล้างพิษได้อีก

 
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่าง ๆ

มะเร็ง เป็นภัยร้ายอันดับต้น ๆ ที่คุกคามชีวิตคนทั่วโลก ลองมาสังเกตอาการเบื้องต้น หรือต้องสงสัยว่า อาจจะเป็นมะเร็งในอวัยวะต่า
ง ๆ กัน

1.มะเร็งปากมดลูก อาการ : มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ อาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด เนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้

2. มะเร็งในมดลูก อาการ : มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อ หรือมีอาการบวมในช่องท้อง

3. มะเร็งรังไข่ อาการ : ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง

4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการ : เหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติ มักเกิดอาการฟกช้ำ ดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ และมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย บางครั้งจะท้องอืด และเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง

5. มะเร็งปอด อาการ : มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก หรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

6. มะเร็งตับ อาการ : ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัด จนเห็นได้ชัด

7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ : มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

8. มะเร็งสมอง อาการ : ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็นตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือการเป็นลมโดยกะทันหัน อวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงาน เช่น มีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราว ควรให้ความระวังเป็นพิเศษ หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ ประกอบอยู่ด้วย

9. มะเร็งในช่องปาก อาการ : มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือเป็นเวลานาน

10. มะเร็งในลำคอ อาการ : เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้น จนสามารถจับและรู้สึกได้

11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการ : น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อยบ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้อง หรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

12. มะเร็งทรวงอก อาการ : มีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนม บวม หรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้น มีก้อนบวมจนจับได้ เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่ม หรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานาน ควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่

13. มะเร็งลำไส้ อาการ : น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ **วิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือ ถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสด นั่นคืออาการของริดสีดวงทวาร แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการ : มีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกาย

15.มะเร็งผิวหนัง อาการ : มีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานาน ตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้น และมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่าเมลาโนมา ( Melanoma) คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระ จุด ด่าง หรือไฝ ถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย หรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อน คุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่า
----------------------------------------------------------------------------------------------
 
โทษที่เกิดจากการที่ไขมันที่่เกาะในผนังลำไส้ กระเพาะอาหาร

ใครมีพุงบ้าง ยกมือหน่อย คิดว่าหลายๆ ท่านคงมีปัญหาเรื่องนี้ วันนี้มีบทความดีๆ เกี่ยวกับความอ้วนคือ โทษที่เกิดจากการที่ไขมันที่เกาะในผนังลำไส้ มาให้อ่านกัน

โทษที่เกิดจากการที่ไขมันที่เกาะในผนังลำไส้ กระเพาะอาหาร หากสะสมมาจะทำให้เกิดข้อบกพร่องและเป็นผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น
1.ถุงน้ำดี ทำให้นอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียว นิ่วในไต สายตาเสื่อม ปวดเมื่อยตามร่างกาย
2.เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้มึนศีรษะ
3.ไตเสื่อม ทำให้ความจำลดลงและเป็นคนขี้หนาว
4.ม้ามชื้น ทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่าย
5.ม้ามโต ทำให้เหนื่อยง่ายเพราะม้ามไปเบียดปอด
6.ถ้าไขมันเกาะลำไส้เล็กมากๆ จะทำให้ลำไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีได้ เป็นผลทำให้เป็นหวัดในตอนเช้าหรือหวัดเรื้อรัง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้จามในตอนเช้า
6.ถ้าไขมันในตับสูง การสร้างเม็ดเลือดจะลำบาก หน้าท้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะบ่งบอกถึงว่า ตอนนี้สภาพร่างกายคุณเป็นอย่างไร นั้นก็หมายถึงอาหารที่คุณกินเข้าไปมันเข้าไปสะสมจนทำให้คุณมีไขมันหน้าท้องมาก และจะทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนไปในที่สุด และหน้าท้องเมื่อมีไขมันสะสมแล้วก็ลดยากเสียด้วยพอ ๆ กับไขมันที่สะโพกนั่นแหละ
 
..................................................................................................
 
สุขภาพดีอยู่ที่ลำไส้...


 
ไลฟ์สไตล์ : สุขภาพดีอยู่ที่ลำไส้
ยุคสมัยของการเร่งรีบ การแข่งขันทำงานในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และหลายคนเกิดความเครียดลึกๆ โดยไม่รู้ตัว นำมาซึ่งอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดอาการไม่สดชื่น ปวดท้อง ท้องอืด ขับถ่ายไม่ปกติ เมื่อไปพบแพทย์ก็ไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากสาเหตุอะไร
ร.ต.ต.นพ.อัญวุฒิ ช่วยวงษ์ญาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ บาลานซ์ บาย ไฮโดรเฮลท์ คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม กล่าวว่า คนเราจะสุขภาพดีหรือไม่ดี ดูได้จากลำไส้ สังเกตได้จากว่า ท้องอืดไหม ถ่ายสะดวกไหม เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของระบบย่อยอาหารทั้งหมด ถ้าลำไส้ดี สุขภาพดีจะดีตามไปด้วย โดยลำไส้เล็กมีความสำคัญมากที่สุดแต่คนส่วนใหญ่กลับละเลยใส่ใจในการดูแล ลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายโดยตรง หากรับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนหรือมีสารพิษตกค้าง ทำให้ลำไส้เกิดการอักเสบ สารพิษซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย
'วิธีการดูแลลำไส้เล็กให้มีสุขภาพดี ควรรับประทานอาหารที่ไม่มีสารพิษปนเปื้อน ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารซ้ำซาก และรับประทานแบคทีเรียชนิดดีที่มีประโยชน์ ซึ่งอยู่ในโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวเพื่อเสริมการช่วยย่อยให้มีประสิทธิภาพให้ดีขึ้น หลังจากอาหารผ่านลำไส้เล็กมาแล้วจะเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ หากลำไส้ใหญ่ทำงานดีจะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีตามไปด้วย แต่การขับถ่ายในชีวิตประจำวันไม่สามารถกำจัดของเสียและสารพิษออกมาได้ทั้งหมด ยังคงมีตกค้างในลำไส้ส่วนลึก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ริดสีดวงทวาร และมะเร็งในลำไส้ได้' คุณหมอให้ความรู้
พร้อมกันนี้ยังกล่าวต่อด้วยว่า ในส่วนของการดูแลลำไส้ใหญ่ให้มีสุขภาพดี การสวนล้างลำไส้เป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม ซึ่งจะช่วยล้างของเสียและสารพิษที่สะสมมาเป็นเวลานาน การไม่ล้างลำไส้ก็เปรียบเสมือนการกินข้าว แล้วไม่ล้างจานมื้อ ต่อไปก็ใช้จานใบเก่ามาใส่ข้าวกินใหม่นั่นเอง และเมื่อลำไส้อยู่ในสภาวะที่สะอาดสมดุล แบคทีเรีย การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงต่อในแต่ละวันเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ควรดื่มน้ำตามน้ำหนักตัว โดย 20 กก.แรกควรดื่มให้ได้ 1,500 ซีซี และอีกแต่ละ 1 กก. ควรดื่มเพิ่มอีก 20 ซีซี เพราะฉะนั้นผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กก. ควรดื่มน้ำสะอาดต่อวันเท่ากับ 2,300 ซีซี หรือ 2.3 ลิตร เพราะหากดื่มน้ำน้อยจะส่งผลทำให้การดูดซึมน้ำในลำไส้ใหญ่มีปัญหา เกิดภาวะอุจจาระแข็งตัว ขับถ่ายไม่สะดวก และเกิดอาการท้องผูกได้

ติดต่อได้ที่...คุณสมใจ  ชื่นมุนีวงศ์

โทร.089-848
9604, 087-8747997
หรือสอบถามโดยตรงที่....
คุณอ้อย.089-848 9604
คุณอัง.087-874 7997


 
ดีท็อกซ์ คืออะไร สวนทวารล้างพิษคืออะไร ?

วิธีทำดีท็อกซ์ การล้างพิษ.

...คุณรู้ไหม การกินอาหารผิดๆ อากาศเป็นพิษที่เราหายใจเข้าไป เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ตลอดจนความเครียด รวมทั้งปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายของเราซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา ล้วนแต่ทำให้เกิด ท็อกซิน (TOXIN) ขึ้นในตัวเราทั้งนั้น

ท็อกซิน (Toxin) คือ พิษ

....เมื่อท็อกซินสะสมอยู่ในตัวเรามากๆเข้า ก็จะทำลายระบบภูมิชีวิต จนอาจทำให้เราเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆขึ้นได้

อาการต่างๆ เช่น ลิ้นเป็นฝ้า ตาขุ่น ปากแห้ง จมูกแห้ง ตัวร้อน หน้าตาไม่สดใส ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว คอ หลัง ไหล่ นอนไม่หลับ ฯลฯ คือสัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังมีท็อกซินสะสมอยู่มาก
ถึงคราวต้องกำจัดท็อกซินเหล่านี้ออกเสียก่อนที่มันจะทำลายสุขภาพของคุณมากไปกว่านี้ วิธีกำจัดท็อกซินเรียกว่า ดีท็อกซิฟิเคชั่น (DETOXIFICATION) หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า“ดีท็อกซ์“ 

คุณอาจเคยได้ยินว่า “ดีท็อกซ์ คือ การสวนทวาร“ ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ

.... แท้จริงวิธีที่จะดีท็อกซ์หรือกำจัดท็อกซินออกจากร่างกาย มีอยู่ด้วยกัน 5 วิธี

-การสวนทวาร
-การอบไอน้ำ อบซาวน่า
-การออกกำลัง กายบริหาร และการนวด
-การใช้ยา สมุนไพร และเอนไซม์
-การถ่ายเลือด (วิธีนี้ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น)

ถ้าคิดจะกำจัดท็อกซินออกจากร่างกาย ควรทำหลายๆวิธีรวมกันค่ะถึงจะสามารถกำจัดพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญเมื่อขับท็อกซินออกไปแล้ว ต้องพยายามควบคุมท็อกซินที่จะเกิดขึ้นใหม่ให้น้อยที่สุด ด้วยการกินอาหารที่ปรับสมดุล อาหารสุขภาพ และไม่สะสมความเครียดค่ะ

สวนทวารล้างพิษคืออะไร

การสวนทวาร หรือที่มักเรียกติดปากแบบย่อๆว่า 'ดีท็อกซ์' เป็นวิธีกำจัดท็อกซินออก จากร่างกายวิธีหนึ่ง โดยเฉพาะท็อกซินที่คั่งค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่

ไม่ใช่ทำเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของโรค หรือเพื่อแก้อาการท้องผูก แต่อย่างใด การถ่ายอุจจาระออกมาด้วยถือว่าเป็นผลพลอยได้เท่านั้นค่
บางคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า ฉันถ่ายอุจจาระทุกวันโดยไม่ท้องผูก คงไม่มีท็อกซิน และไม่จำเป็นต้องทำดีท็อกซ์ ความจริงแล้วในลำไส้ของเราจะมีลักษณะเป็นขดซ้อนทับเป็นซอกหลืบ ลักษณะอย่างนี้เองทำให้เกิดการสะสมของของเสียในลำไส้ใหญ่ แม้ถ่ายอุจจาระทุกวันก็ไม่สามารถกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปได้หมด แต่การสวนล้างทวารช่วยได้ค่

การทำดีท็อกซ์ต้องใช้น้ำสำหรับสวนเข้าทางทวารหนัก น้ำสำหรับดีท็อกซ์มีหลายสูตร คือ

สูตรน้ำกาแฟ ของนายแพทย์แมกซ์ เกอร์สัน
ใช้กาแฟผงบริสุทธิ์ (ชนิดไม่ปรุงแต่ง) 2 ช้อนโต๊ะ ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด แล้วกรองเอาผงออกทิ้งให้น้ำอุ่น แล้วจึงนำมาสวนท้อง กาแฟไม่ควรใช้กาแฟสำเร็จรูป เพราะจะมีส่วนผสมของเนยมากเกินไป สามารถหาซื้อกา แฟได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ เช่น ฟู้ดแลนด์ ฟูจิ,ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต อาจใช้ยี่ห้อตุงฮู อโรมา ซูซูกิ (ชนิดพรีเดียม) หรือตามร้านขายอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพทั่วๆ ไป

สูตรน้ำส้มมะขาม (มะขามเปียก)
ใช้ส้มมะขาม 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด แล้วกรองเอาแต่น้ำ

สูตรน้ำมะนาว
ใช้มะนาว 3-4 ลูกคั้นน้ำ ผสมน้ำอุ่น 1 ลิตร

สูตรน้ำอุ่นเปล่าๆ
ใช้น้ำอุ่นประมาณ 1.5 ลิตร

**** สูตรน้ำดีท็อกซ์ที่นิยมกันมากที่สุดคือ สูตรน้ำกาแฟ เพราะในกาแฟมี 'คาเฟอีน' ที่ช่วยในการกระตุ้นให้ท็อกซินถูกขับมาตามเครือข่ายเส้นเลือดดำ ซึ่งเชื่อมโยงต่อเนื่องตั้งแต่ตับ กระเพาะ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ม้าม ลำไส้เล็ก จนถึงลำไส้ใหญ่

หมายเหตุ : ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต โรคปอด โรคลมบ้าหมู (ลมชัก) ตกเลือด และ ท้องเสียอย่างรุนแรง ไม่ควรอบสมุนไพร (ซาวน่า) ล้างพิษ

วิธีการสวนทวารล้างพิษ

1. นำน้ำกาแฟ ที่อุ่นพอดีกับอุณหภูมิร่างกายของเรา (หรือน้ำดีท็อกซ์สูตรอื่นๆ) ใส่ถุง หรือหม้อสำหรับ สวน โดยปิดวาวส์ที่ปลายท่อก่อนใส่น้ำกาแฟหรือน้ำสมุนไพร

2. แขวนถุงดีท็อกซ์ไว้ด้านปลาย เท้าให้สูงจากพื้นประมาณ 120 ซม. (ถ้าแขวนสูงเกินไปความดันน้ำจะมากทำให้น้ำไหลเร็ว อาจกลั้นไม่อยู่ ถ้าแขวนต่ำเกินไปน้ำจะไหลช้า)

3. เปิดวาวส์เพื่อไล่อากาศออกจากสายยาง โดยให้น้ำกาแฟไหลผ่านท่อเล็กน้อย แล้วปิดวาวส์ หลังจากนั้นให้ทาวาสลีนที่ปลายท่อประมาณ 2 นิ้ว

4. นอนตะแคงขวา (สะโพกด้านขวาลงพื้น) เหยียดขาขวาตรง ขาซ้ายก่ายบนขาขวาเหมือนท่ากอดหมอนข้าง

5. สอดปลายท่อที่ทาวาสลีน (หรือน้ำสบู่เหลว) เรียบร้อยแล้วเข้าทางทวารหนัก ลึกประมาณ 2 นิ้ว เปิดวาวส์ให้น้ำกาแฟเข้าจนหมด แล้วดึงท่อออกจากทวารหนัก

6. ให้นอนหงาย เหยียดขาตรง ใช้มือนวดท้องวนจากขวาไปซ้าย (เหนือบริเวณสะดือใต้ชายโครง) อั้นให้ได้นานประมาณ 5-10 นาที แล้วลุกขึ้นถ่าย ขณะถ่ายไม่ต้องเบ่ง

ช่วงที่นอน ท่านอน คือตะแคงขวา ช่วงที่ปล่อยน้ำให้หายใจยาวๆช้าๆ และนอนลูบท้องหมุนตามเข็มนาฬิกาช่วงที่ปล่อยน้ำ ถ้ารู้สึกปวดอึ ให้หายใจยาวๆ ช้าๆ อั้นเอาไว้ หรือถ้าไม่อั้นให้ปิดวาว์ปล่อยน้ำชั่วคราวเมื่อหายปวดก็ค่อยๆปล่อยน้ำออกมาใหม่ เมื่อน้ำหมดแล้วใหนอนหงาย ลูบท้องไปเรื่อยๆ ประมาณ 5- 10 นาที(อดทนให้นานที่สุด)เท่าที่จะสามารถทนได้หลังจากนั้นก็เข้าห้องน้ำ..ปดปล่อย.....

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการสวนทวาร

....หลังทำดีท็อกซ์ด้วยการสวนทวาร คุณจะรู้สึกโล่งโปร่งเบาสบายตัว แต่หากคุณมีอาการในทางตรงข้าม แสดงว่าร่างกายอาจไม่เหมาะกับการดีท็อกซ์วิธีนี้ ควรหยุดทำค่ะ สำหรับคุณๆที่ประสบความสำเร็จอย่างดีในการทำดีท็อกซ์ ขอแนะนำให้ทำต่อเนื่องสัก 3 หรือ 5 วัน (วันละครั้ง) เพื่อล้างพิษออกให้หมด หลังจากนั้นอาจทำเมื่อมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นไข้ ปวดเมื่อยตามตัวตามข้อ ลิ้นเป็นฝ้า ก็สามารถสวนทวารล้างพิษได้อีก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทำดีท็อกซ์บ่อยเกินไป ประเภทว่าทำทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ เพราะจะทำให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้ใหญ่ของเราพลอยถูกทำลายด้วย แถมยังอาจมีผลให้ระบบขับถ่ายผิดปกติไป เวลาที่เหมาะสมในการทำดีท็อกซ์คือ ตอนเช้าหลังจากเข้าห้องน้ำถ่ายเรียบร้อยแล้ว ก่อน อาหารเช้า จะทำให้กลั้นได้ดีและล้างลำไส้ได้สะอาด สบายตัว หากไม่สะดวกอาจทำช่วงสายหรือบ่ายหลังจากกินอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง ไม่แนะนำให้ทำก่อนนอน เพราะจะทำให้ตื่นขึ้นมาหิวเวลากลางคืน และทำให้นอนไม่หลับ

ข้อควรระวัง :

-ก่อนจะสวนทวารต้องปล่อยน้ำออกจากสายยางเพื่อไล่ลมก่อน มิเช่นนั้นจะเกิดลมในช่องท้อง ทำให้อึดอัด และในกรณีคนที่ไม่กินกาแฟ อาจเกิดอาการคลื่นไส้ เวียนหัวได้
-คนที่ผ่าตัดไส้ติ่ง ให้ใช้น้ำสวนท้องแค่ 800-1,000 ซี.ซี.
-คนที่ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ จะมากหรือน้อย โดยเฉพาะผู้ตัดลำไส้ใหญ่และทำรูถ่ายหน้าท้อง ไม่แนะนำให้ทำดีท็อกซ์
-คนที่เป็นริดสีดวงทวาร ต้องใช้เจลทาที่ทวารหนักและปลายสายยางให้มากกว่าปกติ และ หากมีบาดแผลที่ทวารหนักไม่ควรทำดีท็อกซ์






 คอร์สล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดี

....ผักมีประโยชน์มหาศาล! สาวๆ ทานผักในปริมาณที่เพียงพอใน
แต่ละวันกันรึเปล่าคะ
สูตรน้ำผักผลไม้ของฟ้าหญิงจุฬาภรณ์
เป็นสูตรน้ำผักต้านมะเร็ง ลองทำทานกันดูนะคะ

บทความคัดลอกมานะคะ....
น้องที่ทำงานมีญาติเป็นมะเร็ง 2 คน
หมอนัดให้ทำคีโม 1 คน ผ่าตัด 1 คน โดยให้ไปพักผ่อนก่อน 1 - 2 อาทิตย์ก่อนทำการรักษา..... ระหว่างนั้นเองน้องที่ทำงาน ได้สูตรน้ำผักผลไม้ของฟ้าหญิงฯ มา ก็เลยลองให้ญาติทานดู แทนน้ำเลย วันละ 1 ลิตร เป็นเวลา 2 สัปดาห์เท่านั้น ไปตรวจอีกครั้งก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็ง เล็กลงจนเกือบไม่มีเลย 1 คน / ส่วนอีกคนมะเร็ง หายไปเลย .....
ไม่น่าเชื่อ เค้าตื่นเต้นกันมากหมอรพ.จุฬา ขอสูตรกันยกใหญ่ ตอนนี้น้องๆ ที่แผนก เลย สั่งกินกันทุกวัน เพื่อเป็นภูมิต้านทาน ส่วนใครที่มีญาติเป็นมะเร็ง นำสูตรนี้ไปทำให้กินได้เลย หรือบอกต่อๆ กันไป...เป็นอานิสงฆ์นะ

น้ำผักผลไม้สูตรในวัง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีผิวพรรณสดใสโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคมะเร็งจะดีมากมีคนแถวบ้านเป็นมะเร็งอายุประมาณ 80 กว่าแล้ว ต้องให้คีโมแต่ปรากฏว่าพอรับประทานน้ำผลไม้สูตรนี้ไปเป็นเวลาประมาณไม่ถึง 1 เดือนปรากฏว่ามีผมงอกขึ้น และแข็งแรงขึ้นมากจนหมอตกใจลองนำไปปั่นทานกันดู..น่าจะดีต่อสุขภาพไม่มากก็น้อยส่วนประกอบก็ราคาไม่แพงมากด้วย

1. แอปเปิ้ล 1 ผล
2. แครอท 1 ลูก
3. ผักสลัด (ผักกาดแก้ว) 3 ใบ
4. ตั้งโอ๋ 2 ก้าน
5. มะนาว 1 ลูก
6. น้ำเสาวรส 1/2 แก้ว (ถ้าไม่มีสดให้ซื้อน้ำเสาวรสกระป๋องก็ได้ค่ะ)
7. น้ำผึ้งแท้ 1/2 แก้ว
8. น้ำเปล่า 1-2 แก้ว แล้วแต่ความชอบ
9. ฝรั่ง 1 ผล
10. มะเขือเทศสีดา (ลูกเล็กๆ) 5 ลูก
11. น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ

นำทุกอย่างมาปั่นรวมกัน

สูตรนี้จะทำได้ประมาณ 1 ลิตร ในกรณีที่เป็นคนป่วยให้รับประทานวันละ 1 ลิตร
แต่ถ้าดื่มเพื่อสุขภาพเฉยๆ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 2-3 วัน

..............................................................................
 


ขอขอบพระคุณที่ท่านเสียสละเวลานี้เพื่อบทความนี้ค่ะ

















 
.......................................................................................................................................................
ข่าวใหม่...f-2lady  ต้องการแต่งตั้งดีเลอร์ตัวแทนฝ่ายขายร้านค้าประจำจังหวัด และ ร้านค้าประจำหน่วยอำเภอ ทุกแห่ง.(คุณไม่ต้องวิ่งขาย...เราให้คุณนั่งขายอยู่ที่ร้านคุณนั่นแหละ) ร้านค้าหรือผู้ที่สนใจกรุณาติดต่อฝ่ายทะเบียนตัวแทนได้ที่
คุณสมใจ ชื่นมุนีวงศ์ โทร.089-848 9604, 087-874 7997 ได้ทุกเวลา

ร้านค้าเข้าร่วมโครงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F2

 
เรียนท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่าน....
อีเมล์ที่ใช้ติดต่อกับเรา....
       
  Email : f2lady@windowslive.com

ตัวแทนจำหน่าย F-2 ที่กรุงเทพ และต่างจังหวัด(อิสาน)
 

เรียนท่านที่อยู่ในกรุงเทพฯ  หากท่านสั่งซื้อสินค้าและโอนเงินภายในวันนี้ก่อน13.00น.(และวันเสาร์ ก่อน 12.00น.ได้รับสินค้าช่วงบ่ายวันจันทร์)เราจัดส่งสินค้าให้ท่านทันเที่ยวเมล์วันนี้ พรุ่งนี้ท่านได้รับสินค้าช่วงบ่ายแน่นอน เราขอรับประกัน ส่งEMS ฟรี ชัวร์100% ส่ง พกง.เพิ่มเงิน 00.บาทเท่านั้น สั่งซื้อได้เลยค่ะ

( *หมายเหตุ  ไปรษณีย์ทุกแห่งหยุดวันอาทิตย์ )


 คุณอ้อย,คุณอัง โทร.089-848 9604 , 087-874 7997  

สั่งซื้อโดยโอนเงินเข้า บ/ช ธนาคาร สินค้าส่งถึงบ้านทันที
       
ชื่อนายเทพพิศักดิ์ ชื่นมุนีวงศ์
        ธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขามหานาค
        เลขที่ 22402-84170

สั่งซื้อทาง พัสดุเก็บเงินปลายทาง. ท่านต้องไปรับสินค้าที่ไปรษณีย์ หรือให้คนไปรับแทน และต้องนำเงินไปชำระด้วย
-----------------------------------------------------------------------

 
                                                                           F2lady.com สำหรับสตรีทุกวัย
                                                                ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,087-874 7997



F2 ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย.
(ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) หมายเลขทะเบียน อย. 11-1-03654-1-0001
ตรวจสอบเลขทะเบียน อย.http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/food/FSerch.asp?id=food

                             
                                    F-2 เพื่อคุณสุภาพสตรี 1 กล่อง บรรจุ 30 แคปซูล ราคา750.บาท
             สมาชิกวันนี้ ซื้อ 2 กล่อง ราคาพิเศษ  1,300.บาท รีบหน่อยนะคะ...
           โทรถามเลย 089-8489604,087-8747997