ที่นี่เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของดี ของแท้เชื่อมั่นได้100%
    Email : F2lady@windowslive.com ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,  087-874 7997 
 นวัตกรรมสมุนไพรไทยให้คุณภาพชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงโลก
สินค้าจัดส่งไปรษณีย์ EMS 100% ค่ะ

http://facebook.com/ccithailandnew

ผผผผผผผผผผผผผผผผผ
 
 
สถิติ
เปิดเมื่อ2/10/2011
อัพเดท15/07/2018
ผู้เข้าชม599180
แสดงหน้า845257
สินค้าแนะนำ
ปฎิทิน
July 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
    
บทความ
สวัสดีปี 2561 (ปีชงและวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา)
Full Moon Valentine's Day
น่ารักอ่ะ!!
‎***...เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป...***
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 (วันตรุษจีน)
ฤกษ์มงคลเลือกสีรถตามวันเกิด
7 เส้นทางสดใส เริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ
คู่มือ-แผนการตลาด / 100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
คำคมประสบความสำเร็จ
หนังสือน่าอ่าน...หนังน่าดู
คุณอัง.คุณอ้อย...กับความสำเร็จในธุรกิจโอทู
100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F2 (089-848 9604,087-8747997)
www.facebook.com/f2lady.com(Email : f2lady@windowslive.com)
F-2 สำหรับคุณสุภาพสตรี โดยเฉพาะ
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ..........
นิทานก่อนนอน
07 ตุลาคม 2555 ฉลองครบรอบ 8 ่th ปี บ.โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล จก.
ตำแหน่ง ผจก.ฝ่ายขายประจำอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ
55 เรื่องที่ชาวญี่ปุ่นอยากทำก่อนที่พ่อแม่จะเสียชีวิต
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ.........
ธรรม...สงบ...ร่มเย็น (คำคม..นักปราชญ์) ประทับใจ
แนวความคิด และการทำงาน
60 ความเชื่อโบราณ ที่คนไทยทุกคนควรรู้
คำคม...นักปราชญ์
ประทับ...ใจ
อานิสงส์ของการสวดมนต์ เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)
สินค้าขายดี
โพล

เสน่ห์มหาระรวย ไม่สวยแต่เร้าใจ

21/07/2015 13:53 เมื่อ 21/07/2015 อ่าน 2744
.......



 

เสน่ห์มหาระรวย ไม่สวยแต่เร้าใจ

ต่อให้คนสวยมีหน้าตาเป็นต่อสาวขี้ริ้วขี้เหร่ แค่ไหน 
แต่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะมัวมะรุมมะตุ้มรุม รักสาวสวยหรือคนหน้าตาดี 
เพียงฝ่ายเดียวก็หาไม่...

สาวหน้าตาธรรมด๊า ธรรมดาก็มีสิทธิ์เป็นที่เตะตาต้องใจของใครสักคนได้เหมือนกัน

แถมเผลอๆ สาวหน้าตาแค่ 'พอดูได้' แต่ 'มีเสน่ห์' แอบแฝงอาจเป็นนางกวักดึงดูดให้ใครๆ อยากเข้ามาเสวนาใกล้ชิดสนิทสนมมากกว่าคนสวยเสียด้วยซ้ำ

เพราะไม่รู้เป็นไง ในความรู้สึกของคนทั่วไปมักคิดว่า สาวสวยหรือหนุ่มหล่อล้วนเป็นคนหยิ่ง หรือมิเช่นนั้น เขาหรือเธอก็ไม่ค่อยซีเรียสที่จะผูกมิตรกับใครต่อใครอย่างจริงจังนักหรอก เนื่องจากเชื่อมั่นในความงามหรือความหล่อลากดินของตัวเองไงล่ะ

คิดง่ายๆ แล้วกัน ว่าจะมีคนมาก้อร่อก้อติกคนสวยวันละกี่ร้อยรายเข้าไปแล้ว และในเมื่อมีช้อยส์ให้เลือกเยอะขนาดนี้ ต่อให้คบแบบเขี่ยทิ้งเขี่ยขว้าง เธอก็ไม่สะเทือนซางแต่อย่างใด จึงขอประกาศว่า ถ้าใครไม่มีคุณสมบัติได้ ดังใจอย่างที่สาวงามตั้งสเปกไว้ละก็ อย่าริทะเล่อทะล่าไป เด็ดดอกฟ้าเลยว่ะ

ส่วนผู้หญิงที่ไม่สวยก็อย่าเพิ่งท้อใจไปเสียก่อน ว่าจะไร้คนแลเหลียว ขอเพียงทำตัวให้มีเสน่ห์ เท่าเนียะ ขี้คร้าน เดี๋ยวก็มีคนมาพิศวาสน้องนางเอง

ใน The Art Of Charm หรือศาสตร์แห่ง การสร้างเสน่ห์ บอกเคล็ดลับให้ผู้หญิงที่ไม่ได้ งามล้ำเลิศ เกินผู้ใดในปฐพี ให้กลายเป็นเทพีในดวงใจของคนรอบข้างได้ไม่ยาก งั้นมาเรียนรู้เรื่องทำ เสน่ห์ยาแฝดอย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้ใจจากใครๆ กันดีกว่า

บทเรียนเสริมเสน่ห์ข้อที่ 1. บอกว่า คนมีเสน่ห์ย่อมรู้ว่า คุณไม่จำเป็นต้องทำตัวให้เป็นสาวเซ็กซ์ หรือร่านสวาท มีหน้าอกหน้าใจขนาดภูเขาไฟอย่างพาเมลา แอนเดอร์สัน อย่างที่เห็นกันในหนังทีวี (ทางเคเบิล) เรื่อง เบย์ วอช หรอกน่า

เพราะเสน่ห์ที่พูดกันปากเปียกปากแฉะเนี่ยนะ ไม่ใช่การแสดงออกทางเพศอย่างโจ่งครึ่ม หรือมัวแต่โชว์เรือนร่างอะร้าอร่าม แต่แท้จริงทานโทษ กลับเป็นผลงานศัลยกรรม มันก็แค่ดอกไม้พลาสติก หาใช่เสน่ห์มหาระรวยไม่

หญิงมีเสน่ห์อาศัยแค่เล่นหูเล่นตา หรือใบหน้าชวนรับแขก ชวนให้ใครๆ อยากเข้าใกล้เธอก็พอแล้ว

บทเรียนเสริมเสน่ห์ข้อที่ 2. คนมีเสน่ห์ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้าตำราคำนึงถึง ความรู้สึกของผู้อื่นนั่นเอง

ไม่ใช่ทำตัวเป็นคนไม่รู้สึกรู้สาว่าคนรอบข้างจะเป็นอย่างไรฉันไม่สน ขืนเป็นแบบนี้นอกจากจะ ขาดเสน่ห์แล้ว ยังจะมีใครเค้าอยากคบเธออีกเรอะ

บทเรียนเสริมเสน่ห์ข้อที่ 3. มีทักษะยอดเยี่ยมในการติดต่อสื่อสารหรือผูกมิตรกับคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าหรือคุ้นเคยก็ตาม

แต่การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีก็คงไม่ใช่พวกสักแต่จะพูดก็พูดเรื่อยเปื่อยเข้ารกเข้าพง ไม่ยอมติดดิสเบรก จริงมะ ระวังไม่มีใครอยากฟังเอาน้อ

บทเรียนเสริมเสน่ห์ข้อที่ 4. อย่าทำตัวเป็นคนมีเสน่ห์จนเกินเหตุ

เค้าว่า ความสำเร็จของสาวๆ ที่มีพลังดึงดูดสูง ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งกระแดะจนใครๆเขาจับได้ไล่ทัน แต่อยู่ตรงที่คุณควรทำตัวให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่างหาก

พร้อมกันนั้นก็ควรทำตัวเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ไม่ใช่มีสีหน้าอมทุกข์ตลอดปีตลอดชาติ ทำอย่างกับต้องแบกทุกข์อยู่กับตัวตลอดเวลาก็ไม่เข้าท่าเหมือนกัน

บทเรียนเสริมเสน่ห์ข้อที่ 5. มีมารยาทดี

ไม่ใช่ทำตัวเป็นคนถ่อยเพราะสันดานมันรั้งไว้ไม่ไหว ถ้าขืนเป็นงี้ งั้นตัวใครก็ตัวมันแล้วกันนะแม่คุณ ลองคิดดูสิว่า มีใครบ้างที่อยากอยู่ใกล้คนไร้มารยาทยะ

การมีมารยาทก็ควรรู้จักกาลเทศะด้วยนะเจ๊ แต่ถ้าฝืนทำแบบหน้าไหว้หลังหลอก ก็อย่าทำตัวเป็นลิงหลอกเจ้าให้เสียความรู้สึก

บทเรียนเสริมเสน่ห์ข้อที่ 6. ทำให้คนรอบข้างมีความรู้สึกดีๆ และสบายอกสบายใจ ที่จะคบหาสมาคมด้วย ไม่ใช่เห็นหน้ายายนี่แล้วขอวิ่งหนีดีกว่า ก็แย่น่ะซี

บทเรียนเสริมเสน่ห์ข้อที่ 7. อย่าคุยโอ่ ถมทับคนอื่น แต่ควรหุบปากแล้วตั้งใจฟังคู่สนทนา ของคุณบ้าง คนข้างๆ เขาไม่ได้เป็นใบ้นะน้องนะ

บทเรียนเสริมเสน่ห์ข้อที่ 8. มีความมั่นใจในตัวเอง อย่าทำตัวเป็นคนขี้ลังเล, หลุกหลิกหรือไม่แน่ใจอะไรต่อมิอะไรสักอย่าง ถ้าจะขี้อายบ้างก็ได้ไม่มีใครว่า แต่อย่าอายม้วนจนไม่กล้ากระดิกกระเดี้ยทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน

บทเรียนต่อไป อย่าลืมร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่ ไม่ใช่ เอาแต่เออออห่อหมก เดี๋ยวถ้าถูกลวงไปหมกท่อแล้วจะเสียใจ

อยากเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ทั้งที แค่ทำ ตามนี้ให้ได้ เรื่องสวยไม่สวยก็ไม่ต้องไปสนมันแล้ว




#...ใครที่คิดจะแต่งงาน หรือ แต่งงานแล้ว ต้องอ่านให้ได้นะคะ เพราะมันตรงกับชีวิตจริงมากๆ (ขอบอก)
'คำที่แม่บอกลูกชาย ก่อนที่จะรับภรรยา ที่พึ่งแต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านของตัวเอง '
ลูกค่ะ...
ตอนที่เมียของลูกยังเป็นสาว เขาอยู่บ้านพ่อแม่เขา เขาเลี้ยงกันมาเอง ข้าวบ้าน เราสักเม็ด น้ำบ้านเราสักแก้วเราก็ไม่เคยให้เขาได้กิน แต่เป็นเพราะคำว่ารัก เขาจึงจากอ้อมอกอันอบอุ่นของพ่อแม่เขา มาใช้ชีวิตอีกครึ่งค่อยที่บ้านเรา มาเป็นเมียของลูก มาเป็นลูกสะใภ้ของพ่อกับแม่ เอาพ่อแม่ของลูกเป็นพ่อแม่ของตัวเอง เอาพี่น้องของลูกเป็นพี่น้องของตัวเอง เจ้าพูดสิ! หากเราไม่ทำดีกับเขา มันน่าละอายต่อพ่อแม่ของเขาหรือเปล่า?
เวลาผู้ชายเจออาหารที่ชอบกิน ก็จัดการซะพุงกาง เมื่อท้องอืดก็รู้สึกไม่สบายตัว ต้องหาทางออกไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ เจ้าคิดดูสิ! เมียของลูกต้องอุ้มท้องให้บ้านเราตั้งสิบเดือน หากเขาไม่ยินดีที่จะเป็นแม่ ใครกันจะยอมทนอึดอัดแสนทรมานอย่างนั้นเพื่อให้กำเนิดชีวิตน้อยๆ ลูกที่เกิดมาก็ไม่ได้ใช้แซ่สกุลของตัวเอง เจ้าพูดสิ! หากเราไม่ทำดีต่อเขา มันน่าละอายไหมที่เขายอมสละเพื่อบ้านเราขนาดนั้น?
ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงต่างก็มีอารมณ์อ่อนไหว ผู้ชายอ่อนไหวกับเรื่องราว หากคิดว่าเรื่องใดไม่ถูกต้อง ก็จะฝังใจ ต่อให้เรื่องนั้นมันจะผ่านไปแล้วก็ตาม ก็ยังโมโหไม่หาย ส่วนผู้หญิง อ่อนไหวกับคำพูด หากฟังแล้วไม่เข้าหู ยิ่งฟังก็จะยิ่งอารมณ์เสีย ต่อให้มันผ่านไปแล้วก็ยังโมโหไม่หาย ดังนั้น ลูกเป็นผู้ชาย ต้องรู้จักลดทิฐิลงก่อน พูดอะไรที่เมียเจ้าชอบฟัง ต้องรู้จักเอาใจใส่ ลูกก็สบายใจ เมื่อสิ่งนี้คือความสุขใยเจ้าจะไม่ลงมือทำเล่า!
โลกนี้ผู้หญิงสวยๆมีเยอะ แต่เมื่อแต่งงานแล้ว จะวอกแวกไม่ได้ และอย่าเอาเมียของเจ้าไปเปรียบกับหญิงอื่น
ชีวิตของคนเรา เกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ประเพณีไม่เหมือนกัน การเลี้ยงดูที่ต่างกัน จึงเป็นที่มาของนิสัยและความชอบที่ไม่เหมือนกัน จนถึงช่วงที่แต่งงานความชอบและนิสัยก็ถูกฝังแน่นแล้ว คำโบราณกล่าวว่า “ถมทะเลย้ายภูเขายังว่าง่าย แต่นิสัยเปลี่ยนยาก” เมื่อเจ้าแต่งงานแล้ว ก็อย่าได้เอามาตรฐานการเป็นอยู่ของเจ้าไปตัดสินความต่างของเขาว่าเป็นข้อ บกพร่อง พ่อหวังว่าเจ้าจะเริ่มจากตัวเจ้าก่อน เปลี่ยนแปลงตัวเจ้าก่อน
สังคมสมัยนี้ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างทำงานนอกบ้าน เจ้าก็ต้องช่วยทำงานบ้าน ไม่ใช่ปล่อยให้เมียทำงานบ้านอยู่คนเดียว เมียของเจ้าเจ้าก็ต้องรัก หากวันหนึ่งมีใครคนอื่นที่รักเมียของเจ้ามากกว่าเจ้ารัก ลูกก็เตรียมรับมือกับปัญหาที่จะตามมาได้เลย

............................................................................................................

ยากจะเอ่ยจากปาก

1. แฟนเก่าโทรมา

ถึง เรื่องของแฟนเก่าจะจบไปแล้วจริงๆ หากมีความจำเป็นที่จะต้องคุยกันไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องอะไรก็ตาม ฝ่ายชายมักจะไม่กล้าบอกตรงๆ หรือไม่ก็อาจเก็บเป็นความลับไปเลย เพราะผู้หญิงมักจะระแวงไม่ว่าเรื่องจะจบไปนานแค่ไหนก็ตาม แต่ต้องระวังความสัมพันธ์จะสั่นคลอนได้ เพราะการที่ต้องปิดความลับหรือเลี่ยงที่จะพูด จะทำให้ผู้ชายรู้สึกเหนื่อย...

2. ผมคุณเหม็นแล้ว

ถ้า เส้นผมของคุณเริ่มมีกลิ่น ซึ่งเกิดจากเหงื่อ การออกกำลังกาย และไม่ชอบสระผม เมื่อผู้ชายได้กลิ่น จะไม่พูด แต่จะเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ๆเส้นผมของคุณแทน

3. อย่าคาดหวังเขาให้เหมือนพ่อของคุณ

ผู้หญิง บางคนหวังว่าผู้ชายที่คบอยู่จะเหมือนพ่อของเธอ ทั้งการดูแล ตามใจ เพราะจริงๆแล้วผู้ชายชอบผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้บ้าง ไม่ใช่ต้องคอยดูแลเสมอๆ

4. ขอพื้นที่ส่วนตัวบ้าง

เวลาที่สาวๆ นัดกับแก๊งค์เพื่อนเพื่อ สังสรรค์ เมื่อฝ่ายชายยินยอมที่จะไปแล้ว ปล่อยให้เขาอยู่เงียบๆ ในแบบของเขาโดยที่ไม่ต้องไปจุกจิก หากเขาไม่ใช่คนที่เข้าสังคมเก่ง อย่าไปกดดันให้เขาต้องพูดคุยกับเพื่อนๆของคุณเลย ให้พื้นที่เขาบ้าง และเมื่อเขาออกไปเจอเพื่อนบ้าง คุณก็ไม่ควรระแวงเช่นกัน

5. อยากให้แฟนเป็นตัวของตัวเองและกล้าพูดกล้าทำ

ผู้หญิง ต้องคิดไว้เสมอว่า การเป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่รัก กล้าฉีกกฏในบางครั้ง จะทำให้ผู้ชายมองว่า เรามีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็กขี้งอนทำอะไรไม่เป็น

6. อย่าเร่งนักได้มั้ย

แม้ ว่าผู้ชายจะเป็นผู้นำ แต่ความรักไม่ได้สร้างขึ้นเพียงหนึ่งวันหรอกนะ การจะก้าวไปถึงขึ้นแต่งงานกันได้ ควรจะพร้อมทั้งสองฝ่าย พูดคุยตกลงกัน การเร่งรัดผู้ชายยิ่งจะทำให้เขารู้สึกไม่อยากแต่งมากขึ้นอีก

7. กระตือรือร้นเรื่องบนเตียงบ้าง

เรื่อง นี้ส่วนใหญ่ ผู้ชายจะเป็นผู้นำ แต่ถ้าผู้หญิงไม่มีปฏิกิริยาหรือไม่กระตือรือร้น จะกลายเป็นปัญหาได้ การมีข้ออ้างบ่อยๆ สุดท้ายผู้ชายก็จะเบื่อ แต่เขาไม่กล้าพูดหรอกว่าเขาต้องการอะไรบ้างในเรื่องบนเตียง ผู้หญิงต้องลองแก้ปัญหาตัวเองลองกลับไปคิดทบทวนกันดู

8. อย่าเปรียบเทียบกับเพื่อนๆของคุณ

ผู้หญิง หลายคนมักเปรียบเทียบคู่ของตัวเองกับคู่ของเพื่อน ซึ่งทำให้ผู้ชายคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ หรือพยายามไม่มากพอ การเปรียบเทียบไม่ทำให้ความรักดีขึ้น เพราะแต่ละคู่มีอะไรไม่เหมือนกัน
##########################################################



 

โทษของการเป็นชู้ (ตอนที่ ๑) : ทุกข์ทางใจ

• จิตที่เป็นปกติสุขไม่อาจคิดลงมือคบชู้
การจะคบชู้ได้ต้องใช้จิตที่เป็นทุกข์เท่านั้น
เพราะรู้ๆกันทั้งโลก ทุกชาติทุกภาษา
ว่าเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องบาดใจ

• แม้แต่การแตะเนื้อต้องตัวคนมีเจ้าของด้วยความกำหนัด
ก็นับว่าสมควรอดสูใจได้แล้ว
เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าจะมากหรือน้อย
ก็เป็นการล่วงละเมิดสมบัติต้องห้ามของผู้อื่นอยู่ดี

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ฝ่ายหญิงมีรูปเป็นทรัพย์
เมื่อยังเลี้ยงตัวเองไม่ได้
ก็ต้องถือว่าทรัพย์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ปกครองเลี้ยงดู

• แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้นในสังคมประชาธิปไตย
ที่ชายหญิงต่างเลี้ยงดูตนเองได้
อันนำไปสู่การมีสิทธิเท่าเทียมกัน
ชายหญิงต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วม

• กล่าวคือนับแต่การหมั้นหมาย
ประกาศจองตัวกันและกันอย่างเป็นทางการ
ให้นับว่าทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ในร่างกายของอีกฝ่ายเสมอกัน
ห้ามฝ่ายใดละเมิดสัญญาด้วยการมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น
ขณะเดียวกันถ้าคนอื่นมามีเพศสัมพันธ์ทั้งรู้ว่าหมั้นหมายแล้ว
ก็นับว่าผิดศีลเช่นกัน

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• เนื้อหนังคนเราเปรียบเสมือน
อาหารอันโอชะที่น่าแหนหวงสำหรับเจ้าของ
ถ้าต้องลักกินขโมยกินเพียงเพื่อให้หายอยาก
ใจเราจะเป็นสุขไปได้อย่างไร

• แม้เหมือนอิ่มหมีพีมัน
ใจก็อดคิดไม่ได้
ว่าเรากำลังใช้มือที่สกปรกหยิบอาหารใส่ปาก
ทุกคำย่อมเจืออยู่ด้วยพิษหรือเชื้อโรคอันเป็นโทษ
ให้ผลเป็นทุกข์
การสังเกตเข้ามาในตนเอง
จะทำให้เห็นทุกข์เป็นขณะๆอย่างชัดเจน !

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• 'ทุกข์' เริ่มต้น
ตั้งแต่เมื่ออยากมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของ

: สังเกตเข้ามาในตนเอง
จะเห็นขัดแย้งกับส่วนลึกที่ยังมีมโนธรรม
และมโนธรรม
จะส่งแรงต้านความอยากได้ในสิ่งที่ไม่ควรได้เสมอ

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• 'ทุกข์' จะทวีตัวขึ้น
เมื่อตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของ

: สังเกตเข้ามาในตนเอง
จะเห็นเหมือนใจเริ่มก้าวพ้นเขตสว่างเข้าสู่แนวสนธยา
ถึงแม้รู้สึกว่ามืดลงทุกที
แต่ความตื่นเพริดไปกับจินตนาการที่เร้าใจ
ก็รุนหลังเราให้มุ่งหน้าไปเรื่อย
เยี่ยงคนไม่กลัวความมืดในป่ารกชัฏ
เพียงเพราะได้กลิ่นยวนใจของเหยื่อล่อจากที่นั่น

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• 'ทุกข์' จะทวีตัวขึ้นอีก
เมื่อพยายามมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของ

: สังเกตเข้ามาในตนเอง
จะเห็นเป็นการฝืนใจ
เค้นราคะขึ้นมาเอาชนะความกลัวถูกปฏิเสธ
หรือกลัวถูกด่าทอ หรือกลัวถูกจับได้

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• 'ทุกข์' จะทวีตัวขึ้นถึงขีดสุด
เมื่อลงมือมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของ

: สังเกตเข้ามาในตนเอง
จะเห็นความหน้ามืด ดับสำนึกผิดชอบชั่วดีลง
ราวกับทั้งชีวิตเหลือแต่การเคลื่อนไหว
ตามสัญชาตญาณไม่ต่างจากสัตว์โลกทั่วไป

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• 'ทุกข์' จะไม่จบโดยง่าย
แม้เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของสำเร็จ

: สังเกตเข้ามาในตนเอง
จะเห็นเป็นความรู้สึกไม่ดี น่าดูถูก ผิดที่ผิดทาง
หรือกระทั่งชวนให้ขยะแขยง
และที่สำคัญคือรู้สึกว่าต้องหลบๆ ซ่อนๆ
จะให้ใครรู้ไม่ได้ โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าของ

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ถ้าคนมีเจ้าของไม่ค่อยมีเสน่ห์ทางเพศนัก
สำนึกผิดชอบชั่วดีของเราจะกลับมาเร็ว
และรู้สึกแย่กับพฤติกรรมของตนเต็มที่

• แต่ถ้าคนมีเจ้าของเป็นพวกมีเสน่ห์ทางเพศสูง
สำนึกผิดชอบชั่วดีของเราจะถูกกดไว้
ใจจะทะยานต่อตามแรงฉุดจากเสน่ห์ทางเพศของฝ่ายนั้น
กระทั่งพุ่งลิ่วไปบนเส้นทางเห็นผิดเป็นชอบ
สำคัญว่ากงจักรเป็นดอกบัว
กว่าจะรู้สึกตัว
ว่าหลงเดินบนเส้นทางอันเน่าเหม็นและระทมทุกข์
ก็ตกอยู่ในเงามืดจนยากจะคลำหาเส้นทางใหม่เสียแล้ว

บางส่วนจากจากหนังสือ 'ผิดที่ไม่รู้'
อ่านฟรีที่ http://dungtrin.com/guilt
 

........................................................................................................................f2lady
 
โทษของการเป็นชู้ (ตอนที่ ๒) : การสั่งสมบาป

• ดังที่ทราบแล้วว่า ความมืดเป็นเครื่องหมายของบาป
เราก็สามารถ ‘สำรวจใจตนเอง’
แล้วทราบได้ว่าการผิดประเวณี ‘เป็นบาป’

เพราะไม่มีการผิดประเวณีครั้งใด
ที่ทำให้จิตของเราสว่างขึ้น
มีแต่จะหม่นหมองลง
กับทั้งไม่มีแก่ใจคิดอะไรในทางดี ในทางที่เจริญเอาเลย

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. 

• แรงผลักดันให้ผิดประเวณีได้คือ ‘ราคะ’ 
ราคะต้องชนะ ‘ความยับยั้งชั่งใจทางเพศ’
จึงขับให้เราก่อบาปด้วยการผิดประเวณี

• ความยับยั้งชั่งใจทางเพศ
เป็นสิ่งที่มนุษย์มีกันโดยธรรมชาติ
แม้แต่เด็กเพิ่งรู้ความ ก็ทราบว่า
ไม่ควรให้คนแปลกหน้ามาจับต้องอวัยวะเพศของตน
และตนก็ไม่ควรถือวิสาสะไปลูบคลำอวัยวะเพศของใคร
การกล้าทำถือเป็นความทะลึ่งผิดธรรมดา

• ที่น่ากลัวก็คือ 
บาปสามารถสั่งสมตัวได้ !

นั่นหมายความว่ายิ่งผิดประเวณีมากขึ้นเท่าไร
ใจก็ยิ่งยับยั้งชั่งใจน้อยลงเท่านั้น
มองไปทางไหน
ใครต่อใครกลายเป็นวัตถุทางเพศที่น่าลิ้มลองไปหมด
ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่ามีเจ้าของแล้วก็ไม่สน
ไม่รู้สึกว่าเป็นกำแพงกีดขวางที่มีสาระสำคัญอันใดเลย

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. 

• แม้แกล้งเอาไหล่ไปเฉียดแขนคนที่เราเห็นๆอยู่
ว่าเดินมากับคู่ครอง 
ไหล่ของเราก็ได้ชื่อว่าเป็น ‘เครื่องรับเชื้อโรคทางวิญญาณ’ แล้ว

• เมื่อเพาะเชื้อโรคแล้วลุกลามใหญ่โตจนครอบใจได้ทั้งดวง
เราจะรู้สึกว่าตัวเราสกปรก
แม้อาบน้ำชำระสะสางกายได้สะอาดสะอ้าน
ก็เหมือนทั้งตัวเต็มไปด้วยยางเหนียวเหนอะหนะที่แกะไม่ออก
บางคนถึงขั้นที่กลิ่นตัวเหม็นแปลกๆ
ฟอกถูด้วยสบู่หอม กลิ่นเหม็นก็ไม่หายเลยทีเดียว

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. 

• ความคิดในทางผิดประเวณี
: จะลดความฉลาดในการหาคู่แท้ให้ตัวเอง
: หรือแม้เจอคู่แท้แล้วก็จะไม่ฉลาดในการรักษาไว้

บาปที่พอกพูนขึ้นจะทำให้เราสำคัญไปว่า
ชีวิตจะมีสีสันต่อเมื่อได้ลิ้มรสเพศสัมพันธ์แปลกใหม่ไม่รู้จบ!

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. 

• ฉะนั้น เพียงไม่ตั้งใจไว้ก่อน
ว่าจะเว้นขาดจากการผิดประเวณี
ก็นับว่ามีโทษแล้ว 

• เพราะเมื่อถูกเร้าใจให้เกิดราคะอย่างแรงกล้า
‘ความยับยั้งชั่งใจทางเพศ’ ย่อมลดระดับแทบไม่เหลือ

: ยังผลให้สติพร่าเลือนลง
: เปิดช่องให้ราคะเข้าครอบงำจนโง่เขลา
: หลงนึกว่าบาปแห่งการผิดประเวณี
เป็นสิ่งสมควรทำยิ่งกว่าบุญแห่งการระงับราคะผิด ๆ

ขอเพียงสบโอกาสเหมาะ
แม้แต่ก่อคดีข่มขืนชำเราก็ยังเป็นไปได้ !



..............................................................................................................f2lady

 
โทษของการเป็นชู้ (ตอนสุดท้าย) : ความเป็นอยู่ที่เลวร้าย

• ไม่มี ‘ความรู้สึกอ่อนแอ’ อันใด
ย่ำแย่ไปกว่าความรู้สึกอ่อนแออันเกิดจากการเป็นชู้
เพราะบาปข้ออื่นยังทำลงไปด้วยจิตใจแกร่งกล้ากันได้
เช่น 
: เราอาจฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วยกำลังกายและกำลังใจที่เหนือกว่าคู่ต่อสู้
: เราอาจขโมยของด้วยการตั้งใจระมัดระวัง
: เราอาจโกหกด้วยความคิดอ่านฉลาดแหลมคม
: เราอาจกินเหล้าเพื่อกระตุ้นความฮึกเหิม 

แต่ถ้ายอมถอดเสื้อผ้าทิ้งความอายลงพื้น
และเอากำลังกายกับสติปัญญาไปทิ้งในบ่อกามสกปรก
เราจะพบว่า
ความเปลี้ยเพลียอ่อนล้าทางกายหลังเสร็จกิจทางเพศ
จะเกิดขึ้นพร้อมกับความไร้สำนึกยับยั้งทางเพศ
ก่อให้เกิดผลเป็นความมึนงง ปวกเปียก และเฉื่อยแฉะไร้แรง
เหมือนกำลังใจจะทำอะไรดี ๆ
หรือกำลังใจจะต่อต้านความคิดที่ชั่วร้าย
ดูเหือดแห้งไปจากเราเสียเกือบหมด !

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• เมื่อบาปจากการผิดประเวณีถูกสั่งสมมากแล้ว
ผู้ผิดประเวณีย่อมเลื่อนฐานะเป็น ‘หญิงร้ายหรือชายโฉด’
ดูเผินๆเหมือนกร้านโลก
ไม่หยี่หระกับความประพฤติผิดใดๆ
แต่ที่แท้บาปหนาจนความรู้สึกด้านชากว่าใครๆต่างหาก !

• ความด้านชาของหญิงร้ายและชายโฉด
เกิดจากการหมักหมมคราบสกปรกทั้งทางกายและวิญญาณ
จึงย่อมก่อให้เกิดกระแสในตัวที่น่ารังเกียจ
ชวนให้รู้สึกคลื่นเหียนกับความสกปรกเน่าเหม็น
เฉกเช่น ‘หมูในเล้า’ 
ที่จำต้องกินอยู่อย่างสกปรกเกือบตลอดเวลา !

• การผิดประเวณีแต่ละครั้งคือการไม่ให้เกียรติผู้อื่น
ซึ่งก็มีผลสะท้อนให้นับถือตนเองน้อยลง
พูดง่ายๆว่าได้สมบัติทางเพศของคนอื่นมา
เพื่อเสียความนับถือตัวเองไป !

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• จิตของหญิงร้ายและชายโฉด
เปรียบเหมือนคนที่จุ่มศีรษะลงไปในเมือกลื่นจนชุ่มโชก
ย่อมไม่ได้รู้สึกถึงความแห้งสบาย
แม้จมูกได้กลิ่นหอมของสวนดอกไม้
แต่ใจลึกๆ
ก็เหมือนได้กลิ่นเหม็นของกามผิดๆอยู่เกือบตลอดเวลา !

• จิตที่ชุ่มด้วยเมือกลื่นย่อมเหมาะกับภพใหม่ที่
: สกปรก
: ต่ำชั้น
: เต็มไปด้วยความน่ารังเกียจ
: น่าอึดอัดระอา และ
: อาจถึงขั้นเน่าเฟะ !

• ถ้ายังมีวาสนาพอจะเกิดใหม่ใน ‘โลกมนุษย์’ 
ก็ย่อมเป็นที่ชิงชังของผู้พบเห็น
ราวกับว่าใครเห็นก็อยากเขี่ยทิ้งด้วยเท้ากันหมด
สภาพเช่นนั้นย่อมยากที่จะผูกมิตร แต่ง่ายที่จะผูกเวร
ดึงดูดคนและสัตว์
ให้อยากเข้ามาด่า เข้ามาว่า เข้ามาทำร้ายเป็นขบวน !

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ความผิดทางเพศย่อมนำไปสู่ความผิดปกติทางเพศ
ถ้ามีวาสนาได้เป็น ‘มนุษย์’ ก็อาจรังเกียจเพศของตน
และอยากเป็นอีกเพศหนึ่งแทน
หรือโตขึ้นถูกดึงดูดเข้าสู่วิถีทางของการเบี่ยงเบนทางเพศได้
เป็นที่ทรมานใจของตนเองเนิ่นนาน

• หากตายเยี่ยง ‘ชู้ผู้ยังไม่อิ่มไม่พอ’ กับการผิดประเวณี
ไม่มีโอกาสกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก
แต่ยังพอมีบุญพยุงไม่ให้ร่วงหล่นถึงนรก
ก็อาจไปเสวยภพของพวกรักความสกปรกระดับ ‘เดรัจฉานภูมิ’
เช่น หนอนในส้วม เป็นต้น

• แต่หากตายเยี่ยง ‘หญิงร้ายและชายโฉด’
ผู้ล่อลวงใครต่อใครเข้ามาร่วมบาปแห่งการผิดประเวณี
ไม่เห็นแก่หัวอกหัวใจเจ้าของบ้างเลย
ก็จัดว่ามีความเหมาะกับสภาพความเป็นอยู่อันเสียดแทงเจ็บแสบ
ดังเช่น ‘นรกภูมิ’ สถานเดียว!

. .. .. .. .. .. .. .. .. .. 

บางส่วนจากจากหนังสือ 'ผิดที่ไม่รู้'
อ่านฟรีที่ http://dungtrin.com/guilt
สั่งซื้อเล่มละ ๒๙ บาทที่ : http://bit.ly/1tGUpiA





คุณหมอ สุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์

คุณหมอ เต็มปากเต็มใจ

**สุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์**

.... 'โชคดีที่ผมเกิดมาในครอบครัวสัมมาทิฐิ คุณพ่อคุณแม่สอนให้ถือศีล 5 มาตั้งแต่เด็ก ผมเลยเป็นคนที่ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวกลางคืน ก็เลยไม่รู้จะเอาเงินไปใช้อะไร มีแค่นี้ก็รู้สึกว่า เราพอแล้ว ต่อให้เรารวยกว่านี้มันก็ใม่มีประโยชน์ ผมก็เอาเงินเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับคนอื่นถามว่าเรารวยไหม ผมว่าก็พอไปได้ แล้วเราก็เอาทรัพย์ที่ได้มาโดยสุจริตคืนให้กับคนยากจน เพราะเขาไม่มีโอกาสเหมือนเรา”

.... หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ ‘คลินิกเวชกรรมสุรัตน์’ คลินิก 1 บาท ที่รับรักษาคนไข้โดยคิดค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 1 บาท ซึ่งเปิดให้บริการมากว่า 5 ปีแล้ว โดยได้รับการรับรองมาตรฐานการรักษาจากกระทรวงสาธารณสุข คลินิกแห่งนี้มีผู้ป่วยที่ยากไร้มาใช้บริการวันละไม่ต่ำกว่า 40-50 ราย รักษาคนไข้มาแล้วนับหมื่นๆคน แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาคนไข้แต่ละรายนั้นไม่ใช่น้อย ทั้งค่าหมอ ค่ายา ค่าอุปกรณ์การแพทย์ ค่าพนักงาน แต่ละเดือนคลินิกแห่งนี้จึงมีค่าใช้จ่ายเดือนละกว่า 2 แสนบาท

สุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์' ผู้ก่อตั้งคลินิกแห่งนี้เป็นใคร? และอะไรที่ทำให้เขาทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์มหาศาล เพื่อช่วยเหลือคนไข้ยากไร้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน?

**จากเด็กยากจนสู่เศรษฐีร้อยล้าน**

สุรัตน์เล่าย้อนถึงชีวิตในวัยเยาว์ให้ฟังว่า เขาเกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน คุณพ่อเป็นพ่อค้าแผงลอย ด้วยความที่มีลูกถึง 6 คน จึงต้องหากินชนิดปากกัดตีนถีบ รับซ่อมรองเท้าและทำรองเท้าขาย หลังกลับจากโรงเรียนสุรัตน์ก็จะมาช่วยพ่อแม่ทำงาน ความขยันอดทนทำให้ครอบครัวของเขามีฐานะดีขึ้นตามลำดับ

แต่ถึงจะยากจนอย่างไร คุณแม่ก็ไม่เคยละเลยที่จะสอนให้ลูกๆยึดมั่นในการทำความดี โดยเฉพาะในเรื่องของความซื่อสัตย์และมีศีล 5 เป็นที่ตั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ชีวิตของเขาเจริญก้าวหน้า และเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

สุรัตน์บอกว่า เขาเริ่มทำธุรกิจครั้งแรกตั้งแต่อายุได้เพียง 16 ปี และยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม โดยเขาลงทุนจ้างโรงงานผลิตรองเท้าออกมาขายและทำตลาดด้วยตัวเอง แม้ธุรกิจจะล้มเหลวเพราะขาดประสบการณ์ แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อ กลับนำความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนในการทำธุรกิจครั้งต่อไป

ปัจจุบัน สุรัตน์ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนักธุรกิจร้อยล้าน มีธุรกิจที่รับผิดชอบมากมาย ทั้งธุรกิจส่งออก มีอพาร์ทเม้นต์ให้เช่าถึง 9 แห่ง มีอาคารให้เช่าย่านถนนข้าวสารและซอยรามบุตรี 4 แห่ง มีกิจการเกสต์เฮาส์ รวมถึงโรงแรมโกลด์เด้น วิลล่า ชะอำ

“คุณแม่ผมสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ให้เรารู้จักแบ่งปันให้คนที่ด้อยกว่าเรา แล้วก็ต้องมีความซื่อสัตย์ อย่าไปคดโกงใคร ซึ่งผมว่าตรงนี้มันทำให้ธุรกิจเราเจริญรุ่งเรือง ผมทำธุรกิจส่งออกเครื่องหนัง ส่งออกเป็นตู้คอนเทนเนอร์เลย ลูกค้าเชื่อใจเราก็เปิดแอลซี บางคนไม่ต้องเปิดแอลซี แต่เขาเชื่อใจเรา ขนเงินมามัดจำ เพราะเครดิตที่เราเป็นคนตรงไปตรงมา ลูกค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แล้วโชคดีที่ผมเกิดมาในครอบครัวสัมมาทิฐิ คุณพ่อคุณแม่สอนให้ถือศีล 5 มาตั้งแต่เด็ก ผมเลยเป็นคนที่ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวกลางคืน ก็เลยไม่รู้จะเอาเงินไปใช้อะไร มีแค่นี้ก็รู้สึกว่า เราพอแล้ว ต่อให้เรารวยกว่านี้มันก็ใม่มีประโยชน์ ผมก็เอาเงินเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับคนอื่น

ถามว่าเรารวยไหม ผมว่าก็พอไปได้ แล้วเราก็เอาทรัพย์ที่ได้มาโดยสุจริตคืนให้กับคนยากจน เพราะเขาไม่มีโอกาสเหมือนเรา” สุรัตน์เล่าถึงชีวิตในวัยเยาว์ซึ่งบ่มเพาะให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

**ถ้าแม่หายป่วย จะช่วยรักษาชาวบ้าน**

แต่การเปิดคลินิกรักษาฟรีให้แก่ผู้ป่วยที่ยากไร้ ไม่ได้มีแต่เสียงชื่นชมอย่างเดียว เพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนที่ไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นคำครหาว่าทำบุญเอาหน้า มองว่าต้องการสร้างฐานเสียงเพื่อเตรียมเล่นการเมือง ขณะที่บางคนถึงขั้นกล่าวหาว่า ทำคลินิกรักษาฟรี เพื่อฟอกเงิน!

ซึ่งในช่วงแรกก็ทำให้สุรัตน์รู้สึกท้อแท้อยู่ไม่น้อย แต่ด้วยความที่ชอบศึกษาธรรมะ สุรัตน์จึงนำหลักธรรมคำสอนมาปรับใช้ ทำให้สามารถปล่อยวางกับคำติฉินนินทาเหล่านั้นได้

สุรัตน์บอกด้วยรอยยิ้มละไมว่า เหตุผลที่ทำให้เขาทุ่มเงินเดือนละหลายแสน เพื่อทำคลินิกรักษาฟรีว่า เนื่องจากเมื่อครั้งที่คุณแม่ป่วยหนักต้องเข้าห้องไอซียู เขาเคยอธิษฐานว่า หากคุณแม่หายป่วย เขาจะเปิดคลินิกรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

“ความคิดตรงนี้เกิดจากตอนที่คุณแม่ไม่สบาย เป็นโรคหัวใจ ต้องเข้าห้องไอซียู แล้วหมอบอกว่าโอกาสรอดมีแค่ 50% ด้วยความที่เป็นห่วงท่าน เราก็เลยบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าท่านหาย ออกจากห้องไอซียูได้ เราจะเปิดคลินิกรักษาคน ใครก็ได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก ฟรีหมด ตลอดชีวิตของเรา

ผมเองเป็นคนชอบทำบุญนะ แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะเปิดคลินิกช่วยเหลือผู้ป่วย เพราะผมไม่ได้เป็นหมอ ไม่รู้เลยว่าจะไปจ้างหมอที่ไหน แต่เมื่อตั้งใจแล้วเราก็ต้องทำให้ได้ ใครมาเราก็รักษาหมด คนที่ฐานะดีก็มารักษา บางคนขับรถเก๋งมาเลย

ตอนแรกเราก็รู้สึกเหมือนกันว่า เอ๊ะ ! เขามีเงินนี่ จะมารักษาฟรีทำไม คิดแล้วก็ไม่สบายใจ ผมก็ปรึกษากับภรรยาและลูกๆว่า เอายังไงดี ก็ได้ข้อสรุปว่า คนที่เขามารักษาที่นี่ เขาคงต้องมีความทุกข์จริงๆ ไม่งั้นเขาคงไม่มาเสียเวลาเข้าคิวรอหรอก บางคนอาจจะมีเงินเดือน 3-4 หมื่น แต่เขาอาจจะจำเป็นต้องเก็บเงินไว้เป็นค่าเทอมลูก เก็บเงินส่งให้พ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด หรือคนที่เป็นเจ้าของกิจการ ช่วงนั้นเขาอาจจะกำลังช็อตเงิน แล้วเราทำไมต้องไปปิดกั้นเขา ก็คิดใหม่ว่าทำบุญกับใครก็ได้บุญเหมือนกันหมด เราก็สบายใจ” สุรัตน์กล่าวยิ้มๆ

**เปิดคลินิกรักษากาย เปิดศูนย์ปฏิบัติธรรมรักษาใจ**

ปัจจุบัน คลินิกเวชกรรมสุรัตน์ แบ่งการรักษาออกเป็น 2 ส่วน คือ คลินิกเวชกรรมสุรัตน์ ซึ่งให้การรักษาโรคทั่วไป ทั้งโรคที่เกี่ยวกับหู ตา คอ จมูก เบาหวาน ความดัน เย็บแผล ให้ออกซิเจน ฯลฯ และคลินิกแพทย์ทางเลือกสุรัตน์คลินิก ซึ่งให้การรักษาผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต และหมอนรองกระดูกทับเส้น โดยใช้วิธีแบบแบบแพทย์แผนไทย เนื่องจากผู้ป่วยบางรายไม่ต้องการผ่าตัดตามแบบแพทย์แผนปัจจุบัน

ในแต่ละวันจะมีคนไข้มาใช้บริการในส่วนของคลินิกเวชกรรมไม่ต่ำกว่า 40-50 ราย ขณะที่คลินิกแพทย์ทางเลือกสุรัตน์คลินิก ซึ่งให้การรักษาผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตนั้น ตอนนี้มีผู้ป่วยจองคิวอยู่ถึง 200 กว่าคน

หากวันไหนสุรัตน์มีเวลาว่าง ก็จะเข้าไปช่วยพยาบาลวัดไข้ ตรวจความดัน ชั่งน้ำหนัก ทำประวัติคนไข้ และสอบถามถึงการรักษาที่ผ่านมาว่าได้ผลอย่างไร รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการกินยา การทานอาหาร การออกกำลังกายให้ถูกวิธี

นอกจากนั้น บางครั้งเขายังแนะนำธรรมะให้กับคนไข้ที่มีปัญหาเครียดจากอาการป่วยหรือมีปัญหาชีวิตครอบครัวด้วย

“ต้องยอมรับว่า ค่าใช้ตรงนี้ค่อนข้างสูง อย่างคุณหมอที่รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต เขารักษาอยู่ที่โคราช คนไข้ของเขาเยอะมาก เราจะเอาเขามารักษาที่นี่ก็ต้องให้ค่าแรงเขาแพง แพงกว่าหมอแผนปัจจุบันอีกนะ แล้วเราให้ค่าแรงเป็นรายหัว คือถ้ามีคนไข้เยอะ คุณหมอก็ยิ่งได้ค่าแรงเยอะ แล้วค่าใช้จ่ายตรงนี้มันกำหนดไม่ได้

คนไข้บางรายเราสงสารเขา เราก็อยากจะรักษาให้ถึงที่สุด ยกตัวอย่างมีอยู่รายหนึ่งเป็นคนต่างด้าว ได้ค่าแรงจากการล้างรถแท็กซี่แค่วันละ 30 บาท มือข้างซ้ายพิการ มือข้างขวาเป็นฝี ต้องผ่าตัด ซึ่งคลินิกเรารักษาไม่ได้ ก็ต้องส่งเขาไปรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ หมดค่ารักษาไป 2 หมื่นกว่าบาท พอรักษาหายก็เลยรับเขาเข้ามาทำงานด้วย ก็ถือว่าเราได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน” สุรัตน์เล่าด้วยความอิ่มเอมใจ

นอกจากจะเปิดคลินิกรักษาฟรีแล้ว เมื่อปีที่ผ่านมาสุรัตน์ยังเปิดสถานปฏิบัติธรรม ‘สุรัตนธรรม’ ซึ่งจัดปฏิบัติธรรมฟรีทุกเสาร์-อาทิตย์ โดยเชิญพระอาจารย์จากวัดต่างๆมาแสดงธรรม มีการสวดมนต์ นั่งสมาธิ อีกทั้งยังเลี้ยงอาหารผู้ที่มาร่วมปฏิบัติธรรมด้วย

และในแต่ละปีสุรัตน์ก็จะจัดงานบรรยายธรรมครั้งใหญ่ ซึ่งมีผู้เข้าฟังได้ถึง 6,000 คน โดยเชิญพระอาจารย์สายวิปัสสนาหลายท่านที่มีความรู้เรื่องธรรมะอย่างลึกซึ้ง มาร่วมบรรยายธรรม รวมทั้งมีการไถ่ชีวิตโค-กระบือ แล้วนำมาถวายเข้าโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ อีกด้วย

**ได้ความปีติใจ เป็นกำไรตอบแทน**

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้คลินิกเวชกรรมสุรัตน์เปิดดำเนินการมาตลอด และจะเปิดดำเนินการต่อไป นอกเหนือจากกำลังใจจากผู้คนมากมาย ที่เข้ามาใช้บริการในแต่ละวันแล้ว ก็คือความสุขจากการได้เห็นเพื่อนมนุษย์มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่แข็งแรง อันเป็นพรอันประเสริฐ ตามแนวพระพุทธพจน์ที่ว่า 'อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ'

โดยนโยบายสำคัญประการหนึ่งที่สุรัตน์ให้ไว้กับแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำสุรัตน์คลินิกทุกคนก็คือ ต้องปฏิบัติต่อคนไข้ทุกคนด้วยความเมตตา ไม่ว่าคนไข้ที่มารับการรักษาเหล่านั้นจะยากดีมีจนอย่างไร และถือว่าทุกคนที่มาทำงานที่คลินิกแห่งนี้นั้น นอกจากจะมีรายได้แล้วก็ยังได้ทำบุญร่วมกัน

จากการทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ตลอดจนถึงทุนทรัพย์ปีละหลายล้านบาท ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า สุรัตน์ได้อะไรจากการเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรมและเปิดคลินิกรักษาฟรี ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสุรัตน์ไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ให้ฟังว่า

“มีคนถามผมเยอะนะว่า ทำแล้วได้อะไร ผมว่าสิ่งที่ผมได้มากที่สุดคือความปีติใจ ทุกครั้งที่เราได้เห็นคนที่เราช่วยเหลือเขา มีความสุขขึ้น มันรู้สึกอิ่มใจนะครับ บางคนที่เรารักษาไปเขาก็กลับมาหา เอาขนมเล็กๆน้อยๆมาฝาก บางคนบอกว่ามาหลายหนแล้วไม่เคยเจอผมเลย อยากจะมาขอบคุณผมที่ช่วยให้เขาหายจากความเจ็บป่วย

สิ่งเหล่านี้มันทำให้เรามีความสุข คือความสุขของคนเรามันไม่เหมือนกันนะ บางคนชอบกินอาหารหรูๆ บางคนชอบไปเที่ยวต่างประเทศ บางคนชอบรถรุ่นใหม่ๆ ก็เปลี่ยนรถอยู่นั่นแหละ บางคนมีบ้านใหญ่โตแล้วก็อยากได้ที่มันใหญ่กว่าเดิม แต่สำหรับผม ที่มีอยู่มันพอแล้ว เราก็อยากแบ่งปันให้คนอื่น ช่วยให้เขามีความสุขทางกายและความสุขทางใจ ทางกายก็คือการเปิดคลินิกรักษาฟรี ส่วนทางใจก็คือการเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรม

ปัจจุบัน กิจการของเราก็ถือว่าเยอะนะ แต่เดือนๆหนึ่ง รายได้ของเราส่วนใหญ่เอามาทำบุญทั้งนั้น ไม่ว่าจะทำคลินิกรักษาฟรี ให้ทุนการศึกษา แจกข้าวสาร จัดปฏิบัติธรรมทุกเสาร์-อาทิตย์ จัดงานบรรยายธรรมประจำปี อย่างอาคารปฏิบัติธรรมเนี่ยมีคนจะเช่าเดือนละ 3-4 แสน แต่ผมมองว่าผมพอแล้ว เอามาใช้เป็นสถานปฏิบัติธรรมมีประโยชน์กว่า

แล้วตัวผมเองปกติก็ไม่ได้ใช้เงินอะไรมากมาย ผมไม่ชอบเที่ยว ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ได้ใช้ของอะไรฟุ่มเฟือย ผมถือศีล 5 เป็นปกติ ใน 1 สัปดาห์ผมจะกินมังสวิรัติ 3 วัน แล้วทุกเดือนผมกับภรรยาก็จะไปรักษาศีล 8 ที่วัดมเหยงคณ์ เราไปลดอัตตาของตัวเอง เพราะทรัพย์สินเงินทองมันยึดตัวตนของเราไว้ว่า ตัวกูของกู บ้านกู รถกู พอเราละได้ว่า ของพวกนี้มันก็ไม่มีความหมายอะไรมากนัก เราก็มีความสุข” สุรัตน์กล่าวตบท้ายด้วยประกายตาแห่งความสุข

**คลินิกเวชกรรมสุรัตน์**

เลขที่ 98 ถ.รามบุตรี ตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้ บางลำพู แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ โทร. 08-7082-9707, 08-7082-9708, 0-2282-5541, 0-2387-2093, 0-2542-2750, 0-2734-2071

**เวลาให้บริการ**

วันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ เวลา 17.00 - 21.00 น. และเสาร์- อาทิตย์ เวลา 09.00 - 13.00 น. (หยุดทุกวันพุธและวันนักขัตฤกษ์)

http://phim19.com/video-videophim19-1-88bbd3583ab5e388281903.html

 
 

ใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใ
โปรโมชั่น F-2  เดือนพิเศษ.....
HOT แบบสุดๆ...อีกแล้ว
ซื้อ 2 กล่อง  ราคาพิเศษ1,200.บาท(จากราคา 1,500.บาท)พร้อมมีของสมนาคุณให้กับทุกท่านเป็นกิ๊ฟเซ็ท...สั่งซื้อเข้ามานะคะ รับประกันจัดส่ง EMS แน่นอน 100%
เราขายผลิตภัณฑ์ F-2 ผลิตภัณฑ์ส่งตรงจากบริษัท เชื่อมั่นได้  สินค้ามีคุณภาพ  f2lady.com รับประกันทุกกล่อง






ติดต่อคุณอ้อย...089-8489604, 087-8747997
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่วนประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ของ F-2
1.   เห็ดหลินจือสกัด
      มีประโยชน์ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ต้านมะเร็ง บำรุงตับ บำรุงสมอง และระบบประสาท ปรับสมดุลให้กับร่างกาย
2.  สารสกัดจากตังกุย
     เป็นสมุนไพรที่ทรงคุณค่าสำหรับสตรี เนื่องจากเป็นตัวยาที่มีผลต่อมดลูกโดยตรง คือมีสรรพคุณ ในการช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ แก้ปวดประจำเดือน ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว (rheumatism) และเป็นยาระบายท้องอ่อนๆด้วย
3.  เบต้า-กลูแคน
     ต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Langerhans ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่นำเสนอสิ่งแปลกปลอมให้แก่เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันคล้ายๆกับเซลล์ macrophage โดยกระบวนการเหล่านี้จะมีผลทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง  สดใส  ลดริ้วรอย  และชลอความแก่ของเซลล์ผิวหนังให้ช้าลง
4.  แอล-กลูต้าไธโอน 
     ช่วยเพิ่มผิวให้ขาวขึ้น เกิดจากกระบวนการสร้างเมลานินของร่างกาย ซึ่งกลูต้าไธโอน ไปลดการสร้างโดยการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase และกระตุ้นให้สร้าง Phaeomelanin (สีอ่อนขาวชมพู) มากกว่า Eumelanin (เมลานินสีคล้ำ)

5.  สารสกัดจากเปลือกสน
     ช่วยลดปัญหาสีผิวที่คล้ำเกินไป เช่นการเกิดฝ้า กระ  นอกจากนี้ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ  และจะมีส่วนช่วยป้องกันอาการแดดเผา จากการได้รับแสงแดดมากเกินไป
6.  สารสกัดจากมะเขือเทศ
     ช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระ  ชลอความแก่ชรา และช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคหัวใจได้อีกด้วย

     ปลอดภัย 100% 
     ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.
     เลขที่ 11-1-03654-1-0001


     ติดต่อสั่งซื้อได้ที่ คุณอ้อย089-8489604,087-8747997คุณอัง
..........
                                                                           F2lady.com สำหรับสตรีทุกวัย
                                                                ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,087-874 7997



F2 ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย.
(ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) หมายเลขทะเบียน อย. 11-1-03654-1-0001
ตรวจสอบเลขทะเบียน อย.http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/food/FSerch.asp?id=food

                             
                                    F-2 เพื่อคุณสุภาพสตรี 1 กล่อง บรรจุ 30 แคปซูล ราคา750.บาท
             สมาชิกวันนี้ ซื้อ 2 กล่อง ราคาพิเศษ  1,300.บาท รีบหน่อยนะคะ...
           โทรถามเลย 089-8489604,087-8747997