ที่นี่เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของดี ของแท้เชื่อมั่นได้100%
    Email : F2lady@windowslive.com ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,  087-874 7997 
 นวัตกรรมสมุนไพรไทยให้คุณภาพชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงโลก
สินค้าจัดส่งไปรษณีย์ EMS 100% ค่ะ

http://facebook.com/ccithailandnew

ผผผผผผผผผผผผผผผผผ
 
 
สถิติ
เปิดเมื่อ2/10/2011
อัพเดท22/07/2018
ผู้เข้าชม612012
แสดงหน้า865220
สินค้าแนะนำ
ปฎิทิน
September 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
      
บทความ
สวัสดีปี 2561 (ปีชงและวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา)
Full Moon Valentine's Day
น่ารักอ่ะ!!
‎***...เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป...***
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 (วันตรุษจีน)
ฤกษ์มงคลเลือกสีรถตามวันเกิด
7 เส้นทางสดใส เริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ
คู่มือ-แผนการตลาด / 100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
คำคมประสบความสำเร็จ
หนังสือน่าอ่าน...หนังน่าดู
คุณอัง.คุณอ้อย...กับความสำเร็จในธุรกิจโอทู
100 ปรัชญา ดร.เทียม โชควัฒนา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F2 (089-848 9604,087-8747997)
www.facebook.com/f2lady.com(Email : f2lady@windowslive.com)
F-2 สำหรับคุณสุภาพสตรี โดยเฉพาะ
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ..........
นิทานก่อนนอน
07 ตุลาคม 2555 ฉลองครบรอบ 8 ่th ปี บ.โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล จก.
ตำแหน่ง ผจก.ฝ่ายขายประจำอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ
55 เรื่องที่ชาวญี่ปุ่นอยากทำก่อนที่พ่อแม่จะเสียชีวิต
ข่าว...สินค้าฟิตกระชับ.........
ธรรม...สงบ...ร่มเย็น (คำคม..นักปราชญ์) ประทับใจ
แนวความคิด และการทำงาน
60 ความเชื่อโบราณ ที่คนไทยทุกคนควรรู้
คำคม...นักปราชญ์
ประทับ...ใจ
อานิสงส์ของการสวดมนต์ เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)
สินค้าขายดี
โพล

เมื่อฉันไปทำ.."เสน่ห์ยาแฝด

เมื่อฉันไปทำ.."เสน่ห์ยาแฝด
อ้างอิง อ่าน 2160 ครั้ง / ตอบ 0 ครั้ง

ร้านน้องโบว์

.......

เรื่องจริง...น่าอ่าน!! เมื่อฉันไปทำ.."เสน่ห์ยาแฝด"

(ใช้เวลาประมาณ 10 นาที อ่านทำความเข้าใจ อยากให้อ่านให้จบ)
 

ฉันกับแฟนคบกันมา 4 ปี มีโครงการจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้
แต่แล้วจู่ๆ เค้าก็มาบอกว่า..
"เราเลิกกัน เค้าไม่ได้รักฉันแล้ว ตอนนี้เค้าพบคนใหม่
ตลอดเวลาเค้าหลอกฉันมาตลอดว่ารัก เค้าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่สิ้นปีนี้"

ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อจะฉุดรั้งเค้ากลับมา ฉันถามว่าฉันผิดตรงไหน ไม่ดีตรงไหน
ฉันจะปรับปรุงตัวใหม่ เค้าต้องการอะไรฉันทำให้ได้ทุกอย่างและยอมทุกอย่าง
ขอเพียงแค่ "กลับมาเหมือนเดิม" แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือความเฉยชา,
หงุดหงิด,รำคาญ ทำอะไรก็ผิดไปหมด...

เพื่อนแนะนำฉันให้.. "ไปทำเสน่ห์" ปกติฉันเป็นคนที่กลัวเรื่องพวกนี้ไม่อยาก
ยุ่งเกี่ยว ไม่อยากเข้าใกล้ แต่.... ณ จุดจุดนี้ ไม่ได้แล้ว ความรักบังตาฉันยอมทุกอย่าง....ขอเพียงได้เค้ากลับคืน อะไรก็ได้สำหรับฉัน ณ ตอนนี้....

"ปู่ฤาษี" .....คือผู้ที่เพื่อนฉันพาไปหา เพื่อนบอกว่า ...
"ท่านเก่งญาติของเพื่อน สามีหนีไปอยู่กับเมียน้อยท่าน
ก็เป็นคนเรียกกลับมาทุกวันนี้ทั้งรักทั้งหลงภรรยา ไม่ไปมีใหม่อีกเลย"

บ้านปูนชั้นเดียว มีลานจอดรถที่พอจอดรถยนต์ได้ประมาณ 10 คัน
วันแรกที่ฉันไปมีรถยนต์จอดอยู่ 3 คัน มองเข้าไปในบ้าน มีคนนั่งจนล้นออกมาข้างนอก มีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะ เพื่อนพาฉันเข้าไป ภาพที่ฉันเห็น "ชายหนุ่มอายุน่าจะประมาณ 28 – 29 ปี ผมยาวมีลายสักเต็มตัว นัยต์ตาหวานเยิ้ม มือคีบบุหรี่พูดไป ยิ้มไป ปล่อยมุกสนุกสนาน ทำให้ผู้ที่เข้ามาหาหัวเราะ
เป็นระยะ ๆ นุ่งชุดลายเสือ ดูดีมีเสน่ห์...

คนนี้เรอะที่เพื่อนบอกว่าเป็นปู่ฤาษี ทำไมยังหนุ่ม แต่ ณ วินาทีนั้นความรัก
บังตาไม่ได้คิดอะไรเพื่อนบอกว่าดี ฉันก็เชื่อโดยที่ไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์
ในวันข้างหน้าเลย

เราสองคนนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง คนที่เข้ามาล็อตแรกก็ออกไป
ถึงคิวของฉันเพื่อนแต่งขันธ์ห้า (ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่) พร้อมเงิน 100 บาท
ให้ฉันเขียนชื่อ-นามสกุล พร้อมที่อยู่ ของฉันและของแฟน ยื่นให้ปู่ฤาษี

".........(เอ่ยชื่อฉัน) ดวงไม่ดี จะถูกแย่งของรัก .......
(เอ่ยชื่อแฟน) คนนี้เป็นแฟนใช่มั๊ย?" ฉันตอบ "ใช่ค่ะ"

"มีอะไรจะถาม?" ท่านถามฉัน ......เงียบ ......ฉันก็ไม่รู้จะถามอะไร
เพื่อนหันมาสะกิด "ตอบไปซิ" ก็ไม่รู้จะตอบอะไร..........

ท่านนั่งหลับตาสวดคาถาประมาณ 5-10 คำ แล้วหันมาถาม
" รักเค้ามาก ตอนนี้ใจเศร้าหมอง มีแต่คิดจะฆ่าตัวตาย .........
อยากได้เค้ากลับมามั๊ย?" ท่านหันมาถาม

"อยากได้ค่ะ" ฉันตอบ
"ถ้าอยากได้คืน จะช่วย แต่จะต้องจ้างน่ะ มีเงินเท่าไหร่?" "สองพันค่ะ"
ท่านหลับตาสักพัก "ไม่ใช่หรอก ในกระเป๋าตังค์มีเงิน ห้าพันบาท
ในสมุดบัญชีมีเงินอีก 3 หมื่น"

ฉันตกใจท่านรู้ได้อย่างไร
"ถ้าอยากได้คืน ปู่คิดค่าจ้าง 3 หมื่น" "ตกลงค่ะ!" ฉันตอบตกลง
"จะบ้าเหรอ.....3 หมื่นน่ะแก ไม่คิดก่อนหรือไง" เพื่อนฉันตกใจรีบหันมาถามฉัน
แต่สำหรับฉันตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการได้แฟนกลับคืนมา
ปู่ฤาษี มองหน้ายิ้ม ๆ "ให้ไปเอา..................................."
ท่านสั่งให้ฉันนำสิ่งของมาเข้าพิธี

รุ่งขึ้น เดินทางไปหาปู่ฤาษี ไปถึงก็มีคนมารอท่านเต็มอาศรมไปหมด
เกือบบ่าย 2 ถึงคิวฉันซะที ท่านหันมายิ้ม "เดี๋ยวจะทำน้ำมนต์ให้อาบ"
ท่านให้ฉันอาบน้ำมนต์โดยท่านเป็นผู้ปลุกเสก จะมีผู้ชายอีกคนเป็นคนอาบให้
ในระหว่างที่อาบเค้าก็จะสวดคาถาไปด้วย .....หลังจากอาบน้ำมนต์เสร็จ
ท่านก็ให้นำของที่เตรียมมาให้ ทำพิธีอยู่ประมาณ 10 นาที
หลังเสร็จพิธีท่านผูกแขนให้ฉันแล้วสั่งให้ฉันปฏิบัติตามคำสั่ง

1. ทุกวันตอนเย็น ให้ฉันเดิน 999 ก้าว โดยให้นับทีละก้าวห้ามนับผิด
หากนับผิดหรือไม่แน่ใจให้เริ่มนับใหม่

2. ก่อนนอนให้สวดมนต์ 99 จบ

3. ให้คุยกับ คุณพ่อหรือคุณแม่ทุกวัน เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังให้หมด
ห้ามปิดบังและโกหก

4. ไม่ให้รับรู้หรือพูดคุยกับแฟนโดยเด็จขาด ภายใน 15 วัน
หากผิดคำสัญญาจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จนกว่าจะครบ 15 วัน

ท่านให้ฉันปฏิบัติอยู่ 15 วันแล้วให้กลับมาหาท่านใหม่ ซึ่งท่านสัญญาว่าภายใน 15 วัน
หากฉันทำได้ตามคำสั่งแฟนของฉันจะกลับมาหาฉันแน่นอน

ฉันรับปาก และเริ่มปฏิบัติตามที่ท่านสั่งไว้......เวลาเริ่มผ่านไปจากวันที่หนึ่ง
เป็นวันที่สอง วันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า.....................วันที่สิบห้า
วันที่ 15 ครบจำนวนวันที่ท่านสัญญาไว้ ฉันเดินทางไปหาท่านแต่เช้า.......
"เป็นไง.....รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า" ท่านถาม
"ค่ะ สบายใจขึ้น มากแล้วค่ะ"

"รักเค้ามากเลยหรือ" ท่านถาม
"ค่ะ"

"ได้โทรหาแม่ทุกวันหรือเปล่า"
"โทรค่ะ"

"แม่ว่าไง เค้าเสียใจมั๊ย"

"แม่ไม่ว่าอะไรค่ะ ท่านจะคอยปลอบใจ แล้วท่านก็เสียใจมากค่ะ"

"แม่เสียใจ แล้วเราเสียใจมั๊ย"
.....ฉันเงียบ เริ่มคิด "เสียใจค่ะ"

"ตอนเราร้องไห้ แม่เค้าว่าไง"
"......แม่เค้าก็ร้องไห้ค่ะ...."

"รักแม่มั๊ย"
"รักค่ะ"

"ใครทำให้เราเสียใจ?...ใครทำให้เราเป็นแบบนี้? ผู้ชายคนนั้นใช่มั๊ย"
.......ฉันนั่งนิ่ง น้ำตาเริ่มไหล.......

"ทำงานมาเคยให้เงินแม่บ้างมั๊ย....
เวลาไปตลาดเห็นกับข้าวเคยจำได้มั๊ยว่าแม่ชอบกินอะไร
จำได้หรือเปล่าว่าตัวเราชอบกินอะไร..........
ทุกวันนี้กับข้าวที่ซื้อมากินเป็นที่เราชอบ
หรือเป็นที่ผู้ชายคนนั้นชอบ........
ทำไมต้องให้เค้ามามีอิทธิพลอยู่เหนือตัวเองขนาดนั้น

"เค้าทิ้งเราไปเพราะอะไร.......ตอบได้มั๊ย"
".......เค้าไปมีคนใหม่ค่ะ"

"ทำไมเค้าไปมีคนใหม่"
"......ไม่ทราบค่ะ" ฉันตอบไปพลางเช็ดน้ำตา

"เพราะสันดาน......เข้าใจคำว่าสันดานมั๊ย คนดี จะคิดดี ทำดี พูดดี
คนไม่ดี ความคิดมันก็เลวไปด้วย อยากจะทุกข์ทรมานอยู่แบบนี้
ไปตลอดชีวิตก็จะเอามันคืนให้....
แต่ถ้าอยากจะมีความสุข ไม่อยากให้แม่เสียใจ มีชีวิตที่ดี
เจอคนดีๆ ก็เลิกกับมันซะ....
.......ปู่ไม่เคยเห็นใครตายเพราะอกหัก แต่ที่คนมันตาย
ก็เพราะมันสิ้นคิด เพราะแพ้ใจตัวเอง ใจอ่อนแอ ถ้าไม่คิด
ไม่นำจิตไปวางไว้กับมัน มันก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง
บังคับตัวบังคับกายมันทำได้ แต่การบังคับใจ...ถ้าไม่แกร่งจริงมันก็ยาก

แต่ใจมันเป็นของเราถ้าเรายอมแพ้มัน เราก็จะแพ้ไปตลอดชีวิต
ถ้าเราเคยเอาชนะมันได้บังคับมันได้ เราก็จะไม่มีทุกข์
ไม่มีใครช่วยเราได้หรอกหมอที่ไหนก็รักษาให้ไม่ได้
มีแต่ตัวเรากับเวลาเท่านั้นที่ช่วยตัวเราได้

......สิบห้าวันผ่านมาเป็นไงบ้าง"
"ไม่ได้คิดอะไร ก็รู้สึกดีค่ะ"

"ทำต่อไปน่ะ ตัดใจซะ มันทำไม่ได้ทันทีหรอกแต่มันจะค่อยๆ ดีขึ้น
คิดถึงแม่ไว้ให้มากๆ ไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้เค้าฟัง ให้มีสติ
อย่าไปจดจ่ออยู่กับมัน 15 วันผ่านมาไม่มีเค้าเราก็อยู่ได้
ไม่เห็นจะตายไม่ใช่หรือ ตัดใจซะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น
อย่าไปใส่ใจกับมัน คนมันไม่ดีก็ปล่อยมันไปตามวิถีชีวิตของมัน........"

ปู่ฤาษี หันไปหยิบของในย่าม เป็นเงิน 3หมื่นบาท ยื่นคืนให้ฉัน
"เงิน 3หมื่น ปู่ไม่เอาหรอก ให้เอาไปเก็บไว้ 2หมื่น เอาให้แม่ 5พัน
อีก 5พัน ไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง แต่งตัวใหม่ให้ดูดีกว่านี้"
พูดจบแกก็หัวเราะ

"จำคำปู่ไว้ อย่าเชื่อใจคน อย่ามองเพียงแค่ภายนอก
แล้วอย่าไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก
ทุกคนมีเสน่ห์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่เสน่ห์ที่เรามีจะถูกใจใครเท่านั้น
พวกนุ่งผ้าเหลือง ผ้าขาว บางคนสักแต่เอาผ้ามาห่ม แต่ใจมันไม่ใช่คน
เราเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้ดี ถ้าเจอคนดีก็ดีไป
ถ้าเจอพวกไม่ดีเราจะเสียทั้งตัว เสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ

จะไปโทษใครบอกใครก็ไม่ได้ เราโง่เอง ...หยุด...ห้ามไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก
จำคำปู่ไว้ให้ขึ้นใจ วันนี้แฟนเราจะมาหา ก็ตัดสินใจเอาก็แล้วกัน"
ฉันกลับที่พัก เริ่มนั่งคิดทบทวน เรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา
ความเจ็บปวดที่เคยมี ทุกครั้งฉันแทบจะทนไม่ได้ถ้าคิดถึงเค้า

แต่ตอนนี้ทำไมความเจ็บปวดมันลดลง เริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆที่ผ่านมา
จิตใจที่เคยอ่อนแอ มันเริ่มแข็งแรงตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่รู้
น้ำตาที่เคยไหลไม่หยุดหากเมื่อไหร่ที่คิดถึงเค้า ทำไมมันหายไปไหน
คำสอนของปู่ก้องอยู่ในสองหู ฉันตัดสินใจ.....จากนี้ต่อไปฉันต้องเข้มแข็ง

...........เสียงเคาะประตูหน้าห้อง.....
"ใครค่ะ?" ฉันถาม
"เราเอง" เหมือนที่ปู่บอกไว้ไม่ผิด เค้ามาจริงๆ
ใจที่เคยเด็ดเดี่ยวเมื่อครู่หายไปไหนหมด
หัวใจเต้นแรง ใจเริ่มอ่อน เริ่มหวั่นไหว........

"มีธุระอะไร?" ฉันไม่ยอมเปิดประตู
".....เราคิดถึง.....เปิดประตูให้เราหน่อย"

.......ฉันเริ่มสับสน น้ำตาเริ่มไหล จะทำไงดี...
คิดถึงคำพูดของปู่ฤาษี คิดถึงหน้าแม่.......

"กลับไปก่อนน่ะ วันนี้เรายังไม่อยากคุย ตอนนี้เราอยู่กับแม่ กลับไปเถอะ"
ฉันโกหกเพราะรู้ว่าตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอ หากเจอเค้าวันนี้ฉันต้องใจอ่อนแน่นอน

........................................................

ทุกวันนี้ฉันฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน ผู้ให้ชีวิตใหม่แก่ฉัน
ถ้าไม่มีท่านฉันก็ไม่รู้ว่าชีวิตของฉันจะต้องพบเจออะไร อาจจะเจอสิ่งที่เลวร้าย
เจอพวกซาตานในคราบนักบุญ ต้องเสียทั้งตัว เสียทั้งใจ จึงอยากจะขอเตือนเพื่อนๆ
ที่คิดจะไปทำเสน่ห์ ให้ไตร่ตรองให้ดี ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีเหมือนฉันเสมอไปน่ะค่ะ

ภาพประกอบ จาก internet
(ขอบคุณ..เพจ Dareen)


 


ข้อห้าม...เมื่อรับประทาน F-2 ระยะแรก....

1.น้ำอัดลม,น้ำเย็น

2.ของหมักดอง

3.เมล็ดธัญพืช

4.น้ำมะพร้าว

5.'
หยุด'อาหารเค็ม
 

เหตุผลที่ห้ามทั้ง 5 ข้อ

ข้อห้ามสำหรับผู้ทานผลิตภัณฑ์ F-2 เอฟทู ระยะบำบัด (ระยะเริ่มแรก)

**น้ำมะพร้าว เนื่องจากน้ำมะพร้าวเป็นอาหารโปรดของเชื้อโรคและแบคทีเรีย  เมื่อคนที่มีอาการผิดปกติของมดลูก โดยธรรมชาติร่างกายคนเราจะึดึงน้ำมาขับของเสีย  เมื่อเราทานน้ำมะพร้าวเข้าไป  ร่างกายก็จะดึงน้ำมะพร้าวไปที่มดลูก  ซึ่งจะยิ่งทำให้ เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก  และเมื่ออาการดีขึ้นก็สามารถทานมะพร้าวได้  แต่ทานแต่พอดีอย่าทานมากคะ

**เมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง  แตงโม  ดอกทานตะวัน  เป็นต้น เพราะในเมล็ดพืชมีน้ำมันจำนวนมาก  เมื่อร่างกายได้รับเข้าไปจะทำให้ร่างกายขับน้ำมันเหล่านั้นออกมาและทำให้ กล้ามเนื้อคลายตัว

**ของหมักดอง หากทานนานๆครั้งไม่เป็นไร  แต่อย่าทานทุกวัน เพราะจะทำให้ร่างกายขับออกมาไม่ทัน  ทำให้เกิดมดลูกหย่อนได้

**น้ำอัดลม น้ำเย็น หากมดลูกอักเสบ  ห้ามทานจนกว่าจะดีขึ้น

**หยุดอาหารเค็ม จะทำให้ผิวแห้งและทำให้น้ำมัน  ขับออกทางผิวหนังไม่ได้

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F-2 สวยจากภายในสู่ภายนอก 
ขนาดรับประทาน วันละ เม็ด ก่อนนอนทุกวัน
สามารถทานติดต่อกันเป็นเวลานานไ ด้ สามารถหยุดทานได้ ไม่มีผลข้างเคียง 
เหมาะกับสตรีทุกวัย ตั้งแต่เริ่มมีรอบเดือนครั้งแรก  หรือสาวรุ่น สตรีที่ปวดประจำเดือน
ปวดหน่วงท้องน้อย ปวดมดลูก มีตกขาว มีกลิ่นไม่สะอาด คันในช่องคลอด
หนาวสั่นในอก ซีสในมดลูก พังผืด ตกขาว ปวดประจำเดือน 
ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ไม่มีน้ำหล่อลื่น
สิว-ฝ้า หน้าอกหย่อนยาน มดลูกหย่อน ฉี่กระปริกระปรอย ผู้หญิงตัดมดลูก-รังไข่
ผิวหน้า-ผิวหนังเหี่ยวย่น 
มีกลิ่นในช่องคลอด ช่องคลอดหย่อนยาน-มีลมเข้า-ออก ไม่ได้อยู่ไฟหลังคลอดบุตร
ผู้หญิงมีบุตรยาก มดลูกบาง มดลูกโต ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง 
หุ่นฟิตกระชับมดลูก เหมือนสาวๆ

 


 

การออกกำลังกายในตอนเช้า

การออกกำลังกายในตอนเช้านั้นจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายกว่า การออกกำลังกายช่วงเย็นอาจทำให้ร่างกาย หัวใจทำงานหนัก จึงอาจส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวและหลับได้ยากกว่านอกจากนี้การออกกำลังกายช่วง เย็น อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับในบางราย ซึ่งจะส่งผลไปถึงความอยากอาหารด้วย เพราะถ้าคนเรานอนน้อย จะหิวบ่อยกว่า ทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ยากกว่า ดังนั้น คนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายตอนเช้าจะให้ผลลัพธ์ที่ถูกใจกว่า เพราะฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นจะสัมพันธ์กับ Biological Clock หรือนาฬิกาชีวิตของสมองในการสร้างฮอร์โมน ที่สำคัญ เชื่อกันว่าการสร้างนิสัยออกกำลังกายตอนเช้านั้นสามารถฝึกได้อย่างสม่ำเสมอ กว่าการออกกำลังกายตอนเย็น ที่คนเรามักมีภารกิจอื่นๆ มาแทรก ทำให้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะไปออกกำลังกาย

การออกกำลังกายในตอนเย็น

ส่วนการออกกำลังกายในตอนเย็นนั้น เชื่อกันว่าช่วงเวลา 4-5 โมงเย็นจะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การออกกำลังกายมากที่สุด เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะสูงสุด ณ เวลานั้น ทำให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดการบาดเจ็บน้อยกว่า เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้กล้ามเนื้ออบอุ่นและมีความยืดหยุ่นมากกว่า และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็จะดีกว่าในช่วงบ่าย โดยจะทำงานได้ดีขึ้นประมาณ 5-10% รวมถึงความทนทานของร่างกาย หรือความอึดในการออกกำลังกายโดยเฉพาะการออกกำลังแบบแอโรบิก จะเพิ่มขึ้นถึง 4% และถ้าจะให้ดีควรเว้นช่วงระยะห่างของเวลาออกกำลังกายกับเวลานอนออกประมาณ 4-6 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายยังมีความตื่นอยู่จากฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในขณะออกกำลังกาย

สำหรับคนไม่มีเวลา

สำหรับ คนที่หาเวลาออกกำลังกายได้ยากเย็นเกินกว่าจะเลือกว่าออกกำลังกายตอนเช้าหรือ ตอนเย็นดีกว่ากัน แนะนำให้จัดเวลาที่คุณสะดวกเมื่อไรก็ได้ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สามารถแบ่งออกเป็นหลายครั้ง อย่างน้อยครั้งละ 30 นาทีก็เกิดประโยชน์ไม่แพ้กัน ลองจัดตารางการออกกำลังกายหลายๆ แบบ อาทิ การสร้างกล้ามเนื้อด้วยการยกน้ำหนักสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ท้อง หลัง และต้นขา เพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยในการเผาผลาญของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น และจัดเวลาสำหรับการยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่บ้าน เพื่อป้องกันการปวดหลังปวดกล้ามเนื้อจากการทำงานหรือการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ

สำหรับมือใหม่

เป็นมือใหม่อาจจะเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการไม่ต้องบังคับตัวเองให้ฟิตร่างกายจนคร่ำเคร่งเกินไป อาศัยบรรยากาศดีๆ ในชีวิตประจำวันช่วยบ่มเพาะนิสัยรักการออกกำลังกายไปทีละน้อย เช่น ลองหัดตื่นเช้ากว่าเวลาที่เคยตื่นสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้มีเวลาทานข้าวเช้า หรือชงเครื่องดื่มอุ่น อาทิ โกโก้ ช็อกโกแลต ไขมันต่ำ มีใยอาหาร ทานรองท้องกับแซนด์วิชสักชิ้น แล้วออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเดินออกกำลังกายในหมู่บ้าน หรือเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า เท่านี้ก็ช่วยให้คุณเริ่มต้นออกกำลังกายในช่วงเริ่มต้นของวันได้เป็นประจำ ทุกวัน และหากจัดสรรเวลาออกกำลังกายเพิ่มเติมในตอนเย็นได้ เท่ากับคุณได้กำไรเป็นเท่าตัว




พืช อีกชนิดที่มีฤทธิ์ ต้านมะเร็ง "ทุเรียนน้ำ"

*** ทุเรียนน้ำ " แรงกว่า 10,000 เท่า ฆ่าเซลล์มะเร็งได้มากกว่าการคีโม Chemo เสียอีก" อีกหนึ่งสิ่งดีๆ นำมาฝากกันค่ะ 
ผลไม้รสเปรี้ยวหรือผลไม้จากต้นไม้ Graviola(ทุเรียนน้ำ) หรือ (ทุเรียนเทศ)เป็นต้นไม้มหัศจรรย์จากธรรมชาติ ที่เป็นฆาตกรเซลล์โรคมะเร็งได้10,000 เท่าดีกว่าคีโม Chemo

ทำไมพวกเราจึงไม่รู้ถึงเรื่องนี้ ? 
เพราะบริษัทยาขนาดใหญ่ต้องการที่จะทำเงิน หลังจากการต้องทุ่มเทเวลาอยู่นานหลายปีกับการวิจัยที่พยายามที่สังเคราะห์ผลผลิตออกมาเป็นยาเพื่อนำมาขายโดยเฉพาะ

ดังนั้น ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าคุณสามารถช่วยเหลือเพื่อนที่เจ็บป่วย
โดยการบอกให้พวกเขารู้ว่าหรือเพียงแค่ดื่มน้ำผลไม้รสเปรี้ยวเป็นประจำเพื่อเป็นการป้องกัน รสชาติก็ไม่เลวมากนักหลังจากเคยชิน
เพราะเป็นผลไม้ตามธรรมชาติโดยสมบูรณ์ และแน่นอนไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย หากคุณมีพื้นที่ดินเหลือว่างอยู่ในบ้านให้ลองปลูกสักหนึ่งต้น ส่วนอื่น ๆ ของต้นไม้นี้ก็มีประโยชน์เช่นกัน

ในครั้งต่อไปถ้าต้องการดื่มน้ำผลไม้ให้ดื่มน้ำผลไม้นี้

ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับต้นไม้นี้ เป็นเพราะผลในการต่อต้านเซลล์มะเร็งเป็นอย่างมาก มันจะมีประสิทธิภาพที่นับจำนวนครั้งได้
ตามเงื่อนไขทางการแพทย์ มันมีผลต่อต้านเซลล์เนื้องอก แต่ที่น่าสนใจมากที่สุด ต้นไม้นี้ได้พิสูจน์แล้วว่ารักษาโรคมะเร็งได้ทุกประเภท

นอกเหนือจากการรักษาโรคมะเร็ง
Graviola มีสเปกตรัม(ขอบเขตการรักษา)กว้างมากเหมือนยาปฏิชีวนะสำหรับรักษาการติดเชื้อ ทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา 
มีผลดีกับการกำจัดพยาธิภายในและหนอน ช่วยลดความดันโลหิตสูงและถูกนำมาใช้สำหรับรักษาความผิดปกติจากอาการเครียด ซึมเศร้า และโรคประสาท

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า 
สารสกัดที่ได้จากจากต้นไม้มหัศจรรย์นี้ในขณะนี้และที่อาจเป็นไปได้คือ

* โจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาเป็นผลผลิตตามธรรมชาติทั้งหมด ไม่ก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง สูญเสียน้ำหนักและเส้นผมหลุดร่วง

* ป้องกันระบบภูมิคุ้มกันและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อร้ายแรง

* รู้สึกถึงความแข็งแรงและมีสุขภาพดีมากขึ้น ตลอดช่วงเวลาของการรักษา

* เพิ่มพลังงานชีวิตและปรับปรุงสภาพร่างกายภายนอกของคุณ

แหล่งที่มาของข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่น่าประหลาดใจ เพราะข้อมูลมาจากหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตยาในสหรัฐอเมริกาที่ใหญ่ที่สุด จากผลการทดสอบผลไม้นี้ในห้องทดสอบปฏิบัติการมากกว่า 20 แห่ง ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1970(2513) ผลการทดสอบเหล่านั้นเผยผลลัพท์ที่ทำให้นักทดลองต่างต้องตกตะลึงและมึนงงไปตาม ๆ กันเลย สารสกัดจากต้นไม้แสดงให้เห็นว่า

* มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการฆ่าเซลล์โรคมะเร็งได้ถึง 12 ชนิด 
ได้แก่ ลำไส้ใหญ่ เต้านม ต่อมลูกหมาก มะเร็งปอดและมะเร็งตับอ่อน เป็นต้น

* สารประกอบต้นไม้พิสูจน์ให้เห็นว่ามีฤทธิ์แรงมากกว่า 10,000 เท่าในการลดอัตราการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งโตช้าขึ้นเหนือกว่ายาเคมีบำบัด Adriamycin ยารักษาโรคมะเร็งที่ใช้กันอยู่ทั่วไป

* มีอะไรเพิ่มเติมที่แตกต่างจากยาเคมีบำบัด สารสกัดที่คัดเลือกแล้วจาก Graviola มีแต่เพียงเซลล์มะเร็งเท่านั้นที่ถูกฆ่าโดยไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ทั่วไปของร่างกาย

คุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง ที่น่าประหลาดใจนี้จาก Graviola ทีผ่านการทำการวิจัยอย่างกว้างขวาง

แต่ทำไมพวกเราถึงไม่เคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย 
ถ้า Graviola มีประโยชน์จริงตามนี้ ?

เพราะหนึ่งในบริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ที่มียอดขายต่อปีมากกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐได้เริ่มต้นค้นหายาสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง
โดยการวิจัยที่มีเป้าหมายรวมศูนย์อยู่ที่ Graviola มีตำนานบอกเล่ามานานแล้วว่าใช้ในการรักษาโรคมาจากชาวบ้านป่าดงดิบอเมซอน

ส่วนต่าง ๆ ของ Graviola รวมทั้งเปลือก ใบ ราก ผลไม้ และเมล็ด
มีการใช้งานมานานหลายศตวรรษแล้วโดยหมอยา และคนพื้นเมืองอินเดียนในละตินอเมริกา ใช้ในการรักษาโรคหัวใจ โรคหืด โรคไข้ข้ออักเสบ โรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ

แต่สิ่งที่พบเห็นและที่เป็นอยู่ในตอนนี้คือ มีเอกสารและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รวมทั้งงานวิจัยเกี่ยวกับ Graviola น้อยมาก 
เพราะบริษัทยาได้ทุ่มเทเงินและทรัพยากรลงไปในการทดสอบคุณสมบัติการป้องกันรักษามะเร็งจาก Graviola เป็นจำนวนมหาศาล แล้วพบกับเรื่องที่น่าตื่นตะลึงและน่าตกใจว่า ผลการทดสอบคือ Graviola ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าจะเป็นระเบิดไดนาโมในการฆ่าโรคมะเร็ง

บริษัทยาต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหนักอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ Graviola เพราะมันเป็นผลผลิตจากธรรมชาติอย่างแท้จริง และภายใต้กฎหมายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนสิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญา จึงไม่มีทางที่จะทำกำไรอย่างมหาศาลได้จาก Graviola

เรื่องที่มีการเปิดเผยออกมาก็คือ ผลการศึกษาพบว่า Graviola 
"ใบและลำต้นพบที่มีประสิทธิภาพในการโจมตีและทำลายเซลล์มะเร็ง" แต่กลายเป็นเรื่องปกปิดภายในรายงานที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่เฉพาะภายในหน่วยงานและไม่เคยปล่อยให้ถึงมือประชาชน
(ให้ประชาชนรับทราบเรื่องนี้เลย)

ที่ค้นพบคือ การเลือกฆ่าเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มากกว่า10,000 เท่าของความแรงมากกว่ายาเคมีบำบัดที่ใช้กันทั่วไปที่ชื่อว่า Adriamycin

ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดจากรายงานของมหาวิทยาลัยคาทอลิกของเกาหลีใต้ได้รายงานว่า Graviola แสดงให้เห็นถึงการกำหนดเป้าหมายกำจัดเฉพาะเซลล์มะเร็งแยกออกจากเซลล์ทั่วไปของร่างกาย เซลล์ปกติจะไม่ถูกแตะต้องซึ่งแตกต่างจากยาเคมีบำบัดทั่วไปที่ไม่แยกแยะเป้าหมายเซลล์แต่อย่างใด แต่มีผลอย่างแรงต่อเซลล์อื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้งหมด (เช่น กระเพาะอาหาร และเซลล์เส้นผลผม) ทำให้เกิดการทำลายล้างอย่างมากมักจะมีผลข้างเคียงจาก อาการคลื่นไส้และผมร่วงในผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ผลการศึกษาที่มหาวิทยาลัย Purdue เมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าใบจาก Graviola ฆ่าเซลล์มะเร็งภายในร่างกายมนุษย์ได้ถึงหกประเภท
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประสิทธิภาพกับต่อมลูกหมาก ตับอ่อน และมะเร็งปอด เจ็ดปีแห่งความเงียบของเรื่องนี้
ในที่สุดมันก็จะจบลงที่นี่


ขอขอบคุณแหล่งข่าว มา ณ ที่นี้
สำนักข่าวเด็กและเยาวชน
สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง
พืช อีกชนิดที่มีฤทธิ์ ต้านมะเร็ง "ทุเรียนน้ำ"

*** ทุเรียนน้ำ " แรงกว่า 10,000 เท่า ฆ่าเซลล์มะเร็งได้มากกว่าการคีโม Chemo เสียอีก" 
อีกหนึ่งสิ่งดีๆ นำมาฝากกันค่ะ 
ผลไม้รสเปรี้ยวหรือผลไม้จากต้นไม้ Graviola(ทุเรียนน้ำ) หรือ (ทุเรียนเทศ)
เป็นต้นไม้มหัศจรรย์จากธรรมชาติ ที่เป็นฆาตกรเซลล์โรคมะเร็งได้10,000 เท่า
ดีกว่าคีโม Chemo

ทำไมพวกเราจึงไม่รู้ถึงเรื่องนี้ ­ 
เพราะบริษัทยาขนาดใหญ่ต้องการที่จะทำเงิน หลังจากการต้องทุ่มเทเวลาอยู่นานหลายปี
กับการวิจัยที่พยายามที่สังเคราะห์ผลผลิตออกมาเป็นยาเพื่อนำมาขายโดยเฉพาะ

ดังนั้น ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าคุณสามารถช่วยเหลือเพื่อนที่เจ็บป่วย
โดยการบอกให้พวกเขารู้ว่าหรือเพียงแค่ดื่มน้ำผลไม้รสเปรี้ยวเป็นประจำเพื่อเป็นการป้องกัน
 รสชาติก็ไม่เลวมากนักหลังจากเคยชิน
เพราะเป็นผลไม้ตามธรรมชาติโดยสมบูรณ์ และแน่นอนไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย
 หากคุณมีพื้นที่ดินเหลือว่างอยู่ในบ้านให้ลองปลูกสักหนึ่งต้น 
ส่วนอื่น ๆ ของต้นไม้นี้ก็มีประโยชน์เช่นกัน

ในครั้งต่อไปถ้าต้องการดื่มน้ำผลไม้ให้ดื่มน้ำผลไม้นี้

ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับต้นไม้นี้ เป็นเพราะผลในการต่อ
ต้านเซลล์มะเร็งเป็นอย่างมาก มันจะมีประสิทธิภาพที่นับจำนวนครั้งได้
ตามเงื่อนไขทางการแพทย์ มันมีผลต่อต้านเซลล์เนื้องอก 
แต่ที่น่าสนใจมากที่สุด ต้นไม้นี้ได้พิสูจน์แล้วว่ารักษาโรคมะเร็งได้ทุกประเภท

นอกเหนือจากการรักษาโรคมะเร็ง
Graviola มีสเปกตรัม(ขอบเขตการรักษา)กว้างมากเหมือนยาปฏิชีวนะ
สำหรับรักษาการติดเชื้อ ทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา 
มีผลดีกับการกำจัดพยาธิภายในและหนอน ช่วยลดความดันโลหิตสูง
และถูกนำมาใช้สำหรับรักษาความผิดปกติจากอาการเครียด ซึมเศร้า 
และโรคประสาท

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า 
สารสกัดที่ได้จากจากต้นไม้มหัศจรรย์นี้ในขณะนี้และที่อาจเป็นไปได้คือ

* โจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษา
เป็นผลผลิตตามธรรมชาติทั้งหมด ไม่ก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง 
สูญเสียน้ำหนักและเส้นผมหลุดร่วง

* ป้องกันระบบภูมิคุ้มกันและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อร้ายแรง

* รู้สึกถึงความแข็งแรงและมีสุขภาพดีมากขึ้น ตลอดช่วงเวลาของการรักษา

* เพิ่มพลังงานชีวิตและปรับปรุงสภาพร่างกายภายนอกของคุณ

แหล่งที่มาของข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่น่าประหลาดใจ เพราะข้อมูลมาจากหนึ่ง
ในบริษัทผู้ผลิตยาในสหรัฐอเมริกาที่ใหญ่ที่สุด จากผลการทดสอบผลไม้นี้
ในห้องทดสอบปฏิบัติการมากกว่า 20 แห่ง ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1970(2513)
 ผลการทดสอบเหล่านั้นเผยผลลัพท์ที่ทำให้นักทดลองต่างต้องตกตะลึง
และมึนงงไปตาม ๆ กันเลย สารสกัดจากต้นไม้แสดงให้เห็นว่า

* มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการฆ่าเซลล์โรคมะเร็งได้ถึง 12 ชนิด 
ได้แก่ ลำไส้ใหญ่ เต้านม ต่อมลูกหมาก มะเร็งปอดและมะเร็งตับอ่อน เป็นต้น

* สารประกอบต้นไม้พิสูจน์ให้เห็นว่ามีฤทธิ์แรงมากกว่า 10,000 เท่า
ในการลดอัตราการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็ง
โตช้าขึ้นเหนือกว่ายาเคมีบำบัด Adriamycin ยารักษาโรคมะเร็งที่ใช้กันอยู่ทั่วไป

* มีอะไรเพิ่มเติมที่แตกต่างจากยาเคมีบำบัด สารสกัดที่คัดเลือกแล้วจาก 
Graviola มีแต่เพียงเซลล์มะเร็งเท่านั้นที่ถูกฆ่าโดยไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์
ทั่วไปของร่างกาย

คุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง ที่น่าประหลาดใจนี้จาก Graviola ทีผ่าน
การทำการวิจัยอย่างกว้างขวาง

แต่ทำไมพวกเราถึงไม่เคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย 
ถ้า Graviola มีประโยชน์จริงตามนี้ ­

เพราะหนึ่งในบริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ที่มียอดขายต่อปีมากกว่า
พันล้านเหรียญสหรัฐได้เริ่มต้นค้นหายาสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง
โดยการวิจัยที่มีเป้าหมายรวมศูนย์อยู่ที่ Graviola มีตำนานบอกเล่ามานานแล้ว
ว่าใช้ในการรักษาโรคมาจากชาวบ้านป่าดงดิบอเมซอน

ส่วนต่าง ๆ ของ Graviola รวมทั้งเปลือก ใบ ราก ผลไม้ และเมล็ด
มีการใช้งานมานานหลายศตวรรษแล้วโดยหมอยา และคนพื้นเมืองอินเดียน
ในละตินอเมริกา ใช้ในการรักษาโรคหัวใจ โรคหืด โรคไข้ข้ออักเสบ 
โรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ

แต่สิ่งที่พบเห็นและที่เป็นอยู่ในตอนนี้คือ มีเอกสารและหลักฐาน
ทางวิทยาศาสตร์รวมทั้งงานวิจัยเกี่ยวกับ Graviola น้อยมาก 
เพราะบริษัทยาได้ทุ่มเทเงินและทรัพยากรลงไปในการทดสอบคุณสมบัติ
การป้องกันรักษามะเร็งจาก Graviola เป็นจำนวนมหาศาล แล้วพบกับเรื่อง
ที่น่าตื่นตะลึงและน่าตกใจว่า ผลการทดสอบคือ Graviola ได้พิสูจน์ตัวเอง
แล้วว่าจะเป็นระเบิดไดนาโมในการฆ่าโรคมะเร็ง

บริษัทยาต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหนักอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ Graviola เพราะ
มันเป็นผลผลิตจากธรรมชาติอย่างแท้จริง และภายใต้กฎหมายของรัฐบาล
สหรัฐอเมริกาทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนสิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญา 
จึงไม่มีทางที่จะทำกำไรอย่างมหาศาลได้จาก Graviola

เรื่องที่มีการเปิดเผยออกมาก็คือ ผลการศึกษาพบว่า Graviola 
"ใบและลำต้นพบที่มีประสิทธิภาพในการโจมตีและทำลายเซลล์มะเร็ง" 
แต่กลายเป็นเรื่องปกปิดภายในรายงานที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่เฉพาะภายใน
หน่วยงานและไม่เคยปล่อยให้ถึงมือประชาชน
(ให้ประชาชนรับทราบเรื่องนี้เลย)

ที่ค้นพบคือ การเลือกฆ่าเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มากกว่า10,000 เท่า
ของความแรงมากกว่ายาเคมีบำบัดที่ใช้กันทั่วไปที่ชื่อว่า Adriamycin

ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดจากรายงานของมหาวิทยาลัยคาทอลิกของ
เกาหลีใต้ได้รายงานว่า Graviola แสดงให้เห็นถึงการกำหนดเป้าหมายก
ำจัดเฉพาะเซลล์มะเร็งแยกออกจากเซลล์ทั่วไปของร่างกาย เซลล์ปกติจะ
ไม่ถูกแตะต้องซึ่งแตกต่างจากยาเคมีบำบัดทั่วไปที่ไม่แยกแยะเป้าหมาย
เซลล์แต่อย่างใด แต่มีผลอย่างแรงต่อเซลล์อื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้งหมด 
(เช่น กระเพาะอาหาร และเซลล์เส้นผลผม) ทำให้เกิดการทำลายล้าง
อย่างมากมักจะมีผลข้างเคียงจาก อาการคลื่นไส้และผมร่วงในผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ผลการศึกษาที่มหาวิทยาลัย Purdue เมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าใบจาก Graviola
 ฆ่าเซลล์มะเร็งภายในร่างกายมนุษย์ได้ถึงหกประเภท
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประสิทธิภาพกับต่อมลูกหมาก ตับอ่อน 
และมะเร็งปอด เจ็ดปีแห่งความเงียบของเรื่องนี้
ในที่สุดมันก็จะจบลงที่นี่


ขอขอบคุณแหล่งข่าว มา ณ ที่นี้
สำนักข่าวเด็กและเยาวชน
สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง



ทุเรียนเทศ มีฤทธิ์ ฆ่ามะเร็ง เจ๋งกว่าครีโม

วันก่อน อ่านเจอบทความในหนังสือ คู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 770 เรื่องเกี่ยวกับทุเรียนเทศ หรือ ทุเรียนน้ำ เลยเก็บมาโพสต์ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คน เพราะสถิติคนที่เป็นโรคนี้ มีเยอะขึ้นทุกวัน ใครว่างก็ลองไปหาอ่านนะคะ

สรุปสั้นๆ ว่า เจ้าผลไม้ชนิดนี้ มีคุณสมบัติพิเศษ ช่วยบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะ โรค "มะเร็ง" มีการศึกษามากมายถึงฤทธิ์ในการสกัดกั้นการงอกงามของเซลมะเร็ง จากผลไม้ชนิดนี้ โดยเนื้อสีขาวนุ่มของทุเรียนเทศนี้ มีสารอาหารและวิตามินอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ได้แก่

· คาร์โบไฮเดรต

· น้ำตาลผลไม้ชนิดฟรุกโตส

· เส้นใยแบบเพ็กติน

· วิตามินซี

· วิตามินบี 1 และ บี 2

· แร่ธาตุโพแทสเซียม

ที่สำคัญคือ ทุเรียนเทศมีฤทธิ์ที่สำคัญซึ่งถูกนำมาวิจัยกันอย่างจริงจังในสหรัฐอเมริกาว่า สามารถ ฆ่ามะเร็ง ได้ โดยได้มีงานวิจัยสำคัญที่ผ่านมาดังนี้

· สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ (NCI) พบคุณสมบัติสำคัญว่า ทุเรียนเทศสามารถ "สยบ" อณูมะเร็งในหลอดทดลองได้ถึง 12 ชนิด โดยเฉพาะ มะเร็งยอดฮิต อย่างมะเร็งเต้านม รังไข่ ลำไล้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ตับ ปอด ตับอ่อน และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

· องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา รับรองผลในการ "เสริมภูมิ" ของทุเรียนเทศนี้ว่า ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี สู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ ยกตัวอย่าง โรคติดเชื้อไวรัสเริม และเชื้อพยาธิ

· มหาวิทยาลัย เพอร์ดิว ได้รับการสนับสนุนการศึกษาต่อมาได้ช่วยยืนยันว่า ทุเรียนเทศเป็นศัตรูตัวร้ายของมะเร็งในมนุษย์จริง โดยเฉพาะ มะเร็งต่อมลูกหมาก และตับอ่อน

· มหาวิทยาลัยคาทอลิกในเกาหลีใต้ นำสารสกัด ของทุเรียนมาเทียบกับยา "เคมีบำบัด" ซึ่งจัดเป็นยาฆ่ามะเร็งที่มีฤทธิ์แรงทั้งต่อตัวมะเร็งเองและตัวคนไข้ ปรากฎว่า ทุเรียนเทศ ชิงที่ 1 อย่างขาดลอย เพราะมีฤทธิ์มากกว่า ยามะเร็งนับหมื่นเท่า! ที่สำคัญ ไม่ส่งผลร้ายทำลายเนื่อตัวคนไข้ให้ทรุดโทรมไปด้วย นอกจากนี้ คนไข้ที่ดื้อยามะเร็ง นั้น เมื่อใช้สารสกัด ทุเรียนเทศในการบำบัดก็ "เลิกดื้อ" กลับได้ผลตอบสนองเป็นอย่างดี

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://abt-soursop.blogspot.com/

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

'ทุเรียนน้ำ' เอาใบมาทำน้ำชา ออกฤทธิ์ดีกว่าคีโม 10,000 เท่า แต่ไม่ทำลายเซลส์ดี.....

Caner Killer Fruits..

Guyabano หรือ Sour Sop เป็นผลไม้พื้นเมืองในประเทศฟิลิปปินส์ (แต่เคยได้ยินว่ามีพบในเมืองไทยด้วย ตามต่างจังหวัด) ซึ่งสามารถพบได้ในบราซิลด้วย ซึ่งเรียกว่า Graviola เป็นผลไม้ขนาดใหญ่กว่าฝรั่งไม่มาก แต่ไม่เท่าส้มโอ มีหนามแต่ไม่แหลม คนฟิลิปปินส์จะรับประทานน้ำจากผลไม้ ซึ่งมีผลการรับรองจากแล็บมากมายว่าผลไม้ชนิดนี้สามารถช่วยในการ...ฆ่าเซลส์มะเร็งกว่า 12 ชนิดซึ่งรวมถึง มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกมาก มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน

ผลจากการรับประทานยาที่สกัดจากทุเรียนน้ำ หรือการนำใบของทุเรียนน้ำมาต้มเป็นชาแล้วรับประทาน จะช่วยในการฆ่าเซลส์มะเร็ง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำคีโมถึง 10,000 เท่า แต่จะไม่ทำร้ายเซลส์ดีในร่างกาย ผลการวิจับแสดงให้เห็นว่าผลไม้มหัศจรรย์นี้จะช่วยสู้เซลส์มะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดการคลื่นเหียนวิงเวียน หรือเกิดอาการผมร่วงเหมือนกับการทำคีโม เพราะส่วนผสมนั้นเป็นธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่มีเคมีใดๆ และช่วยป้องกันระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและไม่ก่อนให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยที่รับประทานยาสกัดจากทุเรียนน้ำนั้นมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ช่วยให้มีกำลังวังชา


ตอนนี้ที่ Tagaytay (เป็นเมืองเล็กๆ ทางใต้ของมะนิลา) ที่มีศูนย์ช่วยเหลือ-รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยชาวแคทอลิก ที่นี่เองจะให้ผู้ป่วยทานชาที่ได้จากการต้มใบของทุเรียนน้ำ ปรากฎว่าผู้ป่วยมากมายที่ค่าของเซลส์มะเร็งลดลง และบางรายถึงกับหาย...


การรับประทาน

"ใบชาที่ทำให้แห้งโดยการใช้วิธีการ Air Dry จะช่วยทำให้ประโยชน์ในการรักษา นั้นเข้มข้นขึ้น เมื่อใบแห้งแล้ว ฉีกใบเป็นชิ้นเล็กๆ และตวงให้ได้ 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 ลิตร นำไปต้ม และลดไฟให้ต่ำ เคี่ยวอีก 20 นาที ใช้ดื่ม 3 ถ้วยต่อวัน 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร

ดื่มน้ำชาแบบนี้ทุกวันเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อฆ่าเชื้อแบตทีเรียในร่างกาย หากต้องการดื่มติดต่อกันเกิน 30 วัน แต่ร่างกายยังไม่ดีขึ้น ให้พักก่อนซักส...ัปดาห์จึงค่อยทานชาต่อ


ต้องเลือกใบที่ไม่แก่เกินใบหรือมีสีเขียวเข้มเกินไปในการทำชา ควรจะใช้ใบที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อประโยชน์สูงสุดดูเพิ่มเติม


ดูเพิ่มเติม.....>>>

ทุเรียนเทศ - วิกิพีเดีย
http://th.wikipedia.org/


Guyabano Against Cancer and Other Diseases| Questions and Answers… with Ms. Reyes | foodrecap.net

http://www.foodrecap.net/health/guyabano-against-cancer-and-other-diseases/

http://mb.com.ph/node/355514/guyabano-miracle-cure-for-cancer


ทุเรียนเทศ http://natres.psu.ac.th/ProjectSite/webpage/5durian-detail.htm

บทบาททุเรียนเทศในระบบสวนบ้าน http://www.thainafe.com/081_yoenyong_web.htm

หากใครจะทานควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะคะ ว่ามีผลกับยาต้านหรือเปล่า ด้วยความห่วงใยค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://pha.narak.com/
ทุเรียนเทศ มีฤทธิ์ ฆ่ามะเร็ง เจ๋งกว่าครีโม

วันก่อน อ่านเจอบทความในหนังสือ คู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 770 เรื่องเกี่ยว
กับทุเรียนเทศ หรือ ทุเรียนน้ำ เลยเก็บมาโพสต์ เผื่อจะเป็นประโยชน์
กับหลายๆ คน เพราะสถิติคนที่เป็นโรคนี้ มีเยอะขึ้นทุกวัน 
ใครว่างก็ลองไปหาอ่านนะคะ

สรุปสั้นๆ ว่า เจ้าผลไม้ชนิดนี้ มีคุณสมบัติพิเศษ ช่วยบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ
โดยเฉพาะ โรค "มะเร็ง" มีการศึกษามากมายถึงฤทธิ์ในการสกัดกั้นการ
งอกงามของเซลมะเร็ง จากผลไม้ชนิดนี้ โดยเนื้อสีขาวนุ่มของทุเรียนเทศนี้
 มีสารอาหารและวิตามินอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ได้แก่

· คาร์โบไฮเดรต

· น้ำตาลผลไม้ชนิดฟรุกโตส

· เส้นใยแบบเพ็กติน

· วิตามินซี

· วิตามินบี 1 และ บี 2

· แร่ธาตุโพแทสเซียม

ที่สำคัญคือ ทุเรียนเทศมีฤทธิ์ที่สำคัญซึ่งถูกนำมาวิจัยกันอย่างจริงจังใน
สหรัฐอเมริกาว่า สามารถ ฆ่ามะเร็ง ได้ โดยได้มีงานวิจัยสำคัญที่ผ่านมาดังนี้

· สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ (NCI) พบคุณสมบัติสำคัญว่า ทุเรียนเทศสามารถ
 "สยบ" อณูมะเร็งในหลอดทดลองได้ถึง 12 ชนิด โดยเฉพาะ มะเร็งยอดฮิต 
อย่างมะเร็งเต้านม รังไข่ ลำไล้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ตับ ปอด ตับอ่อน 
และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

· องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา รับรองผลในการ "เสริมภูมิ" 
ของทุเรียนเทศนี้ว่า ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี สู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ 
ยกตัวอย่าง โรคติดเชื้อไวรัสเริม และเชื้อพยาธิ

· มหาวิทยาลัย เพอร์ดิว ได้รับการสนับสนุนการศึกษาต่อมาได้ช่วยยืนยันว่า 
ทุเรียนเทศเป็นศัตรูตัวร้ายของมะเร็งในมนุษย์จริง โดยเฉพาะ มะเร็งต่อมลูกหมาก 
และตับอ่อน

· มหาวิทยาลัยคาทอลิกในเกาหลีใต้ นำสารสกัด ของทุเรียนมาเทียบกับยา 
"เคมีบำบัด" ซึ่งจัดเป็นยาฆ่ามะเร็งที่มีฤทธิ์แรงทั้งต่อตัวมะเร็งเองและตัวคนไข้ 
ปรากฎว่า ทุเรียนเทศ ชิงที่ 1 อย่างขาดลอย เพราะมีฤทธิ์มากกว่า ยามะเร็ง
นับหมื่นเท่า! ที่สำคัญ ไม่ส่งผลร้ายทำลายเนื่อตัวคนไข้ให้ทรุดโทรมไปด้วย 
นอกจากนี้ คนไข้ที่ดื้อยามะเร็ง นั้น เมื่อใช้สารสกัด ทุเรียนเทศในการบำบัดก็ 
"เลิกดื้อ" กลับได้ผลตอบสนองเป็นอย่างดี

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://abt-soursop.blogspot.com/

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

'ทุเรียนน้ำ' เอาใบมาทำน้ำชา ออกฤทธิ์ดีกว่าคีโม 10,000 เท่า 
แต่ไม่ทำลายเซลส์ดี.....

Caner Killer Fruits..

Guyabano หรือ Sour Sop เป็นผลไม้พื้นเมืองในประเทศฟิลิปปินส์ 
(แต่เคยได้ยินว่ามีพบในเมืองไทยด้วย ตามต่างจังหวัด) ซึ่งสามารถพบ
ได้ในบราซิลด้วย ซึ่งเรียกว่า Graviola เป็นผลไม้ขนาดใหญ่กว่าฝรั่ง
ไม่มาก แต่ไม่เท่าส้มโอ มีหนามแต่ไม่แหลม คนฟิลิปปินส์จะรับประทาน
น้ำจากผลไม้ ซึ่งมีผลการรับรองจากแล็บมากมายว่าผลไม้ชนิดนี้สามารถ
ช่วยในการ...ฆ่าเซลส์มะเร็งกว่า 12 ชนิดซึ่งรวมถึง มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม 
มะเร็งต่อมลูกมาก มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน

ผลจากการรับประทานยาที่สกัดจากทุเรียนน้ำ หรือการนำใบของทุเรียนน้ำ
มาต้มเป็นชาแล้วรับประทาน จะช่วยในการฆ่าเซลส์มะเร็ง ซึ่งมีประสิทธิภาพ
มากกว่าการทำคีโมถึง 10,000 เท่า แต่จะไม่ทำร้ายเซลส์ดีในร่างกาย 
ผลการวิจับแสดงให้เห็นว่าผลไม้มหัศจรรย์นี้จะช่วยสู้เซลส์มะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ 
โดยไม่ก่อให้เกิดการคลื่นเหียนวิงเวียน หรือเกิดอาการผมร่วงเหมือนกับการทำคีโม 
เพราะส่วนผสมนั้นเป็นธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่มีเคมีใดๆ และช่วยป้องกันระบบ
ภูมิคุ้มกันในร่างกายและไม่ก่อนให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยที่รับประทานยา
สกัดจากทุเรียนน้ำนั้นมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ช่วยให้มีกำลังวังชา


ตอนนี้ที่ Tagaytay (เป็นเมืองเล็กๆ ทางใต้ของมะนิลา) ที่มีศูนย์ช่วยเหลือ-รักษา
ผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยชาวแคทอลิก ที่นี่เองจะให้ผู้ป่วยทานชาที่ได้จากการต้มใบ
ของทุเรียนน้ำ ปรากฎว่าผู้ป่วยมากมายที่ค่าของเซลส์มะเร็งลดลง และบางรายถึง
กับหาย...


การรับประทาน

"ใบชาที่ทำให้แห้งโดยการใช้วิธีการ Air Dry จะช่วยทำให้ประโยชน์ในการ
รักษา นั้นเข้มข้นขึ้น เมื่อใบแห้งแล้ว ฉีกใบเป็นชิ้นเล็กๆ และตวงให้ได้ 1 ถ้วยตวง
ต่อน้ำ 1 ลิตร นำไปต้ม และลดไฟให้ต่ำ เคี่ยวอีก 20 นาที ใช้ดื่ม 3 ถ้วยต่อวัน 
30 นาทีก่อนมื้ออาหาร

ดื่มน้ำชาแบบนี้ทุกวันเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อฆ่าเชื้อแบตทีเรียในร่างกาย 
หากต้องการดื่มติดต่อกันเกิน 30 วัน แต่ร่างกายยังไม่ดีขึ้น ให้พักก่อนซัก
สัปดาห์จึงค่อยทานชาต่อ


ต้องเลือกใบที่ไม่แก่เกินใบหรือมีสีเขียวเข้มเกินไปในการทำชา 
ควรจะใช้ใบที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อประโยชน์สูงสุดดูเพิ่มเติม


ดูเพิ่มเติม.....>>>

ทุเรียนเทศ - วิกิพีเดีย
http://th.wikipedia.org/


Guyabano Against Cancer and Other Diseases| Questions and
 Answers… with Ms. Reyes | foodrecap.net

http://www.foodrecap.net/health/guyabano-against-
cancer-and-other-diseases/


http://mb.com.ph/node/355514/guyabano-miracle-cure-
for-cancer



ทุเรียนเทศ http://natres.psu.ac.th/ProjectSite/webpage/
5durian-detail.htm


บทบาททุเรียนเทศในระบบสวนบ้าน http://www.thainafe.com/081
_yoenyong_web.htm


หากใครจะทานควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะคะ ว่ามีผลกับยาต้าน
หรือเปล่า ด้วยความห่วงใยค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://pha.narak.com/
....................................................................................


" เ ก ลื อ " ยาดีประจำบ้าน 

1. ไอเพราะเป็นหวัด 
แค่เอาน้ำเปล่า 1 ถ้วย มาเหยาะเกลือลงไป 1 ช้อนชา คนเบา ๆ จนกว่าเกลือจะละลาย แล้วใช้บ้วนปากกลั้วคอหลาย ๆ ครั้ง ความเค็มจะเข้าไปละลายเสมหะในลำคอ ทีนี้ก็ไม่ต้องไอให้คนข้าง ๆ รำคาญแล้ว 

2. มึนหัว สมองไม่แล่น 
สาวทำงานที่เจอแบบนี้อย่ารอช้า รีบรองน้ำอุ่นให้เต็มถัง หยอดเกลือลงไป 2-3 ช้อนชา แล้วเอามาอาบ รับรองว่าสมองจะโล่งคิดงานได้ปรู๊ดปร๊าด เพราะเกลือช่วยกระตุ้นให้เลือดลงไหลเวียนดี มีเลือดไปหล่อเลี้ยงสมอง 

3. เร่งให้อาเจียน 
ถ้าบังเอิญกินสารพิษเข้าไป หรืออึดอัดอาหารไม่ย่อย จนต้องทำให้อาเจียนออกมา ให้ดื่มน้ำเกลือเข้มข้นแก้วใหญ่ ๆ ไม่นานจะได้อาเจียนสมใจ 

4. คัดจมูก 
จะแค่คัดจมูกน้ำมูกไหล หรือลุกลามจนกลายเป็นโรคจมูกอักเสบก็ตาม ให้ใช้น้ำเกลือเจือจางหยอดเข้าไปในรูจมูกทั้งสองข้าง เกลือจะช่วยฆ่าเชื้อโรคในโพรงจมูก จะได้หยุดซี้ดซ้าดปาดน้ำมูกได้เสียที 

5. คันตามผิวหนัง 
ทาบริเวณที่คันด้วยน้ำเกลือ เชื้อราบริเวณนั้นจะสิ้นฤทธิ์

6. โรคตาแดง 
โรคนี้มีเชื้อโรคเป็นตัวการอยู่เบื้องหลัง แต่สามารถปฐมพยายาบาลตัวเองก่อนถึงมือหมอได้ง่าย ๆ ด้วยการเอาผ้าขนหนู สะอาด ๆ (ถ้าต้มฆ่าเชื้อโรคก่อนได้ยิ่งดี) จุ่มน้ำเกลือแล้วเอามาเช็ดตา อาจจะแสบบ้างแต่นั่นล่ะคือยาดี หลังจากที่เกลือเข้าไปฆ่าเชื้อโรคในตาแล้ว ก็ล้างตาหลาย ๆ ครั้งด้วยน้ำสะอาด อาการบวมแดงมีขี้ตาของคุณจะทุเลาลง 

7. แผลยุงกัด 
ถ้าใครถูกเจ้ายุงตัวร้ายมาขอบริจาคเลือดไป แถมยังทิ้งรอยแผลไว้เป็นที่ระลึก อย่ามัวแต่เกาให้เสียลุคส์สาวงาม รีบ ๆ ใช้น้ำเกลือทาที่รอยแผล ไม่นานความคันจะหายไป และรอยบวมก็จะยุบเร็วด้วย
................................

"เกลือ...เค็ม แต่ดี"



เรื่องดีๆเกี่ยวกับเกลือมาฝาก เกลือได้ชื่อว่าเป็นของที่หาง่ายและราคาถูก เกลือมีประโยชน์มากสามารถนำมาดูแลผิวของเราได้ด้วยวันนี้มีวิธีเกี่ยวกับเกลือ 5 วิธีดูแลผิว

1. ลดรอยช้ำรอบดวงตา ด้วยวิธีง่ายๆ โดยผสมเกลือ 1 ช้อนชาในน้ำร้อน 1/2 ถ้วย ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเกลือ ปิดตาไว้สัก 5-10 นาที รอยช้ำรอบดวงตาจะค่อยๆ จางลง 


2. ลดความมันบนใบหน้า โดยเริ่มจากใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนพอหมาดมาอังปิดหน้าไว้สัก 3-5 นาที เพื่อช่วยเปิดรูขุมขนก่อน แล้วจึงค่อยใช้เกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำ ใส่ขวดสเปรย์ฉีดพ่นน้ำผสมเกลือให้ทั่วใบหน้า จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้แห้ง 


3. เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณ โดยใช้เกลือ 1/2 ถ้วยผสมลงในอ่างอาบน้ำ แช่ตัวประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเช็ดตัวให้แห้ง แล้วทาโลชั่นให้ทั่วร่างกาย เกลือจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นยิ่งขึ้น 


4. ขัดผิวให้สวยใส โดยใช้เกลือผงถูตัว แล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าขนหนูขัดตัวให้ทั่ว จะช่วยให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออกมา ขณะเดียวกันก็กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายด้วย 


5. ผ่อนคลายอาการเมื่อยล้าที่เท้า โดยผสมเกลือประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะลงในน้ำอุ่น แล้วแช่เท้าทั้งสองข้าง ช่วยให้รู้สึกคลายความเมื่อยล้าได้
แล้วต่อไปหากคุณจะมีขวด "เกลือ" สักขวดไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งคงไม่ผิด


ทำได้ง่ายๆ และของที่ใช้เป็นส่วนประกอบก็ไม่ยาก รับรองเห็นผลแน่นอน



เช็คอินท์ไทยแลนด์
สำนักข่าวเด็กและเยาวชน 
สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง
" เ ก ลื อ " ยาดีประจำบ้าน 

1. ไอเพราะเป็นหวัด 
แค่เอาน้ำเปล่า 1 ถ้วย มาเหยาะเกลือลงไป 1 ช้อนชา คนเบา ๆ 
จนกว่าเกลือจะละลาย แล้วใช้บ้วนปากกลั้วคอหลาย ๆ ครั้ง ความเค็มจะเข้า
ไปละลายเสมหะในลำคอ ทีนี้ก็ไม่ต้องไอให้คนข้าง ๆ รำคาญแล้ว 

2. มึนหัว สมองไม่แล่น 
สาวทำงานที่เจอแบบนี้อย่ารอช้า รีบรองน้ำอุ่นให้เต็มถัง หยอดเกลือลงไป 
2-3 ช้อนชา แล้วเอามาอาบ รับรองว่าสมองจะโล่งคิดงานได้ปรู๊ดปร๊าด 
เพราะเกลือช่วยกระตุ้นให้เลือดลงไหลเวียนดี มีเลือดไปหล่อเลี้ยงสมอง 

3. เร่งให้อาเจียน 
ถ้าบังเอิญกินสารพิษเข้าไป หรืออึดอัดอาหารไม่ย่อย จนต้องทำให้อาเจียน
ออกมา ให้ดื่มน้ำเกลือเข้มข้นแก้วใหญ่ ๆ ไม่นานจะได้อาเจียนสมใจ 

4. คัดจมูก 
จะแค่คัดจมูกน้ำมูกไหล หรือลุกลามจนกลายเป็นโรคจมูกอักเสบก็ตาม 
ให้ใช้น้ำเกลือเจือจางหยอดเข้าไปในรูจมูกทั้งสองข้าง เกลือจะช่วยฆ่า
เชื้อโรคในโพรงจมูก จะได้หยุดซี้ดซ้าดปาดน้ำมูกได้เสียที 

5. คันตามผิวหนัง 
ทาบริเวณที่คันด้วยน้ำเกลือ เชื้อราบริเวณนั้นจะสิ้นฤทธิ์

6. โรคตาแดง 
โรคนี้มีเชื้อโรคเป็นตัวการอยู่เบื้องหลัง แต่สามารถปฐมพยายาบาลตัวเอง
ก่อนถึงมือหมอได้ง่าย ๆ ด้วยการเอาผ้าขนหนู สะอาด ๆ 
(ถ้าต้มฆ่าเชื้อโรคก่อนได้ยิ่งดี) จุ่มน้ำเกลือแล้วเอามาเช็ดตา 
อาจจะแสบบ้างแต่นั่นล่ะคือยาดี หลังจากที่เกลือเข้าไปฆ่าเชื้อโรคในตาแล้ว 
ก็ล้างตาหลาย ๆ ครั้งด้วยน้ำสะอาด อาการบวมแดงมีขี้ตาของคุณจะทุเลาลง 

7. แผลยุงกัด 
ถ้าใครถูกเจ้ายุงตัวร้ายมาขอบริจาคเลือดไป แถมยังทิ้งรอยแผล
ไว้เป็นที่ระลึก อย่ามัวแต่เกาให้เสียลุคส์สาวงาม รีบ ๆ ใช้น้ำเกลือทาที่
รอยแผล ไม่นานความคันจะหายไป และรอยบวมก็จะยุบเร็วด้วย
................................

"เกลือ...เค็ม แต่ดี"



เรื่องดีๆเกี่ยวกับเกลือมาฝาก เกลือได้ชื่อว่าเป็นของที่หาง่ายและราคาถูก
 เกลือมีประโยชน์มากสามารถนำมาดูแลผิวของเราได้ด้วยวันนี้มีวิธีเกี่ยว
กับเกลือ 5 วิธีดูแลผิว

1. ลดรอยช้ำรอบดวงตา ด้วยวิธีง่ายๆ โดยผสมเกลือ 1 ช้อนชาในน้ำร้อน
 1/2 ถ้วย ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเกลือ ปิดตาไว้สัก 5-10 นาที 
รอยช้ำรอบดวงตาจะค่อยๆ จางลง 


2. ลดความมันบนใบหน้า โดยเริ่มจากใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนพอหมาดมา
อังปิดหน้าไว้สัก 3-5 นาที เพื่อช่วยเปิดรูขุมขนก่อน แล้วจึงค่อยใช้เกลือ 1
 ช้อนชา ผสมน้ำ ใส่ขวดสเปรย์ฉีดพ่นน้ำผสมเกลือให้ทั่วใบหน้า 
จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้แห้ง 


3. เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณ โดยใช้เกลือ 1/2 ถ้วยผสมลงในอ่าง
อาบน้ำ แช่ตัวประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเช็ดตัวให้แห้ง แล้วทาโลชั่น
ให้ทั่วร่างกาย เกลือจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นยิ่งขึ้น 


4. ขัดผิวให้สวยใส โดยใช้เกลือผงถูตัว แล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าขนหนู
ขัดตัวให้ทั่ว จะช่วยให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออกมา ขณะเดียวกัน
ก็กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายด้วย 


5. ผ่อนคลายอาการเมื่อยล้าที่เท้า โดยผสมเกลือประมาณ 1-2 ช้อน
โต๊ะลงในน้ำอุ่น แล้วแช่เท้าทั้งสองข้าง ช่วยให้รู้สึกคลายความเมื่อยล้าได้
แล้วต่อไปหากคุณจะมีขวด "เกลือ" สักขวดไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งคงไม่ผิด


ทำได้ง่ายๆ และของที่ใช้เป็นส่วนประกอบก็ไม่ยาก รับรองเห็นผลแน่นอน



เช็คอินท์ไทยแลนด์
สำนักข่าวเด็กและเยาวชน 
สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง




คุณสมใจ ชื่นมุนีวงศ์ (คุณอ้อย) โทร.089-848 9604
คุณเทพพิศักดิ์ ชื่นมุนีวงศ์ (คุณอัง) โทร.087-874 7997
 
chinaholidays  
ข่าวใหม่...ข่าวใหญ่....
 
ที่คุณสมใจ ชื่นมุนีวงศ์ (คุณอ้อย)  089-848 9604 
และคุณเทพพิศักดิ์ ชื่นมุนีวงศ์ (คุณอัง) 087-874 7997  
ได้ทุกเวลานะคะ

...................................................................................
......................................................................................
อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน 
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานและครอบครัว
เลือกรับประทานอาหารอย่างไรเมื่อเป็นเบาหวาน

ปัจจุบัน ผู้ป่วยเบาหวานสามารถเลือกรับประทานอาหารต่างๆ ฃ
ได้เช่นเดียวกับคนปกติ แต่จำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะรับประทานอาหาร
ได้มากน้อยเพียงใด จึงจะไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง การรับประทาน
ข้าวแต่น้อยหรือไม่รับประทานเลยแล้วไปเพิ่มอาหารอย่างอื่น เช่น 
ผลไม้ เนื้อสัตว์ ในปริมาณมากๆ มิใช่วิธีการปฎิบัติที่ถูกต้อง 
ทั้งยังอาจทำให้ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดสูงอีกด้วย

วิธีปฎิบัติที่ถูกต้อง ผู้ป่วยควรเลือกรับประทานอาหารหลากหลายชนิด
 เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนที่ร่างกายต้องการ 
โดยเลือกรับประทานอาหารตามกลุ่มต่างๆ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 อาหารจำพวก ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง เผือกมัน ถั่วเมล็ดแห้ง 
1 ส่วนประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม โปรตีน 3 กรัม ให้พลังงาน 
80 กิโลแคลอรี่

ข้าวสุก ½ ถ้วยตวง (ประมาณ 1 ทัพพีเล็กในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า)
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่, เส้นเล็ก ½ ถ้วยตวง (ประมาณ 1 ทัพพีเล็ก)
ถั่วเขียว, ถั่วดำ, ถั่วแดงสุก ½ ถ้วยตวง
ข้าวต้ม ¾ ถ้วยตวง (2 ทัพพีเล็ก), วุ้นเส้นสุก ½ ถ้วยตวง
ขนมจีน 1 จับ, บะหมี่ ½ ก้อน
ขนมปังปอนด์ 1 แผ่น, มันฝรั่ง 1 หัวกลาง
ข้าวโพด 1 ฝัก ( 5 นิ้ว ), แครกเกอร์สี่เหลี่ยม 3 แผ่น
ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานอาหารในกลุ่มนี้ได้เช่นเดียวกับคนปกติ 
ไม่จำเป็นต้องงดหรือจำกัดมากเกินไป เพราะข้าวเป็นแหล่งของพลัง
งานที่ร่างกายต้องการใช้เพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ ส่วนจะรับประทาน
ได้เท่าไรนั้น ขึ้นกับอายุ น้ำหนักตัว และกิจกรรมหรือแรงงานที่ผู้ป่วยทำใน

แต่ละวัน เช่น ผู้ป่วยที่อ้วน รับประทานข้าวได้มื้อละ 2 ทัพพีเล็ก 
ถ้าไม่อ้วนก็รับประทานข้าวได้มื้อละ 3 ทัพพี เมื่อเลือกรับประทาน
ก๋วยเตี๋ยวหรือขนมปังแล้ว ต้องงดหรือ ลดข้าวในมื้อนั้นลงตามสัดส่วน
ที่กำหนด อาหารในกลุ่มนี้รับประทานได้มื้อละ 2-4 ส่วน

ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทานข้าวซ้อมมือ หรือขนมปังที่ทำจาก
แป้งที่ไม่ขัดสี เพื่อจะได้ใยอาหารเพิ่มขึ้น

กลุ่มที่ 2 ผักชนิดต่างๆ 1 ส่วน มีคาร์โบไฮเดรต 5 กรัม โปรตีน 2 กรัม 
ให้พลังงาน 25 กิโลแคลอรี่

แครอท, ฟักทอง, ข้าวโพดอ่อน ½ ถ้วยตวง
ผักคะน้า, บรอคโคลี ½ ถ้วยตวง
ถั่วแขก, ถั่วลันเตา, ถั่วฝักยาว ½ ถ้วยตวง
น้ำมะเขือเทศ, น้ำแครอท ½ ถ้วยตวง
อาหารกลุ่มนี้ มีวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารมาก ผู้ป่วยเบาหวานควร
รับประทานให้มากขึ้นในทุกมื้ออาหาร โดยเฉพาะผักใบสีเขียวสดหรือสุก 
รับประทานได้ตามต้องการ ถ้านำผักมาคั้นเป็นน้ำ ควรรับประทาน 
กากด้วย เพื่อจะได้ใยอาหาร ใยอาหารจะช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลและ 
ไขมันในอาหารทำให้ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดลดลง 
ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานผักวันละ 2-3 ถ้วยตวงทั้งผักสดและผักสุก

กลุ่มที่ 3 ผลไม้ 1 ส่วน มีคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี่



กล้วยน้ำว้า 1 ผล, ฝรั่ง ½ ผลใหญ่, ส้ม 1 ผล (2 ½ นิ้ว)
กล้วยหอม ½ ผล, แอปเปิ้ล 1 ผลเล็ก, ชมพู่ 2 ผล
มะม่วงอกร่อง ½ ผล, เงาะ 4-5 ผล, ลองกอง 10 ผล
มะละกอสุก 8 ชิ้นขนาดคำ, แตงโม 10 ชิ้นขนาดคำ
น้ำผลไม้ 1/3 ถ้วยตวง
ผลไม้ทุกชนิดมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ถึงแม้จะมีใยอาหาร 
แต่หากรับประทานมากกว่าปริมาณที่กำหนด จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
ได้ ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทานผลไม้ 1 ชนิดต่อมื้อ วันละ 2-3 
ครั้งหลังอาหาร ควรหลีกเลี่ยงผลไม้หวานจัด เช่น ทุเรียน ขนุน ละมุด 
หรือ ผลไม้ตากแห้ง ผลไม้กวน ผลไม้เชื่อม ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้กระป๋อง

การรับประทานผลไม้ครั้งละมากๆ แม้จะเป็นผลไม้ที่ไม่หวาน 
ก็ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้

กลุ่มที่ 4 เนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน 1 ส่วน มีโปรตีน 7 กรัม ไขมัน 3 กรัม 
ให้พลังงาน 55 กิโลแคลอรี่

เนื้อหมู, เนื้อวัว ไม่ติดมันและหนัง หั่น 8 ชิ้น (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ)
เนื้อไก่, เป็ด ไม่ติดมันและหนัง หั่น 8 ชิ้น
ปลาทู (ขนาด 1 ¼ นิ้ว) 1 ตัว, ลูกชิ้น 6 ลูก
เต้าหู้ขาว ½ หลอด, ไข่ขาว 3 ฟอง
อาหารกลุ่มนี้ให้โปรตีนเป็นหลัก ผู้ป่วยควรได้รับทุกมื้อ มื้อละ 2-4 ช้อน
กินข้าวพูนน้อยๆ และควรเลือกเนื้อสัตว์ชนิดไม่ติดมันและหนัง 
รับประทานปลาและเต้าหู้ให้บ่อยขึ้น

กลุ่มที่ 5 ไขมัน 1 ส่วนมีไขมัน 5 กรัม ให้พลังงาน 45 กิโลแคลอรี่

น้ำมันพืช/น้ำมันหมู 1 ช้อนชา, เนย 1 ช้อนชา, กะทิ 1 ช้อนโต๊ะ
มายองเนส 1 ช้อนชา, เบคอนทอด 1 ชิ้น, ครีมเทียม 4 ช้อนชา
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ 6 เมล็ด, ถั่วลิสง 20 เมล็ด
น้ำมันทั้งพืชและสัตว์ให้พลังงานเท่ากัน แต่น้ำมันพืชไม่มี
โคเลสเตอรอล สำหรับน้ำมันมะพร้าวและกะทิ มีกรดไขมันอิ่มตัว
จำนวนมาก ทำให้มีการสร้างโคเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มขึ้น

ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง 
น้ำมันรำ น้ำมันถั่วลิสง และน้ำมันปาล์มโอเลอีน แทนน้ำมันหมู
ในการประกอบอาหาร นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
อาหารทอด แป้งอบที่มีเนยมาก (Bakery products) และอาหาร
ที่มีกะทิเป็นประจำ

กลุ่มที่ 6 น้ำนม 1 ส่วนมีโปรตีน 8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม 
จำนวนพลังงานแตกต่างกันตามปริมาณไขมันในน้ำนมชนิดนั้นๆ

น้ำนมไขมันเต็ม 240 มล. มีไขมัน 8 กรัม ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี่
น้ำนมพร่องมันเนย 240 มล. มีไขมัน 5 กรัม ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่
น้ำนมไม่มีไขมัน 240 มล. มีไขมันน้อยมาก ให้พลังงาน 90 กิโลแคลอรี่
โยเกิร์ตชนิดครีมไม่ปรุงแต่งรส 240 มล. ปริมาณพลังงานขึ้นกับชนิด
ของนมที่นำมาทำโยเกิร์ต ถ้าใช้ไขมันเต็ม จะให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี่ 
เท่ากับน้ำนม
ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงนมปรุงแต่งรส โยเกิร์ตชนิดครีมปรุงแต่งรส 
นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม เพราะนมเหล่านี้มีการเติมน้ำตาลหรือ น้ำหวาน 
ควรเลือกดื่มน้ำนมพร่องมันเนย น้ำนมไม่มีไขมัน

ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานน้ำหวานหรือขนมหวานได้หรือไม่

น้ำหวานทั้งชนิดอัดลมและไม่อัดลม น้ำหวานเข้มข้นผสมน้ำ 
ลูกอมชนิดต่างๆเหล่านี้ มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก 
ไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์อื่นๆนอกจากน้ำตาล 
ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาล
ในเลือดสูงขึ้นรวดเร็ว ยกเว้นเมื่อผู้ป่วยมีอาการ น้ำตาลในเลือดต่ำ 
เริ่มรู้สึกหิวจัด เวียนหัว ตาลาย ควรดื่มน้ำหวานประมาณ ½-1 แก้ว

สำหรับขนมหวานจัดอื่นๆ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา ขนมหม้อแกง
 ขนมเชื่อม ขนมกวน ขนมหน้านวล ขนมอะลัว เหล่านี้ควรงดเช่นเดียวกัน

ขนมบางชนิดที่ไม่หวานจัด ผู้ป่วยเบาหวานอาจรับประทานได้บ้างเป็น
ครั้งคราวแต่ต้องแลกเปลี่ยนกับข้าว ไขมัน และผลไม้ในมื้อนั้น เช่น

ไอศกรีม 1 ก้อน ให้งดผลไม้และอาหารทอดในมื้อนั้น
ตะโก้ 4 กระทง (1x1 นิ้ว) ให้งดผลไม้และอาหารทอดในมื้อนั้น
เค้กไม่มีหน้า 1 อันกลมให้งดข้าว 1 ทัพพีในมื้อนั้น
ซ่าหริ่ม 1 ถ้วย ให้งดข้าว 1 ทัพพีงดผลไม้และอาหารทอดในมื้อนั้น
ผู้ป่วยไม่ควรรับประทานขนมบ่อย นอกจากในโอกาสพิเศษ เช่นวันเกิด
 ปีใหม่ และควรทำในระยะที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ ผู้ป่วยไม่ควรงด
ข้าวทั้งหมดและรับประทานขนมแทนเพราะผู้ป่วยจะรู้สึกไม่อิ่ม
 ต้องหาอาหารอื่นรับประทานเพิ่ม ซึ่งจะทำให้อาหารมากกว่าปริมาณที่
กำหนด เป็นเหตุให้ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้

ผู้ป่วยเบาหวานใช้น้ำตาลเทียมได้เท่าไร

น้ำตาลเทียมที่ขายในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นแอสปาร์แทม 
ซึ่งมีรสหวานเป็น 200 เท่าของน้ำตาลทราย แอสปาร์แทม 1 ซอง 
(38 มิลลิกรัม) ให้ความหวานเท่ากับน้ำตาล 2 ช้อนชา FDA 
ของสหรัฐอเมริกาได้ทดสอบความปลอดภัยและอนุญาตให้ใช้ได้วันละ
 50 มิลลิกรัมต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในปริมาณ
น้อยกว่านี้มาก แต่ แอสปาร์แทมทนความร้อนสูงไม่ได้ จึงต้องให้ใส่
หลังประกอบอาหารแล้ว ผู้ป่วยที่ยังคงติดรสหวาน สามารถใช้ใส่ในอาหาร 
หรือเครื่องดื่มได้ ผู้ป่วยต้องการดื่มน้ำอัดลม ควรดื่มประเภทที่มีคำว่า 
ไดเอท ซึ่งใช้สารนี้แทนน้ำตาล

ฟรุคโตส เป็นน้ำตาลผลไม้ มีรสหวานกว่าน้ำตาลทรายเกือบ 2 เท่า
 จึงใช้ปริมาณน้อยกว่าน้ำตาลทราย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงช้า
กว่าน้ำตาลทราย แต่ถ้ารับประทานในปริมาณมาก จะทำให้ระดับน้ำตาล
ในเลือดสูงได้เช่นเดียวกัน และยังอาจทำให้ไขมันในเลือดสูง 
น้ำตาลฟรุคโตสให้พลังงานเท่ากับน้ำตาล จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่อ้วน

สรุปการเลือกรับประทานอาหารเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

รับประทานข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง ได้ตามปกติ ไม่ต้องลดลงมาก 
นอกจากผู้ที่อ้วนให้ลดลงครึ่งหนึ่ง
รับประทานผลไม้ตามจำนวนที่กำหนด วันละ 2-3 ครั้งแทนขนม
รับประทานผักให้มากขึ้นทุกมื้อ
รับประทานเนื้อสัตว์ไม่ติดมันและหนัง
รับประทานไข่สัปดาห์ละ 2-3 ฟอง ถ้าไขมันในเลือดสูงให้งดไข่แดง
รับประทานอาหารปลา และเต้าหู้ให้บ่อยขึ้น
ใช้น้ำมันพืชจำพวกน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำในการทอด 
ผัดอาหารแต่พอควร
เลือกดื่มน้ำนมไม่มีไขมัน น้ำนมพร่องมันเนยแทนน้ำนมปรุงแต่งรส
หลีกเลี่ยงน้ำหวาน น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลตและขนมหวานจัดต่าง ๆ
หลีกเลี่ยงอาหารใส่กะทิ ไขมันสัตว์ อาหารทอดเป็นประจำรวมทั้ง 
ขนมอบ เช่น พัฟ เพสตรี้ ฯลฯ
รับประทานผัก ผลไม้ทั้งกากแทนการคั้นดื่มแต่น้ำ
เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย เช่น ต้ม นึ่ง ย่าง ผัด 
ที่ใช้ น้ำมันน้อยแทนการทอด
ใช้น้ำตาลเทียมใส่เครื่องดื่มและอาหารแทนการใช้น้ำตาลทราย
รับประทานอาหารสอ่อนเค็ม
จะเห็นว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานในปัจจุบัน มีอิสระในการเลือก
อาหารมากขึ้น และอาหารที่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็มิ
ได้แตกต่างจากอาหารคนปกติ แต่จะเป็นลักษณะของอาหารที่มี
น้ำตาลน้อย ไขมันต่ำ รสอ่อนเค็ม ซึ่งเป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับ
ทุกคน มิใช่เฉพาะผู้ป่วยเบาหวานเท่านั้น ผู้ป่วยเบาหวานจำเป็นต้อง
เรียนรู้วิธีการเลือกชนิดอาหาร ปริมาณที่รับประทาน 
การแลกเปลี่ยนและการทดแทนอาหาร เพื่อจะสามารถควบคุม
ระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างสม่ำเสมอ....



 
 
ร้านน้องโบว์ [1.2.230.xxx] เมื่อ 14/01/2017 13:57
                                                                           F2lady.com สำหรับสตรีทุกวัย
                                                                ติดต่อคุณอ้อย.โทร089-848 9604,087-874 7997



F2 ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย.
(ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) หมายเลขทะเบียน อย. 11-1-03654-1-0001
ตรวจสอบเลขทะเบียน อย.http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/food/FSerch.asp?id=food

                             
                                    F-2 เพื่อคุณสุภาพสตรี 1 กล่อง บรรจุ 30 แคปซูล ราคา750.บาท
             สมาชิกวันนี้ ซื้อ 2 กล่อง ราคาพิเศษ  1,300.บาท รีบหน่อยนะคะ...
           โทรถามเลย 089-8489604,087-8747997